Let’s go NAGOYA ทริปสั้นสนุกมันส์ 2 วัน นาโกย่า (DAY1)

พอนึกถึงญี่ปุ่นขึ้นมาทีไร ภาพที่เที่ยวสวยๆ ก็ผุดขึ้นมาเต็มหัวไปหมด เพราะญี่ปุ่นมากี่ครั้งก็ไม่เบื่อว่ามั้ยคะ เพราะในทุกครั้งจะมีเรื่องราวสนุกๆ ที่แตกต่างกันออกไป ทริปนี้เราจะไปเที่ยวนาโกย่า 2 วัน เป็นทริปสั้นๆ แต่รับรองว่าเต็มไปด้วยความสุขและความสนุกอย่างแน่นอน มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปชมกันเลยค่ะ


Day 1 

เมื่อเราบินลงที่สนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ (Chubu Centrair International Airport) ที่นาโกย่า ซึ่งถือว่าเป็นประตูสู่ภูมิภาค Chubu ที่สนามบินนี้สะดวกมาก เพราะเป็นสนามบินที่ออกแบบให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่มาใช้งานได้อย่างสะดวก เดินไปไหนมาไหนไม่หลงแน่นอน

บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน มีนินจาสร้างความแปลกตาน่าตื่นเต้นด้วย เพราะสนามบินแห่งนี้อยู่ใกล้กับพื้นที่หมู่บ้านนินจาอีงะ และโคงะ ทำให้เวลาเรามาเช็คอินได้ฟิลบรรยากาศเหมือนเข้าหมู่บ้านนินจาเลยล่ะค่ะ

นอกจากนินจาแล้ว ยังเป็นพื้นที่ตำนานของเหล่านักรบชื่อดังอีกด้วย

สนามบินแห่งนี้ได้รับรางวัลจาก SKY TRAX ติดต่อกัน 7 ปีซ้อน นับว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลก 

ภายในสนามบินมีลานกิจกรรมและร้านค้าขายของฝาก จากภูมิภาคจูบุให้เลือกมากมาย อยากได้อะไรติดไม้ติดมือไปเป็นของฝากก็มาซื้อหากันได้ที่นี่เลยค่ะ รับรองมีให้เลือกเพียบ 

นอกจากร้านขายของฝากแล้ว ก็จะมีศูนย์อาหารและร้านอาหาร ที่จำหน่ายอาหารท้องถิ่นและเป็นร้านชื่อดังของนาโกย่า มาอยู่รวมกันที่นี่เต็มไปหมด เช่น ข้าวหน้าปลาไหล ”ฮิทสึมะบุชิ” หมูชุบเกล็ดขนมปังทอดราดซอสมิโซะ “มิโซะคัตซึ” เป็นต้น แค่เมนูตัวอย่างก็น่าทานแล้ว เดินเลือกร้านไปก็แอบกลืนน้ำลายไปเบาๆ 

วันนี้เราเลือกที่จะไปทานอาหารที่ ร้าน มารุฮะโชคุโด「まるは食堂」 

ร้านนี้มีดีที่กุ้งทอด ณ สนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์

กุ้งทอดตัวใหญ่ เสริฟร้อมขาวสวยร้อนๆ และซุปมิโซะสไตล์นาโกย่า อร่อยจนต้องถ่ายรูปลงโซเชียลอวดเพื่อนๆ กันเลยทีเดียว 

จากกระจกภายในร้าน สามารถมองออกไปด้านนอกเห็นวิวลานบิน นอกจากจะทานข้าวไป นั่งมองวิวไปแบบเพลินๆ แล้ว มุมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งมุมที่หลายคนนิยมถ่ายรูปกันค่ะ

เช็ครายละเอียดของร้านได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้นะคะ

https://www.centrair.jp/shop-dine/restaurant/maruha.html

หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็สามารถเดินไปชมจุดชมวิวลานสนามบินที่ชั้นดาดฟ้าได้ด้วย

Central Japan Travel Center สามารถหาข้อมูลท่องเที่ยวนาโกย่าและภูมิภาคชูบุได้จากที่นี่เลย

จากสนามบิน เราก็นั่งรถไฟด่วนพิเศษมิวสกายของเมเท็ตสึ ซึ่งเป็นรถไฟหลักของเมืองนาโกย่า ที่นั่งจากสนามบินเพื่อเดินทางเข้าเมืองนาโกย่า แต่ก่อนที่จะเข้าไปที่ตัวเมืองนาโกย่า เราขอแนะนำให้ลองแวะไปที่ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และมีชื่อเสียงอย่างศาลเจ้าอัตสึตะจิงกู นั่งรถไฟจากสนามบินแล้วลงรถไฟก่อนสถานีนาโกย่า 1 สถานี เราลงที่สถานี JINGŪ-MAE เราขอแนะนำให้ลองแวะไปที่ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์และมีชื่อเสียงอย่างศาลเจ้าอัตสึตะจิงกูค่ะ 

มีสถานีรถไฟอยู่ภายในสนามบิน เดินออกมาจากประตูทางออกก็จะเจอเลย สะดวกมากๆ

มีป้ายแนะนำการซื้อตั๋วขนาดใหญ่ไว้ข้างบนด้วย 

รถไฟด่วนพิเศษมิวสกายของเมเท็ตสึ มีที่เสียบตั๋วด่วนพิเศษไว้ด้านหลังเบาะทุกตัว เวลาเรานั่งช่องที่เสียบตั๋วก็จะอยู่ด้านหน้าเราพอดี ทำให้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะเราสามารถเช็คได้ตลอดว่าจะลงสถานีไหน

มีที่วางกระเป๋าสัมภาระฟรีภายในรถไฟด้วยนะ พร้อมแล้วไปศาลเจ้าอัตสึตะจิงกูกันเลย


ศาลเจ้าอัตสึตะจิงกู

ศาลเจ้าอัตสึตะจิงกูเป็นศาลเจ้าใหญ่อีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ในทุกปีจะมีผู้มาสักการะประมาณ 7,000,000 คน สิ่งสักการะของศาลเจ้าแห่งนี้คือ ดาบคุซานางิ (Kusanagi-no-Mitsurugi) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเครื่องราชกกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ประจำจักรพรรดิญี่ปุ่น และยังมีกำแพงที่โชกุนโอดะ โนบุนางะถวายให้ศาลเจ้าตามที่เคยได้อธิษฐานขอพร ให้ได้รับชัยชนะในปี ค.ศ 1560 ในพิพิธภัณฑ์วัดอัตสึตะ มีการจัดแสดงและจัดเก็บสิ่งของล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ราว 6,000 ชิ้น

ต้นไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในบริเวณนี้ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าวัด ถัดจากเทสุอิชา

กล่าวกันว่าต้นไม้มีอายุกว่าพันปีและมีโพรงภายในที่มีงูอาศัยอยู่ และหากคุณเห็นงูออกมากินไข่ คุณก็จะมีโชคด้านเงินมากขึ้น 

ช่วงโควิด ทางศาลเจ้าเปลี่ยนจากการล้างมือด้วยกระบวย เป็นล้างมือด้วยรางน้ำแทน 

จุดจำหน่ายเครื่องราง เครื่องรางของที่นี่มีเครื่องรางที่น่าสนใจและต่างจากที่อื่น ตรงที่มีเครื่องรางนักเดินทาง ปักลายลูกโลกสวยงาม เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวมากๆ มาแล้วก็ต้องจัดกันไปพกติดกระเป๋าไว้หน่อยค่ะ 

เทพที่ประดิษฐานอยู่ที่ Atsuta Daijin เหมือนกับในศาลเจ้าหลัก กล่าวกันว่าเทพเจ้าได้รับการบูชาจากนักรบซามูไร และกล่าวกันว่าจะนำความโชคดีมาสู่การต่อสู้และการทำงาน


ศาลเจ้าคิโยมิสึ พรสำหรับผิวสวยและดวงตา! 

จากศาลเจ้า Ichino-gozen ไปทางตะวันออกตาม Kokoro-no-Koji ระหว่างทาง คุณจะเห็นด้านหลังของศาลเจ้าหลักทางด้านขวา และโกชิโนโกะทางด้านซ้าย เดินผ่านไปเราก็มาถึง “ชิมิซึฉะ” ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของเทพธิดาแห่งน้ำ “มิซึฮะ-โนะ-เมะ-โนะ-คามิ” สถานที่แห่งนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นแหล่งรวมพลังยอดนิยมสำหรับผู้หญิง

น้ำพุทางด้านทิศเหนือของศาลเจ้า เรียกว่า “โอชิมิซุ-ซามะ” มีสองตำนานเกี่ยวกับฤดูใบไม้ผลินี้ อย่างแรกคือ Taira no Kagekiyo ขุนศึกของตระกูล Heike เขาทำให้สายตาดีขึ้นด้วยการล้างตาด้วยน้ำพุนี้ อีกเรื่องหนึ่งบอกว่าหินกลางฤดูใบไม้ผลิเป็นส่วนหนึ่งของเจดีย์ และการที่ล้างผิวด้วยน้ำที่นี่จะทำให้ผิวของคุณสวย สองตำนานเรื่องน้ำพุแห่งนี้ คือ ดีต่อดวงตาและผิวพรรณของคุณ

ว่ากันว่าถ้าใช้กระบวยข้างหินเทน้ำบนหินสามครั้ง คำอธิษฐานของคุณจะเป็นจริง 


ต้นการบูรยักษ์

ต้นการบูรขนาดใหญ่ (Kusunoki) ที่ตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้าน้ำ ก็เป็นจุดยอดนิยมเช่นกัน มีต้นการบูรขนาดใหญ่หลายต้นในบริเวณอัตสึตะ จิงงู และต้นใหญ่นี้เป็นหนึ่งในไม้การบูรในอาณาเขตของศาลเจ้าที่สัมผัสได้

นอกจากนี้ยังมีต้นการบูรสองต้นใกล้กับกำแพงโนบุนางะ ซึ่งอุทิศโดยโอดะ โนบุนางะหลังจากชัยชนะในยุทธการโอเกะฮาซามะ

เพียงไม่กี่ก้าวจากถนนสายหลักก็จะเจอร้านอาหารของทางศาลเจ้า ชื่อร้าน มิยา คิชิเม็ง สาขาจิงงู เลยลองแวะไปทานดู

ที่ร้านนี้ มีเมนู คิชิเม็งมีหลายเมนู  วันนี้เราสั่ง”มิยะ คิชิเม็ง (โชยุ)” กลิ่นหอมของน้ำซุปที่ทำจากส่วนผสมที่คัดสรรมาอย่างดีเข้ากันได้ดีกับซีอิ๊ว และซอสแดงเป็นเมนูคลาสสิกของชาวนาโกย่า

ชิโรสึยุ (ซีอิ๊วขาว) เป็นซีอิ๊วขาวใส ทำจากซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วขาว และส่วนผสมของเกล็ดปลาโบนิโตแห้ง เกล็ดปลาแมคเคอเรล และสาหร่ายเคลป์ น้ำจิ้มสีแดงและสีขาวใช้สำหรับเมนูต่างๆ ตัวละคร “มิยะ” อยู่บนลูกชิ้นปลาด้วย

มิยะ คิชิเม็ง เส้นนุ่มๆ อร่อยสุดๆ

ซาลาเปามิยะ ก็อร่อยค่ะ อันนี้ห้ามพลาดขอแนะนำเช่นกัน

ของหวานก็อร่อย จะถ่ายภาพลงโซเชียลก็เหมาะมากๆ คือว่าไม่ใช่แค่น่ากินเท่านั้น แต่ว่ามันน่ารักมากๆ เลยทีเดียวค่ะ 

ใกล้ๆ กับร้านคิชิเม็ง มีสวนธรรมชาติให้เราได้นั่งพักผ่อนและเพลิดเพลินกับการชมสวนญี่ปุ่นภายในศาลเจ้าได้อีกด้วย

บรรยากาศดีมากๆ เลยค่ะ หลังจากเที่ยวชมศาลเจ้าอัตสึตะแล้ว เราไปต่อกันที่ร้าน ยามาโมโตะยะ ซึ่งเป็นร้านอุด้ง ที่เป็นมิโซะนิโคมิอุด้ง สไตล์นาโกย่ากันค่ะ


ยามาโมโตยะ

ยามาโมโตยะ เป็นร้านอุด้งชื่อดังของนาโกย่า มี 14 สาขา ในและรอบๆ เมืองนาโกย่า ทีเด็ดของทางร้านคือ มีรสหวานและเผ็ดของมิโซะโดดเด่น และน้ำซุปที่ทำจากน้ำซุปของปลาคัตสึโอะ และปลามุโรอาจิก็ทำให้รสกลมกล่อม เส้นอุด้งที่ทำแบบแฮนเมดอย่างพิถีพิถันจึงมีความนุ่มอร่อยทุกครั้งที่ได้ทาน

บรรยากาศในร้านแบบสบายๆ มีจำหน่ายของฝากจากทางร้านด้วย 

ไม่ได้มากินอุด้งของที่นี่เท่านั้น แต่ที่ร้านนี้ยังมีหลักสูตรการทำอุด้งให้ได้ลองทำกันอีกด้วย (ต้องจองล่วงหน้า) สูตรการทำเส้นของทางร้าน จะใช้แป้งอุด้งกับน้ำเท่านั้น และคุณจะได้เรียนรู้ศิลปะการปาดเส้นที่ทำง่ายและดูไม่ยากเย็นจนเกินไป

และสุดท้ายคือ ทางร้านจะเอาเส้นที่คุณทำไปปรุงเป็นอุด้งให้คุณได้รับประทาน ได้ลองทำและได้ทานอุด้งที่ปรุงด้วยมิโซะผีมือตัวเอง อร่อยและภูมิใจ แถมยังได้เพลิดเพลินกับวัฒนธรรมอาหารของนาโกย่าอีกด้วย 

เมื่อเส้นหมดก็เติมด้วยข้าวลงไป ตูม!อร่อยไปอีกแบบค่ะ

นอกจากนี้เรายังมีเทนมุสุ ซึ่งเป็นอาหารสไตล์นาโกย่า ความอร่อยที่คุณควรลอง


โรงแรม GOLDSTAY OSU

โรงแรมสไตล์รีสอร์ท สำหรับใครที่เดินทางท่องเที่ยวกันแบบครอบครัวใหญ่ มาญี่ปุ่นมักจะเจอปัญหาเรื่องพักที่แคบ และสามารถเข้าพักได้ไม่เกินสามท่านต่อห้อง เราขอแนะนำโรงแรม GOLDSTAY OTSU ที่ตั้งอยู่ใกล้ย่านช้อปปิ้งยอดนิยมของนาโกย่าค่ะ 

โรงแรมแห่งนี้มีห้องพักหลากหลายรูปแบบ มีห้องพักสำหรับครอบครัวแบบห้าถึงหกคน

ห้อง Oceania Polar ห้องพักบรรยากาศแบบขั้วโลก 

ห้อง Asia  ห้องพักบรรยากาศน่ารัก เข้าพักได้ไม่เกินหกคน 

ห้อง Ladies Room  ห้องพักสำหรับคุณผู้หญิง  มีชุดอุปกรณ์เสิรมความงามครบครัน

ห้อง Esport Room  ห้องพักสำหรับนักกีฬา Esport มีอุปกรณ์ฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน Esport อย่างครบครัน 

เช็ครายละเอียดของทางโรงแรมที่นี่  https://www.goldstay.jp/ 


ศาลเจ้าโอสึคันนง และแหล่งช้อปปิ้งย่านโอสึ (OSU)

ย่านช้อปปิ้ง Osu เป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ และเป็นที่นิยมที่มีกว่า 1,200 ร้านค้า และร้านอาหารทุกชนิดของร้านค้า รวมทั้งร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า, ร้านขายเสื้อผ้ามือสองร้านอาหารและคาเฟ่ที่เปิดอยู่ ห้างสรรพสินค้าจะแออัดเสมอกับผู้คนและเต็มไปด้วยพลังงาน หลายเหตุการณ์ที่จะมีขึ้นตลอดทั้งปีรวมทั้งเทศกาลฤดูร้อน Osu ในเดือนสิงหาคม Osu Daido-chonin เทศกาลในเดือนตุลาคม และ Osu Setsubun Takarabune Gyoretsu (สมบัติขบวนแห่เรือ)


ศาลเจ้าโอสึคันนง เป็นหนึ่งในสามของศาลเจ้าบูชาเจ้าแม่กวนอิมที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นวัดประจำตระกูลโอดะ นอกจากนี้ยังมีวัดบันโชจิซึ่งโทกุงาวะ อิเอะยาสุเคยพักอยู่เมื่อครั้งเป็นตัวประกัน อันเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของย่านโอสึ OSU เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสมัยใหม่ และยังเป็นจุดท่องเที่ยวยอดฮิตที่สุดของนาโกย่า ซึ่งนอกจากคนญี่ปุ่นแล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติก็นิยมมาเยี่ยมชมเช่นกัน ท่านจะได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ทานอาหาร และชมวัฒนธรรมโอตะคุอย่างเต็มอิ่มที่ย่านร้านค้า

ย่านร้านค้าสามารถมาเดินเที่ยว ทั้งช้อป และชิม ไปพร้อมๆ กัน

มีไก่ทอดชุบซอสมิโสะ สไตล์นาโกย่าด้วยนะ อร่อยมาก

มีศาลเจ้าที่ปรับตัวให้เข้ากับย่านร้านค้า ประดับหน้าจอ LED ตรงทางเข้าด้วย

แวะทานมันปิ้งร้อนๆ หอมอร่อยในราคามิตรภาพ 

ไก่ทอดสไตล์ไต้หวัน กำลังเป็นที่นิยมในย่านโอสึ

ไว้พบกันใหม่ในการเดินทางตอนที่ 2 นะคะ รับรองว่าวันที่ 2 ก็สนุกไม่แพ้กับวันแรกแน่นอน วันนี้เที่ยวกันมาเยอะแล้ว ขอกลับไปพักก่อนก่อน ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


คลิกอ่านรีวิว ตอนที่ 2 : Let’s go NAGOYA ทริปสั้นสนุกมันส์ 2 วัน (DAY2)

ได้ที่ลิ้งก์นี้ค่ะ : https://welovetogo.com/let-go-nagoya-2-day-ep2/

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่