รวม 5 ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดเด็ด ของจังหวัด “นีงาตะ” ไม่กิน ไม่ได้แล้ว

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้อยากจะมาแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นสุดเด็ดที่จังหวัดนีงาตะกันค่ะ  อย่างที่หลายๆ ท่าน น่าจะพอทราบนะคะว่าจังหวัดนีงาตะนั้นขึ้นชื่อมากๆ ในเรื่องของข้าวญี่ปุ่นที่หอม นุ่ม อร่อย และอาหารทะเล กับเนื้อวัวของที่นี่ก็อร่อยมากไม่แพ้ที่ไหนในญี่ปุ่นเลยค่ะ เพราะตัวจังหวัดนีงาตะนั้น มีทำเลติดทะเละฝั่งญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแหล่งอาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีปลาแซลม่อนชั้นดีอยู่มากมาย และนอกจากเนื้อปลาที่สดและอร่อยแล้ว ก็ยังมี “เนื้อมุราคามิ” อีกด้วยค่ะ เป็นเนื้อวัวพันธุ์เฉพาะของที่จังหวัดนีงาตะ ที่รับรองได้ว่าคนรักเนื้อไม่ควรพลาดจริงๆ ค่ะ  

เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว งั้นเราไปดู 5 อันดับ ร้านสุดเด็ดที่นำมาฝากกันดีกว่าค่ะ 


1. Sushi Benkei Pier Bandai 

เริ่มกันที่ร้านแรกเลยนะคะ ร้าน “ซูชิ เบนเคอิ เพียร์ บันได”  Benkei เป็นร้านซูชิที่มีต้นกำเนิดใน Sado และดำเนินกิจการร้านซูชิในเมือง Niigata เป็นหลัก ร้านนี้เป็นเครือของซาโดะ เบนเคอิ กรุ๊ป (Sado benkei) ซึ่งมีร้านอยู่ถึง 11 สาขาทั่วญี่ปุ่นเลยค่ะ แต่ร้านที่สาขาที่นีงาตะนั้นมีจุดเด่นตรงที่สถานที่นั้นตั้งอยู่ที่ตลาดปลา เพียร์ บันได ดังนั้นเรื่องความสดของอาหารรับรองได้ว่าสด และอร่อยมากจริงๆ  

ลักษณะของร้านจะเป็นแบบสายพานหมุน และก็ยังมีโซนส่วนตัวให้นั่งเช่นกันค่ะ จะมาเป็นกลุ่มก็สามารถนั่งรวมกันได้ วันนี้ได้ทานปลาแซลม่อน ปลามากุโร่ ข้าวห่อไข่ปลาแซลม่อน และอีกหลายเมนู ต้องยอมรับจริงๆ ค่ะว่าปลาที่นี่สด และอร่อยมากๆ ราคาของซูชิก็อยู่ที่จานละ 140 เยน ถึง 750 เยน แต่ถ้าเราอยากจะสั่งอาหารแบบเป็นเซตทางร้านก็มีไว้บริการเช่นกันค่ะ

ภายในร้านจะมีทั้งแบบสายพานซูชิ และแบบโต๊ะส่วนตัว

ปลามากุโร่ที่เนื้อนุ่มมาก ปลาสดสุดๆ ไปเลยล่ะค่ะ และมีข้าวห่อไข่ปลาสุดฟินด้วยนะ

ราคาของซูชิก็ถือว่าไม่แพงค่ะ ราคาจะขึ้นอยู่กับสีของจาน อย่างตามรูปนี้ ราคาก็จะมีตั้งแต่ 140 เยน ไปจนถึง 750 เยนค่ะ

หรือหากว่าเราอยากจะทานแบบเป็นเซต ทางร้านก็มีบริการเช่นกัน

และที่นีงาตะก็ยังมีปลา Kanburi คันบุริ ของ Sado และ กุ้ง Nanbanebi  นามะเอบิ (Amaebi) ที่เรียกได้ว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดนีงาตะเลยล่ะค่ะ ถ้ามาถึงที่แล้วก็ไม่ควรพลาดนะคะ

ร้านเปิดบริการ10.30 – 21.00 น. ปิดทุกวันพุธ มีเมนูภาษาอังกฤษเอาไว้รองรับชาวต่างชาติอีกด้วย 
การเดินทางสามารถเดินมาที่ร้านจากสถานี JR Niigata ได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที
แต่หากขับรถมาก็ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ที่จอดรถฟรีด้วยค่ะ 
รายละเอียดเพิ่มเติมที่https://benkei-piabandai.gorp.jp/

2. Ika no sumi  

ที่นีงาตะ เราสามารถหาและกิน “อาหารทะเลสดจากอ่าวญี่ปุ่น” ที่ไม่มีในโตเกียวได้ ร้านต่อมาที่จะแนะนำก็คือ ร้าน อิคะ โนะ ซุมิ ถือเป็นร้านอิซากายะร้านนึง ที่สามารถทั้งทานอาหารและดื่มได้อีกด้วย จุดเด่นของร้านนี้คือเมื่อเราไปถึง ทางร้านจะมีอาหารทะเลมาให้เราเลือกคนละ 1 อย่าง จะมีหอยนางรม ปลาหมึก กุ้ง และเนื้อปลาที่ทำคล้ายๆ ลูกชิ้นเป็นแผ่นใหญ่ๆ ด้วยค่ะ เมื่อเราเลือกแล้วทางร้านจะเอาใส่เตาอบที่อยู่บนโต๊ะของเรา แล้วก็ทานได้ก่อนเป็นอย่างแรกเลยค่ะ 

อาหารเมนูอื่นๆ ก็มีให้เลือกมากมาย มีทั้งปลา ปู กุ้ง เรียกได้ว่าอาหารทะเลนี่ทุกคนไม่ควรพลาดจริงๆ นะคะ ครั้งนี้ประทับใจหัวปลาย่างของที่นี่มากๆ เพราะทั้งหอม กรอบ อร่อย นี่แซะกินเนื้อจากหัวปลาอย่างเมามันเลยล่ะค่ะ โดยส่วนตัวแล้วนอกจากอาหารทะเลที่ว่าอร่อยแล้ว อาหารขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นีกาตะก็คือ “เต้าหู้ทอด” ค่ะ เราก็เพิ่งเคยกินเต้าหู้ทอดแบบยัดใส้ของที่นี่เป็นครั้งแรก บอกเลยว่าประทับใจมากๆ เพราะด้านในของเต้าหู้ ทางร้านได้เอาซอสที่ทำจากมิโซะหวานกำลังดีใส่เข้ามาด้วย ด้านบนโรยด้วยปลาคัทซึโอะด้วย โอ้โห ช่างเป็นรสชาติอร่อยแบบที่เราเองก็เพิ่งเคยได้ทานครั้งแรกเลยค่ะ อยากให้ทุกคนได้มาลองทานกันมากๆ ค่ะ 

บรรยากาศทางเข้าหน้าร้านแบบญี่ปุ่นมากๆ ชอบสุดๆ เลยค่ะ เมื่อเราไปถึงก็จะได้ welcome seafood ให้เลือกแบบนี้เลย 

และเมื่อเราเลือกแล้วก็จะเอามาอบให้หอมอร่อยในเตาของเราอีกทีค่ะ 

เมนูปลาซาชิมิของที่นี่ก็ขึ้นชื่อเช่นกัน สดอร่อยมากค่ะ 

เต้าหู้ทอดยัดไส้มิโซะที่แนะนำว่าหากมาร้านนี้ควรต้องสั่งทานนะคะ อร่อยมาก เฟิร์มเลย

ด้านในจะมีมิโซะไว้แบบนี้ค่ะ 

เมนู Shakeikura no kamayaki gohan เป็นข้าวที่หุงมาพร้อมกับปลาแซลม่อนและไข่ปลาค่ะ

และอีกเมนูที่ชอบมากๆ ของร้านนี่ก็คือ หัวปลาย่างนี่แหละค่ะ รับรองว่าจะติดใจ

ร้านเปิดบริการ17.00 น. – 24.00 น.
การเดินทางการเดินทางจากสถานี JR Niigata ใช้เวลาเพียง 2 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ ใกล้และสะดวกมากๆ เลย
รายละเอียดเพิ่มเติมที่https://www.yonekura-group.jp/shop/ikanosumi/

3. Yururi 

ร้าน ยูเรียวริ เป็นร้านที่ 3 ที่อยากแนะนำ หน้าร้าน Yururi ตอนช่วงฤดูหนาวค่ะ ขอพาขึ้นมาเที่ยว เมืองมุราคามิ Murakami กันหน่อย เพราะเมืองนี้มีเนื้อวัวที่มีชื่อเสียงอยู่ค่ะ เรียกว่า “เนื้อวากิว มุราคามิ” และแน่นอนว่าเมนูที่อยากแนะนำก็คือ ข้าวหน้าเนื้อวากิว มุราคามิย่างลนไฟ ต้องบอกก่อนว่าเราชอบกินเนื้อมากๆ เลยค่ะ เรียกได้ว่า No Meet No Life พอเราได้รู้ว่ามีเนื้อวากิว มุราคามิก็อยากลองขึ้นมาทันที แต่พอได้ไปเห็นเมนู ที่ไม่ได้มีแค่เนื้อเท่านั้น แต่ยังมีข้าวหน้าไข่ปลาแซลม่อน กับเนื้อแซลม่อนอีก เพราะที่เมืองมุราคามิ เป็นเมืองของปลาแซลม่อนเลยก็ว่าได้ค่ะ คือถ้าคิดถึงแซลม่อนก็คิดถึงมุราคามิได้เลย ไม่ต้องไปไกลถึงฮอกไกโด เราก็สามารถทานปลาแซลม่อนอร่อยๆ ได้ค่ะ เราเนี่ยเนื้อก็ชอบ ปลาก็รัก ตัดใจไม่ได้ก็เลยสั่งแบบเซตที่มีทั้ง 2 เมนูสุดฮิตนี้มา แล้วพอได้ทานนะคะ ต้องบอกว่าฟินมาก อร่อยมากๆ เนื้อวากิว มุราคามิคือนุ่มมากจริงๆ ขึ้นชื่อว่าเป็น “วากิว” ก็สบายใจได้เลยค่ะว่าอร่อยแน่นอน  

เซตข้าวหน้าเนื้อมุราคามิลนไฟ

ข้าวหน้าปลาโนโดกุโระย่าง

ข้าวราดไข่ปลา และเนื้อปลาแซลม่อน

เมื่อไม่สามารถที่จะเลือกได้ว่าจะทานเนื้อหรือปลา ก็เลยเอาแบบที่มีทั้ง 2 อย่างเลยค่ะ 

ดีต่อใจมากๆ ค่ะเซตนี้ น่าทานทุกอย่างเลยค่ะ 

ร้านเปิดบริการ11.00 – 14.30 น. และ 17.30 – 20.30 น. ปิดทุกวันพุธค่ะ 
การเดินทางร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากโซนเมืองเก่า สามารถเดินจากสถานีรถไฟ JR Murakami ไปได้ค่ะใช้เวลาประมาณ 15 นาที 
รายละเอียดเพิ่มเติมที่https://www.nagatoku.jp/store/yururi.html

4. Café Mizuya 

ร้านต่อไปเป็น คาเฟ่ชื่อ มิซึยะ ร้านนี้เป็นส่วนนึงของเรียวกัง Hatago Isen ส่วนของคาเฟ่จะอยู่ชั้นล่าง จุดเด่นที่อยากแนะนำก็คือ กาแฟของที่นี่ค่ะ ทางร้านใช้น้ำจากออนเซนมาชงกาแฟ และนอกจากกาแฟแล้วก็ยังมีเมนูพุ้ดดิ้งที่ใช้น้ำออนเซนในการนึ่งขนมอีกด้วยค่ะ โอ้โห อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความพิเศษสุดๆ ของร้านนี้เลยใช่ไหมคะ? และก็ยังมีอีกเมนูที่เรียกได้ว่ายอดนิยมเลยก็คือ โรลเค้ก ที่ได้ทานแล้วก็ถึงกับต้องเอามาแนะนำให้ทุกคนรู้จักเลยค่ะ เพราะทั้งตัวขนมและครีมหอมอร่อยกำลังดีมากๆ ยิ่งได้ทานกับกาแฟแล้ว บอกเลยว่าเข้ากันสุดๆ และนอกจากเมนูที่น่าสนใจแล้ว บรรยากาศของร้านก็ตกแต่งเอาไว้สวยงามมากๆ โดยเฉพาะโต๊ะที่อยู่กลางของร้าน ซึ่งมันคือบานประตูเก่าที่เคยผ่านการใช้งานจริงมาก่อนค่ะ เป็นอะไรที่สวยคลาสสิกมากๆ เหมาะกับคนที่รักกาแฟ และอยากถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียลมากเลยค่ะ 

ด้านในนอกจากจะมีกาแฟแล้วก็ยังมีของที่ระลึก ของฝากขายอีกด้วยค่ะ 

โรลเค้ก เป็นเมนูขึ้นชื่อขายดีอันดับ 1 ของทางร้านเลยค่ะ 

และนี่ก็คือน้องพุ้ดดิ้งที่ทางร้านใช้น้ำจากออนเซนมาใช้ในการนึ่งขนมค่ะ 

โต๊ะที่อยู่กลางร้านอาหารมีความโดดเด่นมากๆ เพราะเป็นประตูโบราณ คลาสสิกมากค่ะ 

โรลเค้กยอดฮิต กับกาแฟเข้มๆ เข้ากันมากๆ ค่ะ 

ไม่ได้มีแค่กาแฟนะคะ แต่ยังมีชาด้วยค่ะ ถือว่าเป็นคาเฟ่ที่ชิคสุดๆ ไปเลยละค่ะ 

ร้านเปิดบริการ9.00-18.00 น. ร้านเปิดทุกวัน (ปิดรับออเดอร์สุดท้าย 17.30 น) 
การเดินทางคือง่ายมากๆ เพราะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานี JR  Echigo Yuzawa เลยค่ะ ข้ามถนนไปก็เจอเลย  
รายละเอียดเพิ่มเติมที่https://isen.co.jp/

5. Onigiri-Ya Uonuma Soyu Noen

ร้านข้าวปั้น อูโอนุมะ โซยูโนเอ็น อย่างที่ทราบกันนะคะว่า จังหวัดนีกาตะนั้นขึ้นชื่อเรื่องข้าวมากๆ ดังนั้นการที่ได้มาที่นี่ สิ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือ การได้ลองกินข้าวของจังหวัดนีกาตะ ซึ่งข้าวในแต่ละเขตพื้นที่ของจังหวัดก็แตกต่างกันไป ซึ่งข้าวของที่มุราคามินั้นจะมีชื่อพันธุ์ว่า  Shakeikura ที่เป็นพันธุ์ข้าวที่ขึ้นชื่อมากๆ 

ร้านที่พามาครั้งนี้ เป็นร้านที่มีข้าวปั้นขาย มีทั้งแบบมีไส้ปลาแซลม่อน ไส้ไข่ปลา ฯลฯ อีกมากมาย รวมไปถึงข้าวปั้นเปล่าๆ เลยก็มี สำหรับคนที่รักข้าวขาวล้วนๆ ก็สามารถลิ้มรสของข้าวได้อย่างเต็มอิ่ม  ร้านนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นร้านยอดนิยมของคนพื้นที่ค่ะ ถ้าเราไปตอนเพิ่งเปิดร้านอาจจะเจอคนมาต่อคิวจนยาวเลยล่ะค่ะ  ทั้งนี้ที่นี่ยังมีข้าวสารขายด้วย หากว่าสนใจทีจะซื้อข้าวกลับไปลองทานก็ทำได้คะ มีข้าวแบบห่อไม่ใหญ่ สามารถเอากลับไปเป็นของฝากได้ด้วยเช่นกัน

บรรยากาศหน้าร้านในวันที่หิมะตก ได้ทานข้าวปั้นร้อนๆ นี่ชื่นใจมากค่ะ 

ข้าวปั้นไส้ปลาแซลม่อน ราคา 170 เยน

ข้าวสารมีทั้งถุงใหญ่ถุงเล็ก สามารถซื้อเป็นของฝากก็ดีเลยค่ะ 

มีให้เลือกมากมายเลยค่ะ มุมถ่ายรูปเก๋ๆ ก็มีเช่นกันนะคะ 

ร้านเปิดบริการ9.00-18.00 น.
การเดินทางจากสถานี JR Shiozawa สามารถเดินได้ใช้เวลาประมาณ 12 นาทีค่ะ
รายละเอียดเพิ่มเติมที่https://gokujoumai.com/onigiriya/

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ 5 ร้านอาหารสุดเด็ดแห่งจังหวัดนีงาตะ หากทุกคนได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่ก็อย่าลืมแวะมาทานกันนะคะ รับรองว่าอร่อยทุกร้านแน่นอน หวังว่าจะได้เจอกันที่นีงาตะนะคะทุกคน ^_^

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่