Konnichiwa เป็นไงล่ะครับ อยู่มา 3 วัน Speak Japanese ได้แล้ว สำหรับวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะอยู่เที่ยวที่จังหวัดไซตามะ วันนี้นี้ตื่นเช้าหน่อยเพราะมีนัด โอ๊ะโอ!!! อยู่ญี่ปุ่น 3 วัน พูดได้ แถมมีนัดด้วย ไม่ได้นัดเดทนะ แต่เป็นนัดกับนายกเทศมนตรีประจำเมือง Chichibu เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลของนักท่องเที่ยว แต่ก่อนไปเจอท่าน เราก็มีนัดอีก….. พอดีนัดร้านชุดกิโมโนไว้ ตามแพลนของเราวันนี้เราจะใส่ชุดยูคาตะเดินเล่นชมเมืองและไปศาลเจ้า

ร้านเช่าชุดกิโมโน (秩父銘仙館) Chichibu meisenkan ร้านนี้น่ารักมากๆ เป็นร้านเล็กที่อยู่ในตัวบ้าน บรรยากาศร่มรื่นดี แถมพนักงานก็น่ารักสุดๆ เลยครับ สามารถเดินจากสถานีรถไฟ Seibu Chichibu เพียง 5 นาทีดูเส้นทางได้ตามแผนที่ในเว็บไซต์นะครับ https://potemeisen.wordpress.com (Japan) หรือ พิกัด GPS https://goo.gl/maps/UtRZ1fNsmwo ร้านจะเปิดตั้งแต่ 9:00 – 16:00 ค่าเช่าชุดก็ถูกมาก แค่ 3,000 เยน (รวมภาษีแล้ว) ใส่ได้ตลอดวัน แต่ต้องคืนชุดไม่เกิน 15:30 นะครับ ถ้าใส่นานกว่านี้มีหวัง เป็นลมคาชุดแน่ๆ

เพลงเปิดตัวมา!!! เป็นยังไงกันบ้างครับ ทุกคนแต่งออกมาแล้วผ่านไหม ไม่ต้องตอบนะครับ เก็บไว้ในใจ เพราะผมกลัวคำตอบ…..

และจากที่บอกว่าวันนี้มีนัดพบปะพูดคุยกับนายกเทศมนตรี ก็ได้เข้าพบอย่างเป็นทางการ สอบถามข้อมูลแลกเปลี่ยนกันไปมา เท่าที่ผมจับใจความได้ นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมือง Chichibu ซ้ำกันมากกว่า 10 ครั้งต่อคน และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเที่ยวเมืองนี้ วันก่อนก็ไปขอพรศาลเจ้ามาแล้ว ต้องได้กลับมาอีกแน่ๆ

ผู้ที่มาเที่ยวเมืองนี้คงมาเพราะชอบบรรยากาศ ชอบในความสบายของผู้คนไม่พลุกพล่าน และคงต้องชอบเกี่ยวกับอะนิเมะด้วยแน่ๆ หรืออาจจะชอบเจ้าตัวมาสคอสของเมือง เจ้า Potekuma เพราะไปที่ไหนก็จะเจออยู่ทุกที

หลังจากที่เราทราบข้อมูลของนักท่องเที่ยวกันคร่าวๆ แล้ว เริ่มหิวละ วันนี้ผมมีมื้อเที่ยงเป็นข้าวหน้าหมูทอด ทงคัตสึวาราจิ (Tonkatsu Waraji) ร้าน Shunka ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของสถานี

และจุดเด่นของที่ร้านนี้คือ จะใช้เนื้อหมู/ไก่ ขนาดใหญ่ชิ้นเดียวไปชุบแป้งทอด ด้วยทั้งหน้าตา ทั้งรสชาติ และขนาดแค่เห็นก็จุกแล้วเพราะ มันใหญ่มาก!!!

แต่ร้านนี้ก็ไม่ได้มีเด่นที่ข้าวหน้าหมูทอดนะครับ ยังมีปิดท้ายด้วยขนมขึ้นชื่อ คือ potemiso ซึ่งเจ้านี่แหละ เป็นของขึ้นชื่อและยังเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอีกด้วย อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไชต์นะครับ http://www.shunka2009.com/

อิ่มจนจุกแล้ว ไปเที่ยวกันต่อเลยนะครับ จุดที่เราจะไปต่อนั้นก็คือศาลเจ้าชิจิบุ (Chichibu Shrine) ซึ่งศาลเจ้านี้เป็น 1 ใน 3 ของศาลเจ้ามีประวัติศาสตร์กว่า 2,000 ปี

อาคารหลักของศาลเจ้านี้ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยท่านโชกุนโทกุกะวะ อิเอยาสุ เป็นผู้คุมสร้างด้วยตนเอง จึงมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น และสวยงามอย่างลงตัว จุดเด่นอีกหนึ่งจุดของศาลเจ้านี้ก็คือ หน้าจั่วทั้ง 4 ด้านของศาลเจ้า ที่แกะสลักเป็นรูป สัตว์ ทั้ง 4 ชนิด คือ มังกร นกฮูก เสือ และลิง 3 ตัว

และนอกจากนี้ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในเรื่องเทศกาล Chichibu Yomatsuri ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เทศกาลหลักของญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับเทศกาล Kyoto Gion และเทศกาล Hida Takayama Festival เทศกาลเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลที่สวยงามมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยนะครับ

อ้าวลืมบอกไปครับ ว่าศาลเจ้านี้สามารถเดินมาจากร้าน Shunka ได้นะครับ หรือถ้ามาจากสถานีรถไฟ Seibi Chichibu ก็เดินประมาณ 10-15 นาที หรือ ถ้ามาลงสถานี Chichibu tetsudo ก็เดินแค่เพียง 5 นาทีเท่านั้น สามารถเข้าดูข้อมูลได้จากเว็บไซต์ http://www.chichibu-jinja.or.jp/ และพิกัด GPS https://goo.gl/maps/JfY9mdxV4z52 และสิ่งที่น่าสนใจ อีกอย่างหนึ่งก็อยู่ฝั่งตรงข้ามของศาลเจ้า นั้นคือ พิพิธภัณฑ์ Chichibu Matsuri Kaikan ข้างในก็เป็นสถานที่จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของงานเทศกาลชิจิบุ เพราะอย่างที่ผมบอกไปแล้วนะครับ เทศกาลนี้เป็น 1 ใน 3 ของเทศกาลสำคัญของประเทศญี่ปุ่น โดยงานจะจัดขึ้นทุกวันที่ 2-3 พฤษภาคม ของทุกปี และผมก็มาช้าไป เลยอดดูบรรยากาศจริงของการเฉลิมฉลองเลย แต่ไม่เป็นไร เพราะที่นี่เขามีการฉาย Projection จำลองบรรยากาศ และแถมยังมีโรงหนัง 3 มิติให้ดูเพื่อความสมจริงอีกด้วย

และในส่วนบนของชั้น 2 ก็เป็นที่เก็บเรื่องราวประวัติ และ ข้าวของที่เคยใช้ในเทศกาลเมื่อในอดีต

นี่เป็นลิงค์เว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์นะครับ http://www.chichibu-matsuri.jp/ สามารถเข้าดูรายละเอียดต่างๆ ได้ และสถานที่ที่เราจะไปต่อกันอีกก็คือ ไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่สดๆ ทานกันที่สวน Komatsuzawa Leisure Farm โดยเราสามารถมาเก็บสตรอว์เบอร์รี่ทานกันได้แบบไม่อั้น

ที่สวนนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ถ้าเราเดินเข้ามาตามปกติ (แล้วใครเดินเข้ามาไม่ปกติ ห๊ะ!!) ทางด้านขวามือของเราจะเป็นสตรอว์เบอร์รี่ สายพันธ์ Benihoppe จะมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ผมชอบอันนี้

และทางด้านซ้ายมือ จะเป็นสตรอว์เบอร์รี่ สายพันธุ์ ยาโยอิฮิเมะ ซึ่งพันธุ์นี้จะมีรสชาติหวานและยังมีลูกที่ใหญ่กว่าด้วย

ที่สวนนี้สามารถเที่ยวได้ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมิถุนายน (การเดินทาง มีรถบัสรับส่งจากสถานี Yokose) พิกัด GPS https://goo.gl/maps/kgeeVgMPFGM2 ตามนี้นะครับ

หมดเวลาสนุกแล้วสิ หมดเวลาสนุกแล้วสิ ห๊ะ!!! หมดแล้วเหรอ ว้าาาา ยังเก็บสตรอว์เบอร์รี่ทานไม่เต็มอิ่มเลย แต่ก็ต้องไปแล้ว ขอติดมือไปสัก 4 ลูกละกัน ก็คนมันชอบอ่ะ 😛

แต่ยังไม่จบแค่นี้นะครับ เพราะยังมีสถานที่สุดท้ายอีกจุดหนึ่ง ที่ผมและทุกๆคนน่าจะชอบ เพราะที่นี่คือ Matsurinoyu หรือร้านของฝากจากเมือง Chichibu นั้นเอง (พูดจบตระกร้าก็ลอยเข้ามาในมือ)

ที่นี่เป็นจุดขายของฝากที่อยู่ด้านข้างของสถานีรถไฟ มีของขายเยอะมาก ทั้งขนม ของแห้ง ของสด ของหมัก ของดอง อีกทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

และที่ฟินไปกว่าเครื่องดื่มก็คือมีออนเซนให้แช่ระหว่างรอรถไฟนี่แหละ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นะครับ http://www.seibuchichibu-matsurinoyu.jp/matsuri/ พิกัด ก็คือสถานีรถไฟที่เราจะต้องขึ้นกลับกันนี่แหละครับ เที่ยวมาก็ตั้ง 3 วันแล้ว ไม่ต้องแบกของฝากไปๆ มาๆ มาที่นี่ที่เดียวจบปิ้ง เดินช๊อปปิ้งกันได้สบายใจ สุดท้ายแล้วลากันไปตรงนี้ ตรงที่จุดช๊อปปิ้งนะครับ เพราะว่าต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปหาของฝากกันแล้ว ทริป 3 วัน 2 คืน ที่เมือง Chichibu จังหวัดไซตามะ เป็นทริปที่เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผม และเพื่อนๆ ท่านอื่น ที่ยังไม่เคยมาเที่ยวที่นี่ ให้ได้รู้ ได้เห็น ได้ศึกษา และได้มิตรภาพดีๆ กลับไป สุดท้ายนี้ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ผู้ใหญ่ใจดี ผู้สนับสนุน และอำนวยความสะดวกตลอดทริป เอ้าทั้งหมดทำความเคารพ ขอบคูณณค๊าบบ….^^

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่