หน้าแรก We สตอรี่ ตะลุย Japan ดินแดน แห่งวัฒนธรรมที่เมือง OTSU จังหวัด SHIGA

ตะลุย Japan ดินแดน แห่งวัฒนธรรมที่เมือง OTSU จังหวัด SHIGA

สวัสดีครับ ครั้งนี้ผมได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปท่องเที่ยวที่แดนอาทิตย์อุทัย ที่เมือง Otsu จังหวัด Shiga ซึ่งอยู่ในภูมิภาค Kansai หากพูดถึงเมือง Otsu รับรองได้ว่า คนไทยหลายคนยังไม่รู้จักเมืองนี้ ซึ่งจริงๆแล้ว เมืองนี้อยู่ติดกับ Kyoto มาก เดินทางเพียง 9 นาทีเอง บอกได้เลยว่า เมืองOtsu เป็นอีกหนัึ่งเมืองห้ามพลาดเลยก็ว่าได้ ด้วยภูมิประเทศที่สวยงามมากกกกก มีทั้งภูเขา น้ำตก และทะเลสาบ Biwa เป็นหนึ่งในทะเลสาบที่เรามักจะได้ยินชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นหลายๆ เรื่องเลยครับ ด้วยความที่ทะเลสาบแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก เอาจริงๆ ผมเองยังคิดว่ามันคือทะเลเลยครับ เกริ่นมาพอสมควรแล้ว เรามาเล่าประสบการณ์ครั้งนี้ให้ฟังดีกว่า

เริ่มต้นด้วยการเดินทางเลยแล้วกันครับ คือเราเริ่มออกเดินทางจาก ประเทศไทย ด้วยสายการบิน การบินไทย เที่ยวบิน TG 622 เวลา 23.15น. ซึ่งเดินทางไปถึง สนามบิน Kansai เมือง Osaka เวลาประมาณ 6.30น.(Local Time)

อย่างที่เรารู้ว่า ที่ญี่ปุ่นเวลาไวกว่าไทยถึง 2 ชั่วโมง เอาแล้วไง จะjet lag มั้ยนะ เพราะเอาจริงๆ ผมก็เพิ่งเคยเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกเสียด้วยสิ่ จิตตกเลยที่เดียวกลัวจะเที่ยวไม่ไหว แต่คิดแล้ว เอาว่ะ!! ลองกันสักตั้งถึงสนามบินคันไซ เราก็ไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่ญี่ปุ่น ไม่รอช้าครับ รีบขึ้นรถให้ไว

อยากเที่ยวครับ อยากเที่ยว ที่แรกในแพลนของเรา คือ Biwako Ski Resort ห่ะ!! เมืองนี้มี สกีรีสอร์ทด้วย เห้ยคุ้มว่ะ เริ่มต้นเดินทางจาก สนามบินคันไซไปยังเมือง Otsu ใช้เวลาเดินทางด้วยรถบัส ไปประมาณ 1 ชม.กว่าๆ ครับ ตลอดสองข้างทางของประเทศเขา ผมรู้สึกตื่นเต้นทุกที่เลย ทั้งบ้านเรือนที่ยังอนุรักษ์ความเป็นญี่ปุ่นไว้ แล้วก็ระเบียบของคนญี่ปุ่น สุดยอดจริงๆครับ

เดินทางไปจนถึง Biwako Ski Resort แล้ว ไกด์ก็เข้ามาแนะนำวิธีต่างๆ นานาๆ มากมายเลย เอาจริงๆ ผมไม่ค่อยได้สนใจอะไรเลย มัวแต่ตื่นเต้น รีบวิ่งไปถ่ายรูปวิวทิวทัศน์แถวนั้นอย่างเดียว คือ สายน้ำตก ที่ไหลอยู่ บวกกับสองฝั่งที่ยังมีหิมะ หลงเหลืออยู่บ้างส่วน เอ่อ!! บอกก่อนว่าที่นี้ต้นซากุระเยอะมากครับ แต่เสียดายตอนที่ผมไปมันยังไม่บานสิ่ครับ

ลองถ้าเป็นช่วงที่บานพอดี ผมคงเป็นลมตายแน่ๆ ชอบดอกไม้ไง 555 เสียใจนิดนึงแต่ไม่เป็นไร มุ่งหน้าไปเช่ารองเท้าสกีดีกว่า

หลังจากเช่าเสร็จ เราก็เตรียมตัวขึ้น Rope way วิวที่มองลองมาตอนขึ้นRopeway อยู่นะครับ

โอโห้ วิวสุดจะบรรยายครับ จินตการตามนะครับ(มโน) ด้านหลังเราเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยหิมะ สีขาวๆระหว่างทางขึ้น จะเป็นหิมะที่เริ่มละลายแล้ว แต่สวยงามมากครับ ด้านหน้าเรานี่สิ่ ไฮไลต์ วิวทะเลสาบ บิวากับภูมิทัศน์ ตัวเมืองของ Otsu ตายแล้วๆ เกิดมาเพิ่งเคยเห็น มองตาปริ่มๆ เก็บบรรยากาศ อยู่คนเดียวครับ

ถึงด้านบน เจ้าหน้าที่ก็พาเราไปแนะนำส่วนต่างๆของสกีรีสอร์ท จ้ำๆ เดินไป เห้ย ข้างหน้ามันขาวไปหมด หิมะขาวปุยมากๆ ไหนขอเหยียบทีสิ่ โอมายก๊อด มันนุ่มๆ ดีอะ อยากจะกินแต่กลัวโดนว่า ก็เลยไม่กิน ฮ่าๆ

เดินบนหิมะไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่หันมาหัวเราะ เราก็งงว่าหัวเราะอะไรเรา เขาพูดกลับมาว่า เดินกันเป็นเพนกวินเลยนะคะ แหม!! ก็คนมันไม่ชินไง เดี่ยวก็คล่องเองหละครับพี่

จากนั้นก็เดินสำรวจไปเรื่อยๆ ยืนมองเด็กๆ ที่มาเล่นหิมะ กับครอบครัว

แล้วก็พวกมือโปร โห้เท่ห์ว่ะ อยากทำได้บ้างจัง(ในใจคิดนะ)แต่ความเป็นจริงคงอีกนานแน่ๆ 555 ไอเราก็เดินเสพบรรยากาศไปเลื่อยๆ เลือบตาไปเห็นยอดเขาสูงๆ นู้นเลยไกลมากมีบรรดานักเล่นสกีอยู่เต็มไปหมด

มองเห็นไกลๆ เห็นตัวเล็กเท่ามดเลยครับ เราก็ยืนจ้องมอง ดูเขาเล่นไป ถ้าได้ลองสักครั้งจะตั้งใจเรียน ฮ่าๆๆ

หลังจากเดินวนๆ เป็น เพนกวินอยู่สักพัก เสพบรรยากาศเกือบเต็มแม็กแล้ว ได้เวลาเดินเข้าร้านของฝาก ไปดูกันว่าข้างในนั้นจะมีสินค้าขายอยู่เยอะแค่ไหน ที่นี่จะเน้นขายเป็นอาหารพื้นเมือง ขนมก็เช่นกัน บางอย่างเราสามารหาซื้อได้เพียงแค่ที่นี่เท่านั้นครับ

ได้เวลาเดินทางไปหาข้าวทานแล้วสิ่ครับ ป่ะ ไปขึ้น Rope Way เพื่อเดินทางลงไปด้านล่าง รอบนี้คนเยอะมาก!!! ตอนมาถึงแรกๆ คิดว่าคนน้อยเสียอีก

เอาล่ะครับ~ ทุกคนบ่นหิวเอาไงดี หาอะไรรองท้องไปก่อนดีกว่า เดินทางถึงด้านล่าง เจอร้านข้าวปิ้งร้านนึ่ง ตั้งอนู่โดดๆ เลยครับพลาดไม่ได้ที่จะลอง จัดไป !!

คุณป้าคนขายใจดีมากๆ ครับ ยิ้มแย้มแจ่มใสมากๆ สำหรับข้าวปิ้งนะครับ เรียกได้ว่าอร่อยทีเดียว รสชาติยังติดปากอยู่เลยครับ ฮ่าๆ !! ซอสที่ใช้ทา มันจะมีรสชาติเปรี้ยวๆ กลิ่น คล้ายซอสที่บ้านเราครับ ทานเขาไปแล้วมันจะหวานปลายๆ ทานคู่กับข้าวปิ้งที่ญี่ปุ่นแล้วโอ๊ย แซ่บ ครับ ราคาอยู่ที่ 200 เยนต่อไม้ หลังจากทานรองท้องกับเรียบร้อยแล้ว ได้เวลา ขึ้นรถบัสเพื่อไปหาข้าวทานอย่างจริงจังครับ

ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันหน่อย ฮ่าๆ พี่คนขับรถบัสเขาขอมาเราก็ต้องจังให้สิ่ครับ รีรอไม่ได้แล้วท้องร้องใหญ่แล้ว !! ฮ่าๆ ออกเดินทางจาก Biwako Ski Resort เพื่อไปยังร้านอาหาร

คราวนี้เราได้ทานอาหารที่ร้าน KOO-Cafe ของเจ๋งของที่นี่คือ ใช้ข้าวที่ชาวบ้านปลูกเองในบริเวณนั้น บอกกับอาหารแบบ ออแกนิค เพื่อสุขภาพ ใครรักสุขภาพ แนะนำเลยครับ

เวลาเปิด ปิด 11:00 – 17:00
พิกัดตามนี้เลยครับ https://goo.gl/maps/jRj2kkk7e212

เมนูแรกที่เราทานกับก็คือเมนูสลัดเพื่อสุขภาพครับ ผักสดมากๆ กัดไปที คือกรอบมากๆครับ รสชาติน้ำสลัดที่ออกเผ็ดนิดๆ จึงรู้สึกถูกปากมากๆ ครับ มันมีอะไรไม่รู้กรอบๆ เพิ่มลูกเล่นให้อาหารจานนี้ได้ดีทีเดียวครับ

มาต่อที่เมนูที่ 2 ครับ เป็นข้าวแกงกระหรี่เนื้อสับ โป๊ะหน้าด้วยไข่ออนเซน ทานคู่กับชีส เมนูนี้อร่อยมากกก เพราะว่ารสชาติที่ออกเผ็ดนิดๆ ถูกตัดด้วยชีสที่เราราดลงไป เข้ากั๊น เข้ากัน ที่สำคัญคือให้เยอะมากครับ

หลังจากทานข้าวเสร็จ ได้เวลาออกสำรวจพื้นที่สิ่ครับ ฮ่าๆ เดินออกมานอกร้าน เห็นชาวนาที่กำลังใช้เสียมทำอะไรสักอย่างอยู่ในทุ่งนา เอ่อ ที่นี้มีนกหลากหลายสายพันธ์มาก หากใครชอบดูนกที่นี่ก็ตอบโจทย์ เช่นกันครับ อย่างวันนี้ผมได้เห็นนกเหยี่ยว หลายตัวเลย ตัวใหญ่มากๆ

พื้นที่ในบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม มีทั้งการปลูกข้าวและพืชผักหลายชนิด อยากผักกาด หรือต้นหอม ครับ ไอที่เห็น 2 ต้นโดดๆ ตรงกลางนั้นคือต้นซากุระครับ มีขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ หากเป็นช่วงเทศกาลชมซากุระ ที่นี่คงสวยงามมากๆเช่นกันครับ

วิวอีก 1 อย่างของที่นี่เลย ก็คือ การถ่ายภาพรถไฟ ที่วิ่งผ่านไป โดยมีแบล็คกราวเป็น ภูเขา สวยงามมากครับ อย่างเช่นภาพนี้ (ถ่ายไม่สวยนะ ตัวอย่างเฉยๆ)

หลังจากเพื่อนๆ ทานข้าวกันเรียบร้อยแล้ว ได้เวลาไปออกกำลังกายแล้วสิ่ครับ ครั้งนี้ เราวางแผนจะไปปั่นจักยานรอบๆ ทะเลสาบน้ำบิวะ (เอาจริงๆ ปั่นได้แค่ 8 กม.เองครับ ฮ่าๆ) ทะเลสาบน้ำบิวะ เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 670 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำจืดสำคัญ ของจังหวัด เกียวโต และจังหวัด ชิงะ หูย!!! ดีงามพระรามสี่จริงๆ

มาถึงจุดสตาร์ทสำหรับ ทริปการปั่นจักรยานรอบ ทะเลสาบบิวา แล้ว เลือกสรรจักรยานกันเลยครับ สำหรับจักรยานที่มีให้บริการเช่าของที่นี่ ก็จะมีด้วยกัน 2 แบบ อย่างแรกเลย เหมาะสำหรับ แม่หญิง คือจักรยานรูปร่างคล้ายๆ จักรยานแม่บ้านที่ปั่นไปจ่ายตลาดเช้า แถวบ้านเราฮ่าๆ ข้อดีคือมีมอเตอร์ช่วยให้ประหยัดพลังไปได้เยอะเลย น่าอิจฉาจริงๆ ส่วนผม จัดจักรยานผู้ชายสิ่ครับบ คล้ายๆ จักรยานเสือหมอบ ปั่นมันส์ มากครับ เลือกจักรยานเรียบร้อยก็เตรียมตัวลุย !! กันเลย

แผนที่เส้นทางสำหรับปั่นจักรยานนะครับสำหรับเส้นทางนี้จริงๆ คือแค่ 11 กิโลเมตรเท่านั้นครับ ปั่นชิลๆ ชมวิวเมืองน่ารักๆ
เหล่านักสู้รวมตัวกันหน่อยยย!! แชะภาพเสร็จก็เริ่มกันเลย โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่คอยนำทางให้เราครับ

รู้สึกประทับใจมาก เพราะว่าเส้นทางที่ปั่นครั้งนี้ เรียกได้ว่าปลอดภัยสุด เนื่องจากที่เมืองนี้ การจราจรไม่คับคลั่งเท่าไหร่ นักปั่นส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะมาสำรวจเส้นทางกันที่เมืองนี้ แหม!! วิวข้างทาง สวยงามบวกกับเส้นทางที่ปลอดภัย ใครๆ ก็อยากมาป่ะ ฮ่าๆ

เดี๋ยวมาต่อกันที่พาร์ท 2 นะครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Must Read

หาดกะรน จ.ภูเก็ต เพลินกับทะเลใส หาดทรายสวย

จังหวัดภูเก็ต ถือได้ว่าเป็นดินแดนแห่ง หาดทราย ชายทะเล และกลุ่มเกาะที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ซึ่งสามารถเดินทางไปเยือนได้ตลอดทั้งปี ทำให้ภูเก็ตเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางในวันพักผ่อนของใครหลายๆ คน วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ดำดิ่งลงไปโลดแล่นยังโลกใต้ทะเลกันอีกครั้ง งั้นวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับ "หาดกะรน" ค่ะ

หาดในหาน จ.ภูเก็ต รับลมร้อน นอนอาบแดด

ช่วงนี้ถ้าเห็นคนอัพรูปไปเที่ยวทะเลบ่อยๆ ก็คงไม่แปลกเท่าไหร่ เพราะก็เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว เหมาะเหลือเกินที่จะไปชิลๆ ทะเลกัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวทะเล แดนอันดามันกันค่ะ ที่ที่มีทะเลหาดสวย น้ำใส ทรายที่ละเอียดมากๆ อีกจุดหนึ่ง หรือใครอยากจะพักผ่อน นอนอาบแดดก็เหมาะมากๆ...

หนาวนี้ต้องโดน! กับหิมะญี่ปุ่นน่าไป เมืองไหนน่าเที่ยว

ชวนคนรู้ใจบินไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเถอะ เพราะหน้าหนาวนี้มีหิมะสีขาวเป็นปุยๆ ให้เราได้เล่น ได้ถ่ายรูป พร้อมทั้งเช็คอินตามสถานที่ต่างๆ รับรองว่าเพื่อนๆ ต้องตาร้อนผ่าวๆ กันแน่นอน วันนี้เลยขอแนะนำเมืองน่าเที่ยวสุดฮิต ที่ไม่อยากให้พลาดกัน ใครที่มีหัวใจรักในการท่องเที่ยวและหลงใหลในความเป็นญี่ปุ่น เก็บกระเป๋า และเตรียมตัวให้พร้อม จากนั้นก็จองตั๋วเครื่องบินกันเลย แต่ช้าก่อน!! สำหรับใครที่อยากได้ตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นราคาถูก แนะนำให้ลองเข้ามาดูใน Traveloka...

เที่ยวญี่ปุ่นสุดดี๊ด๊า Nagoya Gifu Mie #2

ป๊อกๆ ก๊อกๆ เรามาตามฟินกันต่อกับการเที่ยวญี่ปุ่นสุดดี๊ด๊า Nagoya Gifu Mie ตอนที่ 2 หลังจากตอนที่ 1 พาไปชมความชิค ความคูล กันมาแล้ว ตอนที่ 2 นี้ สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวเข้ามา เดี๋ยวพาไปเที่ยวกันต่อเลยจร้าาา…

พระพุทธมิ่งมงคล เอกนาคคีรี หรือ พระใหญ่ มหัศจรรย์แห่งศรัทธา สูงเทียมฟ้า จรดทะเลอันดามัน

“พระใหญ่ทรงศิริ มงคลแผ่พ่ายศัตรู ปกปักรักษาตระหง่านงามตา” แห่ง จ. ภูเก็ต พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือ พระใหญ่ พระพุทธรูปประจำเมืองภูเก็ต ชาวต่างชาติรู้จักกันในนามว่า Big Buddha เป็นพระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ที่ประดิษฐาน ณ บนยอดเขานาคเกิด สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแห่งใหม่ของ จ.ภูเก็ต มีนักท่องเที่ยวชาวไทย...