หน้าแรก We สตอรี่ เที่ยว Mie - Osaka 5 วัน สนุกจัดเต็มด้วยตั๋ว KINTETSU RAIL PASS

เที่ยว Mie – Osaka 5 วัน สนุกจัดเต็มด้วยตั๋ว KINTETSU RAIL PASS

เที่ยวญี่ปุ่นทริปนี้ เราบินลงที่สนามบินนาโกย่า ชูบุ เช็นแทรร์ เพราะจากนาโกย่าเราจะพาไปลุยเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน ด้วยตั๋ว KINTETSU RAIL PASS โดยเราสามารถเดินไปที่ Tourist Information Center จากตรงนี้สามารถซื้อได้ทุกแบบ แต่ขอแนะนำ KINTETSU RAIL PASS plus แบบ 5 วัน สามารถนั่งรถไฟฟ้าคินเท็ตสึทั้งคันไซ ไม่ว่าจะเป็นโอซาก้า เกียวโต นารา มิเอะ อิเซะชิมะ รวมถึงนาโกย่า และอีกหลายๆ เส้นทาง แถมยังใช้ขึ้นรถไฟอิกะ รถบัสนาราโคซือ รถบัสมิเอะโคซือ รถบั KINTETSU RAIL PASS ไสโทบะชิคาโมเมะได้แบบครอบคลุม แล้วยังได้สิทธิพิเศษในการเข้าสถานที่ต่างๆในพื้นที่พาสได้อีกด้วย  มาดูกันว่าพาสนี้ไปไหนได้บ้างค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่  https://goo.gl/CbeXoA (มีภาษาไทยด้วย)


DAY 1 >> Mie

1. Yokkaichi Night View

ชมความงดงามของแสงไฟยามค่ำคืนที่ อาคาร Yokkaichi Port Building Umiterasu 14 ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลตอนเหนือของจังหวัดมิเอะ ที่นี่มีความสูง 100 เมตร นับว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดของจังหวัดมิเอะ บริเวณชั้น 14 ของอาคารแห่งนี้ สามารถขึ้นมาชมทัศนียภาพมุมสูงได้ และยังมีจัดนิรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของท่าเรือแห่งนี้ด้วย

เวลาทำการ : วันธรรมดา 10.00 – 17.00 น. (เข้าชมก่อนเวลา 16.30 น.) / วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00 – 21.00 น. (เข้าชมก่อนเวลา 20.30 น.)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน / เด็ก อายุต่ำกว่าชั้นมัธยมต้น เข้าฟรี


2. ร้าน Tonteki Chan Kintetsu Yokkaichi Store

ร้านหมูย่างชามยักษ์ ถ้าใจไม่แข็งพออย่ากินคนเดียวให้ชวนเพื่อนข้างๆ กินด้วย เพราะอาจจะกินไม่หมด ฮ่าๆ มาชิมอาหารขึ้นชื่อเอกลักษณ์ของเมืองยอกไกจิ ทงเตกิ หรือเสต็กหมูใช้เนื้อหมูชิ้นใหญ่บริเวณขาด้านหน้า ย่างกับน้ำซอส กระเทียมและน้ำมันหมู ชิ้นใหญ่นุ่มอร่อย ทานคู่กับกะหล่ำปลีขูดฝอย ตบท้ายราเมน แสนอร่อยอีกชาม

ที่อยู่ : 1-2-20 Yasujima, Yokkaichishi, Mie

โทร : 0593561550

เวลาทำการ : วันจันทร์ถึงศุกร์ 11.30-15.00 น. และ 18.00-24.30 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11.30-15.00 น. และ 17.00-24.30 น.

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kintetsu Yokkaichi เดินประมาณ 2 นาที


3. โรงแรม Miyako Hotel Yokkaichi

สะดวกสบายมากๆ ขอบอก เพราะโรงแรม Miyako Hotel Yokkaichi ตั้งอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟ Kintetsu Yokkaichi ให้บริการห้องพักทันสมัย อยู่ติดกับศูนย์การค้า Lala Square สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายจากสนามบินท่าอากาศยานนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ (Chubu Centrair International Airport Nagoya) ด้วยรถบัสตรงมายังโรงแรมเพียง 80 นาที ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเลยค่ะ 

ที่อยู่ : 1-3-38, Yasujima, Yokkaichi City, Mie 510-0075

หมายเลขโทรศัพท์ : +81-59-352-4131


DAY 2 >> Mie

4. Yokoyama Observation Deck

จุดชมวิวโยโคยะมะ (Yokoyama) เปลี่ยนบรรยากาศมาชมวิวแบบพาโนราม่ากันบ้าง ที่นี่ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติอิเสะ-ชิมะ ล้อมรอบด้วยอ่าว Ago และมหาสมุทรแปซิฟิกบนภูเขาที่ระดับความสูง 203 เมตร โดยชื่ออิเสะ-ชิมะ (Ise-Shima) ไม่ได้หมายความรวมกันว่าเกาะอิเซะ เป็นชื่อเรียกของ 2 ส่วนในจังหวัดมิเอะ คือ อิเสะ (Ise) และ ชิมะ (Shima) โดยด้านบนมีร้านกาแฟให้นั่งพักผ่อนพร้อมชมวิวมุมสูงด้วย

เวลาทำการ : 09.00 น. – 16.30 น.

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟชิมะ – โยะโกะยะมะ (Shima-Yokoyama) ของรถไฟสายคินเท็ตสึ (Kintetsu Line) ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 45 นาที แต่แนะนำให้เช่ารถขับมาที่นี่จะสะดวกกว่าค่ะ


5. ร้านเทมปุระ Tobari Tempura

ร้านเทมปุระ Tobari Tempura ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดชมวิวโยโคยะมะ (Yokoyama) ร้านชื่อดังที่เสริฟในสไตล์โอมากาเสะ ของเชฟมิชลิน 1 ดาว เชฟ Tobari และภรรยาตั้งใจทำอย่างพิถีพิถันด้วยการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นชั้นดีทั่วจังหวัดมิเอะ ทอดด้วยน้ำมันจากเมล็ดฝ้าย เซ็ตอาหารที่เราทานวันนี้จะเป็นคอร์ส เซ็ตกลางวัน 5000 เยน ส่วนเซ็ตมื้อค่ำราคา 8000 เยนชึ้นไปต่อท่าน นอกจากเป็นคอร์สโอมากาเสะแล้ว ที่ร้านยังเสริฟมื้อกลางวันเป็นข้าวหน้าเทมปุระอีกด้วย ราคาเพียง 1,500 เยน แนะนำก่อนมาทานที่ร้านให้จองคิวมาก่อนค่ะ ร้านนี้เริ่มต้นคอร์สด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย เป็นเนื้อลูกพลับ ถั่วอัลมอนด์ ซูกินี่ เห็ดคลุกกับน้ำมันงา และตามด้วยเมนคอร์สหลากหลาย อาทิ สลัดผัก / หัวกุ้งทอด / กุ้งคุรุมะ เอบิ พันด้วยใบโอบะ / เม็ดแปะก้วย / ไข่ปลาชิราโกะห่อด้วยใบโอบะทอด / เห็ดหอมอาวะบิ ชิตาเกะ / ปลาคินเมะได / เนื้อหอยมุก อะโกยะไก / ต้นหอม ชิโมะนิตะ เนงิ / ไข่หอยเม่นวางบนใบชิโอะทอด ราดด้วยน้ำมันเห็ดทรัพเฟิล / ข้าวหน้าปลาไหลเทมปุระ อะนะโกะ เทนด้ง เสริฟพร้อมผักดองและซุปมิโซะแดง / วาราบิโมจิ คลุกด้วยผงถั่วฮินาโกะ ราดด้วยซอสชาเขียว

ที่อยู่ : 1091-1 Agocho Ugata, Shima, Mie 517-0501

โทรศัพท์ : 0599-77-3864

เวลาทำการ : 11.00 -16.00 น. และมื้อค่ำ 17.00 – 22.00 น. (หยุดทุกวันอังคาร)

สำรองที่นั่งได้ที่ : Facebook Tempra Tobari


6. สวนสนุก Shima Spain Village

สวนสนุกชิมะหมู่บ้านสเปน (Shima Spain Village) เป็นสวนสนุกที่มีธีมรูปแบบประเทศสเปน ตั้งอยู่ที่เมืองอิเสะชิมะ ในจังหวัดมิเอะ (Mie) การตกแต่งทำให้รู้สึกว่าเหมือนมาเดินอยู่สเปนเลยล่ะค่ะ มีเครื่องเล่นให้เลือกเล่นกันอย่างสนุกสนานมากมาย อาทิ รถไฟเหาะตีลังกา ล่องเรือผจญภัย บ้านลึกลับ และอื่นๆ มีร้านค้าช้อปปิ้งของที่ระลึก ยังมีโซนพิพิธภัณฑ์ โซนหมู่บ้านสเปน และช่วงเย็นจะมีการประดับไฟอย่างสวยงาม

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 9.30 – เวลาปิดแตกต่างตามแต่ฤดูกาล

ค่าเข้าชม : ราคาบัตร 1 วัน ผู้ใหญ่ อายุ 18-64 ปี ราคา 5,400 เยน เด็ก อายุ 12-17 ปี ราคา 4,400 เยน เด็ก อายุ 3-11 ปี ราคา 3,600 เยน ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีเป็นต้นไป ราคา 3600 เยน 

วิธีการเดินทาง : รถไฟสาย Kintetsu Shima จากสถานี Shima-Isobe โดยสารรถบัสบริการรับส่ง หรือหากเดินทางจาก Nagoya, Osaka หรือ Kyoto สามารถนั่งรถไฟด่วนไปลงที่สถานี Shima-Isobe


7. Miyako Resort Shima Bayside Terrace 

วิวสวยไม่เป็นรองใครที่ Miyako Resort Shima Bayside Terrace โรงแรมหรูกลางอ่าว Ago เมือง Shima จังหวัด Mie ออกแบบและตกแต่งสไตล์ยุโรปแบบเมอดิเตอเรเนียล บรรยากาศรอบๆ ชิลมาก และอาหารของทางโรงแรมใช้วัตถุดิบชั้นดีของมิเอะ อร่อยหลายเมนู ที่พักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน วิวสวยฟินเว่อร์ไปเลยค่ะ

ที่อยู่ : 3618-33 Agocho Ugata, Shima, Mie 517-0501, Japan

โทรศัพท์ : +81 599-43-7211

เว็บไซด์ : https://www.miyakohotels.ne.jp/bayside-terrace/english/


DAY 3 >> Mie

8. หินแต่งงาน เมะโอโตะอิวะ (Meoto Iwa) 

ใครยังโสดต้องมาขอคู่ที่ เมะโอโตะอิวะ (Meoto Iwa) เมือง Ise จังหวัด Mie ค่ะ มาขอพรความรักที่หินแต่งงานสำหรับคนโสดทั้งหลาย เพราะ เมะโอโตะอิวะ (Meoto Iwa) คือหินศักษ์สิทธิ์ 2 ลูกที่ตั้งอยู่ในทะเล เขต Futami เมืองเล็กๆ ในจังหวัด Mie เป็นหินก้อนใหญ่เปรียบเสมือนสามี และหินก้อนเล็กเปรียบเป็นภรรยา ที่ครองคู่กันโดยมีเชือก Shimenawa คล้องอยู่ ดูน่ารักดีค่ะ โดยจะมีประเพณีในการเปลี่ยนเชือกเส้นนี้ทุกปี ปีละ 3 ครั้ง ทางเข้าไปหินแต่งงานนั้น จะอยู่ด้านหลังอาคาร Futami Plaza ยามเช้าพระอาทิตย์จะขึ้นตรงกลางระหว่างหินทั้งสอง และยามเย็นยังสามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างสวยงามและโรแมนติกเช่นเดียวกัน

การเดินทาง : จากสถานี Nagoya ด้วยรถไฟ Kintetsu nagoya Express หรือ JR Rapid Mie ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งค่ะ


9. ศาลเจ้าอิเสะ (Ise Shrine

พามาสักการะ ศาลเจ้าอิเสะ (Ise Jingu) ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนเมืองอิเสะ ที่นี่เป็นศาลเจ้าชินโตมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า “สักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาสักการะที่ศาลเจ้าแห่งนี้ให้ได้” อิเสะ (Ise) ตั้งอยู่ในจังหวัดมิเอะ (Mie) เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญทางศาสนา เนื่องจากเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าหลักที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวญี่ปุ่น ทุกปีจะมีชาวญี่ปุ่นเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลมากถึง 7 ล้านคน โดยศาลเจ้าอิเสะ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ ศาลเจ้าใน เรียกว่า ไนคุ (Naiku) และศาลเจ้านอก เรียกว่า เกะคุ (Geku) มีประวัติอันยาวนานกว่า 2,000 ปี และเป็นศาลเจ้าชินโตที่มีความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในญี่ปุ่น จุดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้คือ สะพานไม้อุจิบะชิ (Uji-bashi) ข้ามแม่น้ำอิซุซู (Isuzu River) มีความยาว 100 เมตร  เป็นสะพานที่มีความสำคัญ เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์และดินแดนศักดิ์สิทธิ์

เวลาทำการ : เปิดทำการทุกวัน 

วิธีการเดินทาง : จากสถานี Iseshi หรือ ศาลเจ้านอก นั่งรถบัสมาลงที่ป้าย Ise Jingu (Naiku) ใช้เวลาประมาณ 15 นาที และเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที


10. ร้าน Tofuya by Isuzu-gawa River

ใครที่เป็นคอเต้าหู้หรือชื่นชอบเต้าหู้แล้วล่ะก็ ห้ามพลาดร้านนี้เลยค่ะ Tofuya by Isuzu-gawa River เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่สุดทางของย่านการค้าโอฮาไรมะจิ ที่โด่งดังในเรื่องของอาหารเพื่อสุขภาพ นั่นก็คือเต้าหู้สด เป็นเมนูหลักที่ทางร้านผลิตขึ้นเองแบบสดใหม่ในทุกวัน จัดเป็นเซ็ตคู่กับอาหารหลากหลายชนิด และนอกจากเต้าหู้แล้ว เมนูแนะนำอีกอย่างคือ ข้าวหน้าปลาไหล เพราะร้านนี้นำปลาไหลในพื้นที่มาเป็นวัตถุดิบค่ะ

โทรศัพท์: 0596-28-1028

เวลาทำการ: วันจันทร์ – ศุกร์ 11.00 – 14.00 น. / มื้อเย็น 17.00 – 20.00 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11.00 – 20.00 น. (เปิดทุกวัน)

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Isuzugawa สาย Kintetsu Toba โดยสารรถแท็กซี่ประมาณ 5 นาที


11. ย่านโอฮาไรมะจิ (Oharaimachi) และ ตรอกโอคะเกะโยโคะโจ (Okage-yokocho)

ย่านการค้าโอฮาไรมะจิ (Oharaimachi) เป็นย่านเมืองเก่า หรือที่เรียกกันว่า เอโดะน้อย (Little Edo) เข้ามาย่านนี้ต้องยั้งใจนิดนึงนะคะ เพราะของกินน่าอร่อยมีตลอดแนวเลยล่ะ ถ้ายั้งใจไม่อยู่ท้องจุกแน่นอน เดินถ่ายรูปกับบรรยากาศของอาคารบ้านเรือนสมัยก่อน ที่ถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยแต่ยังคงโครงสร้างดั้งเดิมเอาไว้ กลายเป็นร้านค้าขายของที่ระลึกและ ร้านอาหารประจำเมืองมากมาย แนะนำให้ลองชิม อิเสะอุด้ง (Ise Udon) อาหารขึ้นชื่อของเมืองนี้ ดังโงะจากร้านดังหลากหลายรสชาติ 

ตรอกโอคะเกะโยโคะโจ (Okage-yokocho) เมื่อเราเดินเลยเข้ามาด้านในจะพบกับการแสดงพื้นเมืองให้ชม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีร้านค้ากระจายตัวอยู่รอบๆ โคร็อกเกะแสนอร่อย จากร้าน บูตะสุเตะ ที่มีอายุกว่า 100 ปี และมีผู้คนเข้าแถวยาวอยู่หน้าร้านคับคั่งตลอดเวลา มีร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าหลายอย่างให้เลือก


12. Hotel Shima Spain Mura

ตั้งอยู่ในพื้นที่ติดกับสวนสนุกธีมพาร์ค Shima Spain Village เหมาะสำหรับผู้เข้าพักที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังสวนสนุกแห่งนี้ โรงแรม Hotel Shima Spain Mura เป็นที่พักในเครือ Miyako Hotels & Resorts ล้อบบี้ของโรงแรมออกแบบสวยงาม เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีห้องอาหารให้เลือก อาทิ ห้องอาหารสเปน ห้องอาหารญี่ปุ่น ห้องอาหารฝรั่งเศส ภายในตัวโรงแรมยังมีการออกแบบห้องพักทุกห้องสะท้อนเอกลักษณ์ของสเปนไว้ด้วย

ที่อยู่ : 952-22, Shimoyama, Sakazaki Isobe-cho, Shima City, Mie 517-0212

โทรศัพท์ : +81-599-57-3511


DAY 4 >> Mie – Osaka


13. ล่องเรือ Kashikojima Espana Cruise

มาล่องเรือสำราญเพลินๆ กันบ้างค่ะ เรือ Kashikojima Espana Cruise เป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ 3 ชั้น สร้างเลียนแบบเรือคาร์แร็ค (Carrack) ย้อนไปในยุคแห่งการสำรวจทางทะเลล่าอาณานิคมของสเปน ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ในการล่องชมทัศนียภาพสวยๆ ของอ่าว Ago ด้านบนถ่ายรูปได้จุใจไปเลยกับวิวแต่ละจุดที่เรานั่งเรือผ่าน สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kintetsu – Kashikojima แล้วซื้อตั๋วขึ้นเรือได้จากร้านสะดวกซื้อภายในสถานีรถไฟ แล้วเดินลงมาจากสถานีตามป้ายหรือจะมาซื้อตั๋วที่ออฟฟิศก็ได้ ภายในเรือมีโซนคาเฟ่ ห้องรับรองพิเศษ สามารถซื้อเครื่องดื่มบนเรือได้ ระหว่างทางเรือจะจอดให้ลงไปชมการเพาะเลี้ยงหอยมุก และมีมุกแบบต่างๆ ขายที่ร้านของที่ระลึกด้วย

เวลาทำการ : 09:30 – 16:30 น. (เรือออกทุก 1 ชั่วโมง) / ใช้เวลาประมาณ 50 นาที 
เรือเที่ยว 12:30 น. จะให้บริการเดินเรือเฉพาะในวันเสาร์อาทิตย์ วันหยุดราชการ 

ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ (มัธยมต้นขึ้นไป) 1,600 เยน / เด็ก (ประถม) 800 เยน

การเดินทาง : จากสถานี Namba โดยสารรถไฟ Kintetsu Premium Express Shimakaze ลงที่สถานี Kashikojima ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 22 นาที จากนั้นเดิน 3 นาที


14. Ama Hut Satoumian

กระท่อมอามะ Ama Hut Satoumian เอาใจเพื่อนๆ คออาหารทะเลกันหน่อย เพราะที่นี่บอกเลยว่าจับสดจากทะเล โดย อามะจัง หญิงสาวชุดขาวแห่งท้องทะเล ที่เมือง Shima จังหวัด Mie ญี่ปุ่นค่ะ และนี่ก็คืออาชีพประมงแบบโบราณของญี่ปุ่นที่มีมานานมาก โดย อามะจัง (Amachan) จะเป็นผู้หญิงที่ดำน้ำลงไปงม กุ้ง หอย ปู ปลา ของทะเลขึ้นมาจากน้ำ ซึ่งบางทีน้ำทะเลก็เย็นเจี๊ยบเลยล่ะ แต่ถึงจะหนาวยังไงอามะจังก็ลงน้ำไปงมมาได้ตลอด สุดยอดจริง!!

Ama Hut Satoumian เป็นร้านอาหารที่มีการทำเป็นรูปแบบกระท่อมของอามะจัง เวลาที่เสร็จงานจากทะเลมาแล้ว จะขึ้นมาพักผ่อน ผิงไฟอุ่นๆ แล้วก็ปิ้งย่างทานอาหารกัน ซึ่งถ้าเราได้มาทานอาหารที่นี่ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศเหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของอามะจัง ที่สำคัญจะมีอามะจังมาทำอาหารทะเลสดๆ ปิ้งย่างให้เราได้ทานด้วย หอยเชลล์หวานตัวใหญ่เท่ามือเลย ปลาทะเลเนื้อนุ่ม หมึกกรอบ ข้าวอบสาหร่ายหอมอร่อย ตบท้ายชาร้อนๆ แก้หนาว ราคาเริ่มต้นประมาณ 3850 เยน แล้วแต่เซ็ตเมนูอาหารค่ะ

ที่อยู่ : 2279 Shimacho Koshika, Shima, Mie, Japan 517-0704

โทร : +81 599-85-1212

จองล่วงหน้าได้ที่เว็บไซด์ : http://satoumia.com

พิกัด : https://goo.gl/maps/cPFBAUjqgA15VCjn8


15. จุดชมวิว Daiosaki Lighthouse

มาชมวิวสวยๆ เห็นทะเลแบบเต็มตาที่ ประภาคารไดโอซะกิ (Daiosaki Lighthouse) ตั้งอยู่ที่เมืองชิมะ เป็นประภาคารสีขาวตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล มีความสูงถึง 22.5 เมตร นับเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวมุมสูง ที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปบนยอดของประภาคารได้ เสียค่าเข้าชม 200 เยน เพื่อขึ้นไปชมทัศนียภาพของเมืองและมหาสมุทรแปซิฟิกได้แบบเต็มตา 360 องศา ลมด้านบนเย็นมากๆ ด้วย

และในบริเวณไม่ไกลกัน เป็นที่ตั้งของ จุดชมวิว Kirigaki ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพสวยๆ ของอ่าวอะโกได้เช่นกัน บริเวณลานกว้างยืนชมวิวได้แบบสบายๆ เลยล่ะค่ะ

ที่อยู่ : 54 Daiocho Nakiri, Shima, Mie 517-0603, Japan

เวลาทำการ : 09.00 – 16.00 น. เปิดทุกวัน

โทรศัพท์ : +81 599-72-1899

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kintetsu – Utaga โดยสารรถบัสประจำทาง มาลงที่จุดจอด Daiouzaki จากนั้นเดินต่อมายัง ประภาคาร Daiosaki Lighthouse ใช้เวลาประมาณ 10 นาที


16. รถไฟด่วนพิเศษ Kintetsu Premium Express Shimakaze

เราจะพาทุกคนนั่งรถไฟด่วนพิเศษ “ชิมะคะเซะ” (Shimakaze) เพื่อเดินทางไปยังสถานี Osaka และเที่ยวโอซาก้ากันต่อเลยค่ะ สำหรับรถไฟด่วน Shimakaze นี้ จะมีเส้นทางระหว่าง สถานี Osaka Namba – สถานี Kyoto / สถานี Kintetsu Nagoya วิ่งตรงไปยังสถานี Ise-Shima ไป-กลับ 1 เที่ยวต่อวัน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ที่นั่งแบบเบาะ Premium Seat ที่นั่งเบาะหนังแท้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความสะดวกสบาย พร้อมเบาะนวดไฟฟ้าเพื่อการผ่อนคลาย ที่เสียบชาร์จไฟ ทุกที่นั่งต้องสำรองล่วงหน้าเท่านั้น บนรถไฟขบวนนี้มีอะไรบ้างไปชมกันค่ะ

ล็อคเกอร์สำหรับเก็บกระเป๋าขนาดใหญ่ 

ห้องน้ำอเนกประสงค์สำหรับผู้ใช้รถเข็น มีการติดตั้งราวจับบริเวณต่างๆ ภายในรถไฟ และอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา และมีห้องแต่งหน้า แต่งตัว

ที่นั่งแบบ Salon Seat เหมาะสำหรับผู้ที่มากันเป็นหมู่คณะ ตั้งแต่ 4-6 คน

ที่นั่งแบบ สไตล์ญี่ปุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่มากันเป็นหมู่คณะ สามารถถอดรองเท้านั่งผ่อนคลายได้

ที่นั่งแบบ สไตล์ตะวันตก เหมาะสำหรับผู้ที่มากันเป็นหมู่คณะ ห้องส่วนตัวที่มีโต๊ะและโซฟารูปตัว L 

ที่นั่งแบบ คาเฟ่ บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 เพลินกับการชมทิวทัศน์นอกหน้าต่าง 

และไม่ต้องกลัวว่าจะหิว เวลานั่งระหว่างทางเลยค่ะ เพราะบนขบวนรถ Kintetsu Premium Express Shimakaze มีอาหาร เครื่องดื่ม ขนมเค้ก และของฝากที่ระลึก จำหน่ายด้วย

จองที่นั่งล่วงหน้าที่เว็บไซต์ : https://www.kintetsu.co.jp/foreign/english/shimakaze/


17.  Osaka Sky Vista รถบัสเปิดประทุนชมวิวเมือง

ชมแสงไฟยามค่ำคืน ด้วยรถบัสเปิดประทุน Osaka Sky Vista เปิดหลังคาด้านบน จนลมเย็นประทะใบหน้า ด้วยความตื่นเต้นที่ว่าสองข้างทางเต็มไปด้วยแสงไฟสวยๆ เลยลืมหนาวไปเลย ใครอยากจะชิวกับวิวสวยๆ บรรยากาศในช่วงฤดูหนาวที่โอซาก้า ซึ่งจะประดับไปด้วยแสงไฟหลากหลายโทนสีในยามค่ำคืน แบบไม่ต้องเดินให้เมื่อย แนะนำนี่เลย รถบัสเปิดหลังคา Osaka Sky Vista ซึ่งเป็นรถบัสเปิดประทุนสองชั้น โดยมีไกด์นำเที่ยวรถบัสที่จะพาผู้โดยสารทุกคน เที่ยวไปตามรอบๆ เมืองโอซาก้า พร้อมมีบรรยายตามจุดต่างๆ ไปตลอดทาง ชมไฮไลท์ของงานแสดงไฟ Midosuji Illumination รวมไปจุดสำคัญต่างๆ ของเมืองโอซาก้า อาทิ Osaka Sky Building, Osaka Castle, Osaka City Hall รวมไปถึงทัศนียภาพของเมืองใหญ่ในยามค่ำคืน Osaka Sky Vista เป็นรถบัสที่นำเที่ยวแบบชมบรรยากาศจากภายในรถบัส โดยที่เราไม่ได้ลงไปเดินเที่ยว จึงเหมาะสำหรับใครที่ต้องการเที่ยวโอซาก้าแบบมีเวลาน้อยหรือต้องการทำเวลาค่ะ

เวลาทำการ : ให้บริการ 4 เที่ยว ใช้เวลาประมาณรอบละ 45 นาที รอบเวลาที่ให้บริการ 17.10 น. / 18.20 น. / 19.20 น. / 20.20 น.

จุดขึ้นรถ : สถานี JR Osaka

ราคา : ผู้ใหญ่ 1,500 เยน / เด็ก 1,000 เยน


18. โรงแรม Sheraton Miyako Hotel Osaka

พักที่นี่สะดวกสุดๆ แถมยังเป็นโรงแรม 5 ดาวในราคาที่จับต้องได้ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า ติดกับสถานีรถไฟ Osaka-Uehonmachi และห้างสรรพสินค้า Kintetsu ซึ่งเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้สะดวก อาทิ ปราสาทโอซาก้า, ตึกอาเบโนะฮารุคัส, ย่านโดทงโบริและนัมบะ และยังเป็นจุดเชื่อมต่อเข้ากับสถานีรถไฟ Osaka-Uehonmachi ของ Kintetsu ด้วย โรงแรมมีห้องพักให้เลือกหลายแบบ ในราคาเริ่มต้นเพียง 10,000 เยน สำหรับห้องพักเดี่ยว และ 13,000 เยน สำหรับห้องพัก 2 คน มีร้านค้าสะดวกซื้อใกล้ที่พัก 

มีห้องอาหารสไตล์ญี่ปุ่น Uemachi

ที่อยู่ : 6-1-55 Uehonmachi, Tennoji-ku, Osaka, 543-0001

โทรศัพท์ : 06-6773-1111

การเดินทาง : จากสถานี Osaka Uehommachi บนสาย Kintetsu เดิน 1 นาที

DAY 5 >> Osaka


19. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Nifrel และ สวน Bampaku Kinen Koen

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Nifrel ตั้งอยู่ภายในบริเวณ Osaka EXPO CITY พิพิธภัณท์แห่งนี้สร้างสรรค์ขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ พิพิธภัณท์ที่มีชีวิต “Touching the sensitivity” ดีไซน์สนุกสนานและเข้าถึงกับสัตว์ต่างๆ เเละธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เหมือนสัมผัสศิลปะ แต่ละจุดตกแต่งให้เราได้เพลิดเพลินในการเดินชมได้ทั้งวันเลยค่ะ

ภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำยังมีโซนร้านอาหาร EAT EAT EAT Restaurant 

และอยากให้ลอง น้ำที่ทำขึ้นในรูปแบบของเจลลี่ โดยที่นี่เป็นที่แรกที่พัฒนาขึ้น แปลกตาดีค่ะ

บริเวณใกล้กันเป็นสวน Banpaku-kinen-koen อยู่ภายใน Expo Park หรือ สวน Banpaku เป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดให้ชาวเมืองได้มาพักผ่อนตามอัธยาศัย มีกิจกรรมมากมายให้ทำ

การเดินทาง : จากสถานี Banpaku-kinen-koen Sta. บนสาย Osaka Monorail เดินประมาณ 2 นาที

20. Kintetsu Abeno Harukas Department Store 

ห้าง Abeno Harukas ตั้งอยู่ภายในตึก Kintetsu Abeno Harukas ตึกที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ในย่านเทนโนจิ ตัวห้างสรรพสินค้ามีทั้งหมด 16 ชั้น,โรงแรม Marriott Osaka Miyako, อาคารสำนักงาน ภายใน Kintetsu Abeno Harukas Department Store มีร้านค้าชื่อดังมากมาย มีร้านอาหารมากถึง 44 ร้าน รวมถึงยังให้บริการฟรี Wi-Fi ภายในอาคารด้วย

โซนพื้นที่บริเวณสวนเทนโนจิ เพิ่งได้รับการรีโนเวทใหม่ให้เป็นพื้นที่ของลานกิจกรรม มีทั้งร้านค้า  ร้านอาหาร สวนสัตว์ และมีลานไอซ์เสก็ตในช่วงหน้าหนาวด้วย

เมื่อเดินเข้ามาด้านในห้างสรรพสินค้า ด้านล่างเป็นโซนร้านอาหารและขนมน่ากินมากมาย และขึ้นมาด้านบนจะเป็นโซนร้านค้าต่างๆ ค่ะ

มีจุดให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวสามารถขอยกเว้นภาษีได้ที่นี่ค่ะ


21. จุดชมวิว Harukas 300 Observatory Deck

บอกเลยว่างานดีสุดๆ Abeno Harukas ตึกที่สูงที่สุดในโอซาก้า ที่มีจุดชมวิว Harukas Observation Deck 300 บนชั้น 60 ด้านบนวิวว้าวมากๆ เพราะด้านบนสามารถชมวิวโอซาก้าได้แบบ 360 องศา เดินรอบเป็นวงกลมเลยทีเดียว ยิ่งในช่วงกลางคืนจะมองเห็นแสงไฟจากอาคารต่างๆ และถนนของเมืองโอซาก้าแบบระยิบระยับ แถมยังมีการแสดง 3D mapping แสงสีเสียงกับวิวกระจกใส ที่เราสามารถมองเห็นวิวด้านล่างได้ด้วย วิธีขึ้นไปชมวิวที่ Harukas 300 สามารถทำการซื้อตั๋วที่ด้านล่างชั้น 2 หรือขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 16 ก็ได้ จากนั้นต่อลิฟท์อีกตัวไปที่ชั้น 60 หลังจากชมวิวเสร็จสามารถลงมาที่ซื้อของที่ระลึกได้ที่ Shop Harukas 300 ชั้น 59 และ เดินชมสวนลอยฟ้ากับหาอะไรทานได้ที่ Sky Garden ชั้น 58 ค่ะ

นักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นมาชมจุดชมวิวพิเศษ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ได้อีกด้วย โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

หรือจะใช้บริการโต้ะโคทัสสึ สำหรับนั่งรับประทานอาหารพร้อมชมวิวสวยๆ ในช่วงฤดูหนาว

บริเวณสวนของชั้น 16 ออกมาเดินเล่นได้เช่นกัน

ก่อนกลับสามารถแวะช้อปปิ้ง ร้านขายของที่ระลึก ภายในร้านจะมีสินค้าลาย Abeno Bear ในรูปแบบต่างๆ และของฝากน่ารักอื่นๆ อีกมากมาย

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,500 เยน / เด็ก 12-17 ปี 1,200 เยน / เด็ก 6-11 ปี 700 เยน / เด็ก 4 ขวบขึ้นไป 500 เยน

การเดินทาง : สถานี Namba ขึ้นรถไฟ ลงที่สถานี Osaka-Abenobashi หรือสถานี Tennoji ใช้เวลาเพียง 6 นาที แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Must Read

ทริปสั้นๆ แต่ความสุขนั้นยาว 5 Day in Nagoya-Takayama-Shirakawago-Toyama-Kanazawa

ญี่ปุ่นมากี่ครั้งก็ไม่เบื่อว่ามั้ยคะ เพราะในทุกครั้งจะมีเรื่องราวสนุกๆ ที่แตกต่างกันออกไป ทริปนี้ 5 วัน ดูเป็นทริปสั้นๆ แต่รับรองว่าเต็มไปด้วยความสุขและความสนุกอย่างแน่นอน ในเส้นทาง Nagoya-Takayama-Shirakawago-Toyama-Kanazawa เมืองที่หลายคนอยากจะมาเช็คอินเป็นที่สู้ดดด!! มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปชมกันเลยค่ะ Day 1 

มิฮารุ ทาคิซากุระ (Miharu Takizakura)

ต้นซากุระอันดับ 3 ของเราตั้งอยู่ในจังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima) ค่ะ เป็นซากุระสายพันธุ์ Benishidare Zakura มีอายุ 1000 ปี ความสูง 13.5เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางทรงพุ่ม 25 เมตร แต่ถึงจะมีอายุเป็นอันดับ 3 แต่มีคนกล่าวว่าเป็นต้นไม้ที่มีความแข็งแรงที่สุดในญี่ปุ่นเลยค่ะ เพราะสามารถรอดชีวิตจากหิมะตกหนักและแผ่นดินไหวเมื่อปี 2011 มาได้...

ถ้าเหงา..มากินข้าวกับเราไหม “ศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยอง ร้านใบชะมวง”

เราจะพาเธอไปลิ้มชิมรสชาติอาหารพื้นเมืองความเป็นคน “ระยอง” แค่ฟังก็รู้แล้วว่าอร่อยแน่ๆ “ศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยอง ร้านใบชะมวง” ที่มี “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เฟชมิชลินสตาร์ของประเทศเทศไทย ได้รังสรรค์14 เมนูอาหารไว้ จะอร่อยแค่ไหนตามไปดูกันเลยดีกว่า ประเดิมเมนูแรก...

วันเดียวเที่ยวครบทุกสไตล์ #ไปวันเดียวเที่ยวปทุม

#ไปวันเดียวเที่ยวปทุม Unseen ที่ต้องห้ามพลาด ครบทุกสไตล์และน่าค้นหา “ปทุมธานี” จังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมง ที่หลายคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่ามีที่เที่ยวอะไรบ้าง...

เที่ยวไทย #แบบ New Normal ให้สนุกและปลอดภัย

วันนี้ คุณพร้อมเที่ยวหรือยัง..กับการท่องเที่ยวแบบ New Normal ด้วยการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในทุกแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย เมืองท่องเที่ยวของคนทั้งโลก… ช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่จะมาถึงในเวลาอีกไม่นานนี้ เป็นอีกหนึ่งช่วงที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการเดินทางไปท่องเที่ยว เก็บเกี่ยวความสุข สัมผัสกับความงดงามที่แสนน่าประทับใจของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย...