หน้าฝนใครๆ ก็ไปเช็คอินเมืองน่าน “เมืองต้องห้ามพลาด” เมืองเล็กๆ บรรยากาศสุดน่ารักอบอวลไปเสน่ห์ของวัฒนธรรมหลากหลาย ธรรมชาติงดงาม ทุ่งนาเขียวขจี ท่ามกลางสายหมอกและขุนเขาแสนโรแมนติก ซึ่งถ้าหากใครได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนเมืองน่านในช่วงนี้ รับรองว่าจะต้องประทับใจ และอยากเดินทางกลับไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่ากันแน่นอน
จุดที่ 1 อำเภอปัว
เป็นแลนมาร์คของเมืองน่านในช่วงหน้าฝน ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเช็คอินกันสักครั้ง แม้ว่าระหว่างทางจากเมืองน่านสู่อำเภอปัว ถนนจะคดเคี้ยวขึ้นลงเขาไปเกือบตลอด แต่นักเดินทางหลายคนกลับไม่รู้สึกว่านั่งรถนานเลยสักนิด เพราะวิวสองข้างทางที่เต็มไปด้วยธรรมชาติขุนเขา และทุ่งนาขั้นบันได ชวนมองเพลินจนถึงตัวอำเภอปัวแบบไม่ทันรู้ตัว ที่นี่เหมาะมากที่จะมาเที่ยวช่วงประมาณกันยายน-ตุลาคม เพราะทุกหนทุกแห่งจะเขียวขจีไปด้วยนาข้าวที่ใกล้ออกรวง

เมื่อมาถึงแล้วก็ควรไปแวะเช็คอินตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายความหลากหลายทางวัฒนธรรม เช่น กลุ่มทอผ้าไทลื้อบ้านเก็ต วัดร้องแง วัดภูเก็ต ร้านลำดวนผ้าทอ ตลาดเช้าที่เต็มไปอาหารอร่อยและรอยยิ้มของชาวบ้าน

ที่ตั้ง : อ.ปัว จ.น่าน
จุดที่ 2 วังศิลา
มาปัวแล้วต้องมาแวะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เรียกให้อินเตอร์หน่อยๆ ว่า แกรนด์แคนยอนเมืองปัว ลักษณะเป็นซอกหินผาที่มีลำน้ำกูนไหลผ่านกัดเซาะเกิดเป็นทางน้ำและวังน้ำระหว่างหน้าผาหินรวมระยะทางยาวราวๆ 400 เมตร ชาวบ้านบอกว่าช่วงที่เหมาะมาเที่ยวคือฤดูแล้ง หรือประมาณธันวาคม-เมษายน เพราะน้ำจะใสกิ้ง น่าลงไปเล่น จะมาช่วงฤดูฝนก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้ลงเล่นเพราะน้ำเชี่ยว

ที่ตั้ง : บ้านหัวน้ำ ต.ศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน
จุดที่ 3 ผ้าทอไทลื้อบ้านเก็ต
ภาพที่คุ้นตา คือ กี่ทอผ้าประจำบ้าน ที่มีทั้งปี้สาวและแม่อุ๊ยนั่งกระตุกอยู่อย่างมีสมาธิกับลวดลายวิจิตรสวยงาม ที่สืบสานมานาน พร้อมกระบวนการที่ปราณีต ทั้งการย้อมสีธรรมชาติ และทอมือทุกขั้นตอน ทุกวันนี้ผ้าทอไทลื้อบ้านเก็ตปรับเปลี่ยนรูปแบบ ให้น่าซื้อ น่าใช้มากๆ มีตั้งแต่ผ้าฝ้ายลายเรียบราคาย่อมเยาว์ ไปจนถึงผ้าลายน้ำไหลแบบโบราณ ที่ต้องทอกันเป็นเดือนกว่าจะได้ซักผืน


ที่ตั้ง : บ้านเก็ต ต.วรนคร อ.ปัว จ.น่าน
เวลาเปิด-ปิด : 07:00-19:30 น. ทุกวัน
โทร. : 081 180 2964
จุดที่ 4 วัดพระธาตุเบ็งสกัด
เนื่องจากตั้งอยู่บนเนินสูง วัดจึงเป็นจุดชมวิวอีกแห่งของ อ.ปัว โดยเฉพาะหน้าฝนซึ่งสามารถมองออกไปเห็นทุ่งนาเขียวขจีจากหมู่บ้านด้านล่างโดยรอบ นอกจากนี้ ภายในวัดสร้างโดยพระยาภูคาตั้งแต่สมัยเมืองวรนคร ยังประดิษฐานพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สถาปัตยกรรมสกุลช่างน่าน วิหารทรงตะคุ่ม ศิลปะพื้นบ้านไทลื้อ รวมทั้งองค์พระประธาน ศิลปะแบบพื้นบ้านเช่นกัน

ที่ตั้ง : บ้านแก้ม หมู่ที่ 5 ต.วรนคร อ.ปัว จ.น่าน
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-17:00 น. ทุกวัน
โทร. : 085 032 5003
จุดที่ 5 บ่อเกลือ
ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ บ่อเกลือสินเธาว์ที่ อ.บ่อเกลือ ถือเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีค่ามากจนถึงขึ้นเกิดสงครามแย่งชิงกันเลยทีเดียว จนทุกวันนี้เหลือเพียงบ่อเหนือและบ่อใต้ที่บ้านบ่อหลวง มาถึงแล้วควรไปชะโงกดูบ่อเกลือให้เห็นกับตา รวมทั้งไปดูชาวบ้านต้มเกลือด้วยวิธีโบราณ ขาดไม่ได้คือซื้อผลิตภัณฑ์เกลือติดมือมาด้วย มีทั้งสบู่ดอกเกลือ เกลือขัดผิว รวมทั้งเกลือเม็ดแบบดั้งเดิมก็มี


ที่ตั้ง : บ้านบ่อหลวง อ.บ่อเกลือ จ.น่าน
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน (ปิดทำเกลือช่วงเข้าพรรษา)
จุดที่ 6 สวนยาหลวง หรือดอยสวนยาหลวง
คอกาแฟพันธุ์แท้น่าจะรู้จักในชื่อแบรนด์ LaPien Coffee ซึ่งเป็นกาแฟอะราบิกาที่มาจากไร่ กาแฟบนดอยสวนยาหลวงนี่เอง การขึ้นยอดดอยสวนยาหลวงจะต้องนั่งรถโฟร์วิลจากบ้านสันเจริญไปอีก ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อสัมผัสกับวิวขุนรอบตัว 360 องศา และอากาศเย็นสบาย ขาดไม่ได้คือพกกาแฟลาเปียนขึ้นไปดริป จิบในอากาศหนาวๆ จะฟินมาก

ที่ตั้ง : บ้านสันเจริญ อ.ท่าวังผา จ.น่าน
โทร. : 086 390 7737 (กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟสวนยาหลวง)
จุดที่ 7 บ้านมณีพฤกษ์
จากพื้นที่ปลูกฝิ่นเมื่อนานมาแล้ว ทุกวันนี้หมู่บ้านที่เคยห่างไกลแห่งนี้กลายเป็นแหล่งผลิตกาแฟแบรนด์ Coffee de Hmong ที่กำลังมาแรง กับกาแฟอะราบิกาพันธุ์เกอิชา ที่หอมนุ่มละมุนนาสิก ส่วนใครที่หลงรักธรรมชาติและวัฒนธรรม จะต้องประทับใจแน่นอนกับแหล่งท่องเที่ยวทั้ง ดอยผาผึ้ง ถ้ำผาผึ้ง ดอกชมพูภูคา รวมทั้งความเรียบง่ายแต่งดงามของวัฒนธรรมชาวม้ง

ที่ตั้ง : บ้านมณีพฤกษ์ ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน
โทร. : 062 248 5018 (กลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชน และกลุ่มกาแฟบ้านมณีพฤกษ์)
จุดที่ 8 วัดหนองบัว
เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 โดดเด่นด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง สันนิษฐานว่าเป็นลายเส้นของหนานบัวผัน ผู้วาดจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับปัญญาชาดกและวิถีชีวิตผู้คนสมัยก่อน นอกจากนี้ในบริเวณวัดยังมีบ้านจำลองไทลื้อ และมีชาวบ้านมาสาธิตวิธีทอผ้าลายน้ำไหลอยู่ใต้ถุนบ้าน พร้อมนำผ้าซิ่นทอมือและของฝากมาจำหน่ายด้วย


ที่ตั้ง : บ้านหนองบัว หมู่ที่ 5 ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน
เวลาเปิด-ปิด : 07:00-18:00 น. ทุกวัน
โทร. : 054 799 091, 089 256 7404
จุดที่ 9 อุทยานแห่งชาติขุนสถาน
มาเช่าเต็นท์นอนชมวิวขุนเขา พระอาทิตย์ขึ้นและตก ทะเลหมอก รวมทั้งดาวบนฟ้าอีกนับไม่ถ้วนได้ที่นี่ นอกจากจะได้ชมความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ใครที่สนใจวัฒนธรรม ไม่ไกลจากอุทยานยังมีหมู่บ้านม้งให้ไปแวะชมแปลงสตรอเบอร์รี่ และอุดหนุนงานฝีมือชาวบ้าน ส่วนช่วงมกราคม จะหนีความวุ่นวายจากที่อื่นมาชมดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งที่นี่ ก็ไม่เลวเหมือนกัน

ที่ตั้ง บ้านขุนสถาน ต.สันทะ อ.นาน้อย จ.น่าน
เวลาเปิด-ปิด : 08:30–16:30 น. (ร้านค้าสวัสดิการ) ทุกวัน
โทร. : 054 731 585, 087 173 9549
จุดที่ 10 อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
หรือก็คือที่ตั้งของดอยเสมอดาว ผาหัวสิงห์ ผาชู้ ที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมากางเต๊นท์นอนนับดาว

ตื่นเช้ามาชมทะเลหมอก และแสงแรกของวันในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินขึ้นผาหัวสิงห์และผาชู้ ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาและลำน้ำน่านได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ยังจะได้พบกับความงามของป่าเปลี่ยนสีด้วย
ที่ตั้ง : อ.นาน้อย จ.น่าน
เวลาเปิด-ปิด : 08:30–16:30 น. (ร้านค้าสวัสดิการ) ทุกวัน
โทร. : 098 803 2872, 093 242 2914, 054 731 714
จุดที่ 11 วัดภูมินทร์
มาถึงจังหวัดน่านทั้งที คงจะแปลกถ้าไม่แวะเที่ยวชมและสักการะวัดคู่เมืองน่านอายุกว่า 400 ปีแห่งนี้ ภายในพระวิหารทรงจตุรมุขที่ประหนึ่งตั้งอยู่บนหลังพญานาค โดดเด่นงดงามด้วยจิตรกรรมฝาผนังแสดงวิถีชีวิตชาวน่านราวสมัยรัชกาลที่ 4-5 โดยเฉพาะภาพปู่ม่านย่าม่านกระซิบรัก กลางพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ หันพระพักตร์ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศ สีทองอร่ามงดงามอย่างยิ่ง


ที่ตั้ง : ถ.สุริยพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน
เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. ทุกวัน
โทร. : 054 521 127
จุดที่ 12 ซุ้มลีลาวดี
หากใครที่มีโอกาสมาเยือนพิพิธสถานแห่งชาติน่าน สถานที่ถ่ายภาพเช็คอินที่ขาดไม่ได้คงเป็นตรงซุ้มต้นลีลาวดีด้านหน้า ที่มีลักษณะกิ่งก้านโค้งเข้าหากันเหมือนอุโมงค์ต้นไม้ ความงดงามจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล หากมาในช่วงปลายปีที่หมอกกำลังลงจางๆ ก็จะได้ภาพสวยราวกับเดินชมวิวอยู่ในต่างประเทศเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : ถ.ผากอง ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-16:00 น. วันพุธ-วันอาทิตย์
เพื่อนสามารถติดตามเรื่องราวน่ารักๆ ของเมืองต้องห้ามพลาดได้ที่เว็บไซต์เมืองต้องห้ามพลาด https://www.citieshiddengemsthailand.com/







































