หน้าแรก We สตอรี่ แบกเป้เที่ยวจอร์เจียแบบจัดเต็ม ไปเองได้ไม่ต้องขอวีซ่า

แบกเป้เที่ยวจอร์เจียแบบจัดเต็ม ไปเองได้ไม่ต้องขอวีซ่า

ทริปนี้ขอบอกเลยว่าประทับใจอย่างแน่นอน เพราะประเทศจอร์เจีย ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในประเทศที่เต็มไปด้วยเรื่องราว และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมายที่น่าหลงใหล เพราะเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในสไตล์ยุโรปผสมเอเชีย ที่ทำให้ประเทศแห่งนี้ ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่เต็มไปด้วยนักเดินทางจำนวนมาก นอกจากนี้ในเรื่องของการเดินทางมาก็ง่ายและสะดวกมากๆ เพราะประเทศจอร์เจียเป็นหนึ่งในประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป ซึ่งสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้โดยที่ไม่ต้องขอวีซ่า ดังนั้นวันนี้เราก็จะมาพาทุกคนไปดูกันว่า เราจะพาไปแบกเป้เที่ยวจอร์เจียแบบจัดเต็ม ไปเองได้ไม่ต้องขอวีซ่ากันอย่างไรบ้าง  โดยทริปนี้จะเริ่มไม่ได้เลยหากเราไม่ได้จองตั๋วผ่านทาง Traveloka เว็บไซต์ท่องเที่ยวที่จะทำให้การเดินทางของคุณ สะดวก ง่าย ในราคาสุดคุ้ม ดังนั้นหากใครที่อยากเดินทางมาเที่ยวแบบเราแล้วละก็ ห้ามพลาดกดจองตั๋วเครื่องบินจอร์เจีย แล้วมาเที่ยวกับเราได้เลย 

จองตั๋วเครื่องบินจอร์เจีย ราคาโปรโมชั่น คลิก https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-georgia

เที่ยวจอร์เจียเดือนไหนดี?

สำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศจอร์เจียแห่งนี้นั้นสามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แล้วแต่ว่าเราอยากจะไปเที่ยวชมบรรยากาศในช่วงฤดูไหนมากกว่า โดยฤดูของประเทศจอร์เจียนั้นก็จะมีตั้งแต่

  • เดือนมีนาคม – พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ)

ในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้จะเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าสู่หน้าร้อน ดังนั้นจะทำให้มีบรรยากาศที่ค่อนข้างดีไม่หนาวเกินไป และไม่ร้อนจนเกินไป แถมยังมีช่วงเวลาของพระอาทิตย์แบบปกติ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถแพลนเวลาเที่ยวได้ยาวนานขึ้น และสามารถท่องเที่ยวถ่ายรูปได้อย่างสวยงาม ดังนั้นหากใครที่ไม่ค่อยชอบอากาศที่หนาวเกินไปและอยากมาเที่ยวในช่วงเดือนที่อากาศกำลังสบายๆ แล้วละก็สามารถมาได้ในช่วงเดือนนี้เลย

  • เดือนมิถุนายน – สิงหาคม (ฤดูร้อน)

ส่วนใหญ่แล้วในช่วงฤดูร้อนนี้จะเป็นช่วงที่ชาวตะวันตกเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุด เนื่องจากว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาอาบแดดเพื่อให้เกิดเป็นผิวสีแทนที่สวยงาม อีกทั้งในช่วงฤดูนี้จะเป็นช่วงที่ท้องฟ้าเปิดมากที่สุด จึงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปได้อย่างงดงาม หมดกังวลเรื่องฟ้ามืด ฝนตก ในช่วงเดือนนี้ได้เลย

  • เดือนกันยายน – พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง)

หากใครที่ชอบวิวทิวทัศน์แนวสีส้มๆ ของฤดูใบไม้ร่วงแล้วละก็ ขอแนะนำให้เดินทางมาช่วงเดือนนี้ได้เลย เพราะจะเป็นช่วงที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี ดังนั้นอากาศในช่วงเดือนก็จะเริ่มเปลี่ยนจากร้อนมาเป็นอากาศที่เย็น และจะเริ่มหนาวมากขึ้นในช่วงตอนกลางคืน อีกทั้งยังเริ่มมีหิมะตกในบางพื้นที่ที่เป็นเทือกเขาสูง 

  • เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว)

มาถึงช่วงเดือนยอดฮิตที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมากมาย นั้นก็คือช่วงเดือนธันวาคมเป็นต้นไป เนื่องจากในช่วงฤดูหนาวของที่นี่นั้นจะเต็มไปด้วยหิมะจำนวนมาก จึงทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาเพื่อเล่นสกีที่บริเวณสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นแนะนำว่าหากใครที่อยากมาสัมผัสกับบรรยากาศหิมะสีขาวโพลนแบบนี้แล้วล่ะก็ สามารถเดินทางมาได้ในช่วงเดือนนี้เลย แต่แนะนำว่าควรเตรียมร่างกาย และเสื้อผ้าอุ่นๆ มาให้พร้อมเพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างหนาวมากเลยทีเดียว

ค่าเงินจอร์เจียที่ต้องรู้

หลังจากหาช่วงเดือนเที่ยวที่เหมาะสมกันไปแล้วก็มาต่อกันที่เรื่องสกุลเงินของประเทศจอร์เจียกันบ้าง ซึ่งสกุลเงินของที่นี่นั้นจะเป็นสกุล ลารี (GEL = Georgian Lari) ที่มีค่าเท่ากับ 1 ลารี ก็ประมาณ 10.59 บาทไทย โดยเราสามารถแลกเงินจากไทยเป็น USD, GBP, RUP, EUR ไปก่อน ได้แล้วค่อยไปแลกเป็นเงิน GEL ในเมืองจอร์เจีย เพราะบางครั้งเรตเงินอื่นจะถูกกว่าเมื่อนำไปแลกที่นู้นก็จะได้ราคาอีกเรต แต่แนะนำว่าให้แลกในเมือง เพราะถ้าแลกที่สนามบินเรตจะค่อนข้างสูงกว่าเลยทีเดียว

สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดเมื่อมาที่จอร์เจีย

  • เทือกเขาคอเคซัส (Caucasus Mountains)

เมื่อพูดถึงการเดินทางมาท่องเที่ยวที่จอร์เจียนั้น เทือกเขาคอเคซัส แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นเหมือนแลนด์มาร์กที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว เนื่องจากบริเวณเขาคอเคซัสแห่งนี้เป็นเทือกเขาที่แบ่งพรมแดนระหว่างยุโรปและเอชีย อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทือกเขาที่มีความสูงที่สุดในทวีปยุโรป ดังนั้นจึงทำให้บริเวณสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมายที่ต่างพากันเดินทางมาเพื่อผจญภัยไปกับความสวยงามและความท้าทายของภูเขาสูงใหญ่ลูกนี้ ดังนั้นหากใครที่ชอบการเดินทางแบบแอดเวนเจอร์แล้วละก็ แนะนำว่าให้ลองมาเดินทางชมความสวยงามที่บริเวณเทือกเขาคอเคซัสแห่งนี้ได้

  • เมืองอุพลิสชิเค่ (Uplistsikhe)

หลังจากเดินทางแนวผจญภัยกันไปแล้วเราก็ไปต่อกันที่สถานที่ท่องเที่ยวจอร์เจียที่ต่อมาอย่าง เมืองอุพลิสชิเค่ หรือ เมืองโบราณที่มีความงดงามเป็นอย่างมากอีกแห่งหนึ่งของประเทศจอร์เจีย เนื่องจากบริเวณพื้นที่แห่งนี้นั้นตั้งอยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำ Mtvkvari เขตชีดาคาร์ตลี ซึ่งเป็นบริเวณที่มีลักษณะเป็นหมู่บ้านยุคหินเล็กๆ ที่มีอายุยาวนานกว่า 3,000 ปี โดยภายในสถานที่แห่งนี้นั้นจะมีภูเขาเล็กๆ ที่มีการขุดเจาะเพื่อทำให้เป็นบ้านพักอาศัยของชาวบ้าน และยังมีการสร้างสถานที่สำคัญๆ อย่าง โบสถ์ ที่เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์ของภูเขาและแม่น้ำที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันหลงใหลและมาเดินเยี่ยมชมสถานที่หาชมยากกันที่บริเวณนี้

  • โบสถ์สมินดา ซาเมบา (Tsminda Sameba)

โบสถ์สมินดา ซาเมบา ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศจอร์เจีย เนื่องจากสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นโบสถ์ที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก ตั้งอยู่ที่บริเวณหมู่บ้าน Gergeti เมือง Stepantsminda เขตมซเคตา มเตียเนตี เทือกเขาคอเคซัส ทางตอนเหนือของเมืองทบิลิซี โดยภายในตัวโบสถ์แห่งนี้เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปีศตวรรษที่ 14 จึงทำให้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมโบราณ และความสวยงามของวิวทิวทัศน์ที่ตั้งอยู่บริเวณเหนือสุดของภูเขาอีกด้วย 

  • โบสถ์เกอลาติ (Gelati Monastery)

ไปต่อกันที่โบสถ์เกอลาติ ที่ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจอร์เจียที่มีความโด่งดังเป็นอย่างมาก เพราะพื้นที่บริเวณนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เนื่องจากโบสถ์แห่งนี้นั้นถือว่าเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกยุคทองของเศรษฐกิจและการเมือง ของประเทศจอร์เจียในช่วงศตวรรษที่ 11 และ 13 จึงทำให้โบสถ์แห่งนี้โดดเด่นไปด้วยความสวยงามของตัวอาคารขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐบล็อกที่มีสีเรียบง่ายและมีความงดงาม รวมไปถึงโครงสร้างของตัวประตู หน้าต่างที่มีการออกแบบสัดส่วนการเว้าโค้งได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้พื้นที่บริเวณนี้ยังเป็นทั้งศูนย์การเรียนรู้ และศูนย์รวมวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดในสมัยก่อนอีกเช่นกัน ดังนั้นจึงทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศจอร์เจียเลยทีเดียว

  • มหาวิหารซาเมบา (Sameba Cathedral)

มหาวิหารซาเมบา หรือ สัญลักษณ์ยุคใหม่ของประเทศจอร์เจีย ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำคูรา และได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2004  จึงทำให้บริเวณสถานที่แห่งนี้มีความเก่าแก่ และเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ อีกทั้งมหาวิหารแห่งนี้ยังมีความสวยงามในเรื่องของสถาปัตยกรรมร่วมสมัย และมีการตกแต่งด้วยโดมทองคำที่ทำให้มหาวิหารแห่งนี้ดูยิ่งใหญ่อลังการจนทำให้เป็นที่โดดเด่นทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นได้อย่างง่ายดายจากภายในเมืองทบิลิชี 

  • สะพานแห่งสันติภาพ (The Bridge of Peace)

มาถึงสถานที่สุดท้ายที่หากใครเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศจอร์เจียแห่งนี้แล้วห้ามพลาดนั้นก็คือ สะพานแห่งสันติภาพ หรือ The Bridge of Peace ซึ่งเป็นสะพานคนเดินที่มีความสวยงามไปด้วยการออกแบบด้วยโครงเหล็กและแก้วให้เป็นทรงโค้งที่ได้รูป พร้อมกับการตกแต่งไปด้วยไฟ LED มากมายเพื่อให้เกิดเป็นภาพของแสงไฟมากมายที่กระทบกับสายน้ำตลอดทางยาวกว่า 150 เมตร จนทำให้เกิดเป็นภาพที่งดงาม ดังนั้นหากใครที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศนี้แล้วละก็ไม่ควรพลาดมาชื่นชมบรรยากาศในยามค่ำคืน ไปพร้อมกับการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกลับไปได้เลย

แต่ละที่นั้นความสวยงามกินกันไม่ลงจริงๆ สำหรับการรีวิวแบกเป้เที่ยวจอร์เจียแบบจัดเต็ม ไปเองได้ไม่ต้องขอวีซ่า ที่เราอยากจะมาแนะนำทริคเล็กๆ ในการเดินทางไปท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางกันได้อย่างสนุกสนาน และที่สำคัญการเดินทางของเรานั้นจะเริ่มขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มี Traveloka ตัวช่วยที่จะทำให้การเดินทางของเราประหยัดสุดคุ้ม แถมยังกดจองตั๋วเครื่องบินได้ง่ายๆ อีกด้วย หากใครที่อยากเดินทางไปท่องเที่ยวแบบเราแล้วล่ะก็ สามารถคลิกด้านบนได้เลยค่ะ 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Must Read

“หาดทุ่งวัวแล่น” เที่ยวเพลินๆ เดินชิลๆ

ไปท่องเที่ยวดินแดนแห่งสายลมและแสงแดด ปลายทางของนักเดินทางที่หลงใหลในการโต้คลื่น ท่ามกลางท้องทะเลที่สวยงามสุดโรแมนติก นั่นก็คือ "จังหวัดชุมพร" ประตูสู่ภาคใต้ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน มาลองหยุดทำความรู้จักชุมพรสักนิด แล้วจะรู้ว่าที่นี่ไม่ธรรมดาเลยค่ะ “หาดทุ่งวัวแล่น” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอำเภอนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลสะพลี ห่างจากตัวจังหวัดชุมพรไปนิดหน่อยค่ะ เป็นชายหาดที่มีเม็ดทรายสีขาวนวลละเอียด...

น้ำตกกะเปาะ จ.ชุมพร วนอุทยานน้ำตกกลางป่า

ร้อนๆ แบบนี้ จะมีที่ไหนดีเท่ากับการแช่น้ำ วันนี้พาลงใต้กันสักหน่อย ไปแช่น้ำตกกลางป่า ที่นี่ “วนอุทยานน้ำตกกะเปาะ” วนอุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 7,010 ไร่ มีบรรยากาศเป็นสวนป่าร่มรื่น ในบริเวณนี้มีน้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำไหลตลอดปี เหมาะแก่การพักผ่อน ใครที่ผ่านไปผ่านมา หรือกำลังจะหาที่ท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว ก็ไม่ควรพลาดนะคะ

สวนนายดำ จ.ชุมพร สวนเกษตรระหว่างทางเที่ยวเมืองใต้

ใครที่ผ่านไปเที่ยวภาคใต้คงต้องรู้จัก “สวนนายดำ” อย่างแน่นอน สวนเกษตรที่เกิดจากความเพียรพยายาม การทำมาหากินของนายดำ สวนนายดำ จ.ชุมพร หลังจากที่เป็นเพียงสวนผลไม้ ที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกแล้ว ณ ปัจจุบัน สวนนายดำแห่งนี้ได้รับการบอกกล่าว และมีคนเข้ามาเยี่ยมเยือนกันอย่างมาก จนทำให้ได้มีการพัฒนาการสวนผลไม้...

ชมรมรักษ์เรือใบโบราณละแม จ.ชุมพร

คราวนี้ถึงเวลามาเที่ยวกันต่อที่จังหวัดชุมพรกันบ้างนะคะ บางทีเห็นเรือแล้วก็อยากมีเรือเก๋ๆแบบนี้บ้างจัง ไปชมมาแล้วก็ประทับใจ กับเรือใบโบราณ กำเนิดขึ้นสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพาหนะที่สำคัญของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง เพื่อการสัญจรทางทะเล และประกอบอาชีพด้านการประมง โดยการนำผืนผ้าดิบมาดัดแปลงเป็นใบเรือ เพื่อรับกับกระแสลม ประกอบกับการใช้หางเสือให้สามารถแล่นเรือไปในทิศทางที่ต้องการได้ แต่ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ...

หลาดใต้เคี่ยม จ.ชุมพร

ละลายทรัพย์กับ ตลาดใต้เคี่ยม หรือหลาดใต้เคี่ยม ตั้งอยู่ อำเภอละแม จังหวัดชุมพร ตลาดแห่งนี้อยู่ท่ามกลางสวนต้นเคี่ยมอันร่มรื่นกว่า 7 ไร่ โดยมีการตกแต่งซุ้มร้านค้าด้วยวัสดุธรรมชาติ แม่ค้าพ่อขายก็เป็นกันเองค่ะ สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่ชาวบ้านในพื้นที่นำมาขาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทางการเกษตร สมุนไพร อาหารทะเลสดๆ ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ...