หน้าแรก We สตอรี่ IBARAKI 7 พิกัด ตามรอยใบไม้เปลี่ยนสี “อิบารากิ”

IBARAKI 7 พิกัด ตามรอยใบไม้เปลี่ยนสี “อิบารากิ”

หากนึกถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศญี่ปุ่น เราอาจจะนึกถึงจังหวัดชื่อดังที่เดินทางสบาย หารีวิวอ่านง่าย สิ่งอำนวยความสะดวกก็มากมาย แต่ครั้งนี้แอดมินขอพาเพื่อนๆ มาสัมผัสกับจังหวัดที่ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวนึกถึงมากนักในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งๆที่อยู่ใกล้จากโตเกียวมาก นั่นคือ“จังหวัดอิบารากิ” 

จังหวัดอิบะระกิ (Ibaraki) อยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง หากโดยสารรถไฟ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคคันโต เมืองหลวงชื่อว่าเมืองมิโตะ (MITO) 

ใกล้แบบนี้ จะเที่ยววันเดียว หรือค้างคืน ก็จัดมาจ้ะ แต่แอดมินบอกไว้ก่อนว่า 7 พิกัด ของเรานั้น วันเดียวเก็บไม่หมดนะเออ… จะตัดทิ้ง คงรู้สึกรักพี่เสียดายน้อง เรามาประคองกันไปให้ครบทุกจุดจะดีกว่า ไปค่ะ!!

อุโมงค์แปะก้วย ณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำจังหวัดอิบารากิ (Ibaraki Prefectural Museum of History)

แค่จุดแรก ก็กระแทกตาแอดมินไปแบบจุกๆ เพราะความเหลืองอร่ามแบบสุดๆ ทำให้หยุดเก็บภาพไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าจะหันซ้าย หันขวา ก็อร่ามไปหมดเลย ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากการชมใบเมเปิ้ลที่เปลี่ยนสี ก็มีใบแปะก้วยนี่แหละค่ะ ที่ความสวยไม่น้อยหน้ากันเลย ขอบอกเลยค่ะว่าที่นี่มีชื่อเสียงด้านต้นแปะก้วย โดยทุกปีใบไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองในช่วงเดือนพฤศจิกายน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กและผู้ใหญ่ต่างพากันมาเดินเที่ยวชมความสวยงามเหลืองอร่าม และเมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการจัดไลท์อัพ ประดับไฟสวยๆ ณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาตร์ประจำจังหวัดอิบารากิ ด้วยนะคะ บรรยากาศทั้งกลางวันและกลางคืนสวยแบบลืมไม่ลงจริงๆ ค่ะ

(มุมถ่ายรูปเยอะไปหมดเลย)
(สีเหลืองอร่ามโดดเด่นเพราะมีฟ้าใสเป็นฉากหลัง)
(อุโมงค์แห่งความงดงาม)

ช่วงที่เหมาะแก่การชม คือ ปลายเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนพฤศจิกายน

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : 2 Chome-1-15 Midorichō, Mito-shi, Ibaraki-ken

Tel: 029-225-4425 Fax: 029-228-4277

การเดินทาง

-รถไฟและรถบัส : นั่งรถบัสจากชานชาลาที่ 4 ตรงประตูทางด้านทิศเหนือของสถานีมิโตะเพื่อไป Sakura-gawa Nishi-danchi และลงที่ Rekishi-kan Kairakuen Iriguchi

– รถยนต์ : ประมาณ 7 กม. 15 นาที จาก Mito IC ทางด่วน Joban หรือ ประมาณ 3.1 กม. 7 นาที จากสถานีมิโตะ

ค่าเข้าชม : ฟรี

เปิดเวลา : 7.00 – 18.00 น.

ภาพถ่ายวันที่ 20/11/2019

สะพานแขวนริวจิน (Ryujin Suspension Bridge)

(สะพานทอดยาวสีฟ้าตัดกับสีใบเมเปิ้ลสวยสุดๆ)

เหลืองอร่ามยังคงจุกไม่พอ มาเจอสีแดงสดของใบเมเปิ้ล แอดมินก็จุกอีกค่ะ สวยแบบจุกๆ จริมๆ แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่สวย… เพราะยังมีความสูงและความเสียว จึงทำให้ที่นี่เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแอดเวนเจอร์ พลาดไม่ได้เลย รับรองว่าได้ภาพที่สวยไม่เหมือนใคร โดดบันจี้จั๊มท่ามกลางสีสันของธรรมชาติ ใครได้เก็บภาพไป อวดได้ยันลูกหลานเลยล่ะค่ะ

(คอแอดเวนเจอร์ควรมาค่ะ /เป็นลมแป๊บ)

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ สะพานแขวนริวจิน (Ryujin Suspension Bridge) เป็นสะพานแขวนสำหรับคนเดินที่ยาวที่สุดในเกาะฮอนชู ด้วยความยาวถึง 375 เมตร ตั้งอยู่เหนือเขื่อนริวจิน ในอุทยานโอคุคุจิ จ.อิบารากิ ทำให้ที่นี่ นับเป็นจุดชมวิวรอบทิศทางแบบพาโนรามา และมีทิวทัศน์สวยงามทั้งสี่ฤดูกาล โดยช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเต็มที่ จะอยู่ในช่วงกลางเดือน – ปลายเดือนพฤศจิกายน 🍂🍂

(อากาศดีมากๆ เดินสบาย ไม่ร้อน ถ่ายรูปสวยด้วย)

การเดินทาง :

– รถยนต์ จาก Hitachi-minami Ota IC, Joban Expressway ประมาณ 45 นาที

– รถบัส จาก Hitachi-Ota Station, JR Suigun ประมาณ 45 นาที มาลงป้าย Ryujin Otsuribashi แล้วเดินต่ออีก 1 นาที

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 320 เยน, เด็ก 210 เยน

เว็บไซต์ : http://thai.ibarakiguide.jp/db-kanko/ryujin_bridge.html

พิกัด : https://goo.gl/maps/xhktvPRtAgVs5rTj6

ภาพถ่ายวันที่ 19/11/2019

น้ำตกฟุคุโรดะ (Fukuroda Falls)

(จุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดค่ะ)

ผ่านพ้นความตื่นเต้นจากการกระโดดบันจี้จั๊ม (โดยคนอื่นเพราะแอดไม่กล้าโดดเอง แต่ก็เกร็งแทน) มาเปลี่ยนอารมณ์กันบ้างค่ะ… สิ่งที่เพื่อนๆ เห็นอยู่เบื้องหน้าคือ น้ำตกฟุคุโรดะ ต.ไดโกะ จ.อิบารากิ เป็นน้ำตก 1 ใน 3 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ทันทีที่ได้สัมผัส ก็ได้รับความรู้สึกที่โรแมนติกสุดๆ กับเสียงสายน้ำตกที่ไหลผ่านหน้าผาหินยักษ์ขนาดใหญ่ 4 ชั้น อยู่ท่ามกลางอากาศเย็น รายล้อมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีที่ประชันความสดใสทั้งเหลือง ส้ม แดง

(ฟังเสียงน้ำตกอยู่ใกล้ๆ แล้วรู้สึกผ่อนคลายมากเลย)
(มุมกว้างก็สวย)

ที่นี่ยังมีจุดชมวิวที่จะทำให้เพื่อนๆ เห็นน้ำตกได้แบบใกล้ชิด และเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสวยงามในทุกฤดูกาล

พร้อมมีบริการร้านอาหารที่นั่งทานไป พร้อมชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีผ่านกระจกใสของร้านไปด้วย ทำให้ที่นี่ เป็นอีกหนึ่งพิกัด ที่ไม่อยากให้พลาดในแพลนเที่ยวครั้งต่อไปจริงๆ ค่ะ

(นั่งทานอาหารไป ชมวิวไปค่ะ)

ภาพถ่ายวันที่ 19/11/2019

เวลาทำการ : 8.00 – 18.00 น. (พ.ค. – ต.ค.) , 9.00 – 17.00 น. (พ.ย. – เม.ย.)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน, เด็ก 150 เยน

การเดินทาง :

– รถยนต์ จากทางด่วน Naka IC, Joban Expressway ประมาณ 50 นาที

– รถบัส จากสถานี Fukuroda Station นั่งรถบัส JR สาย Suigun ประมาณ 10 นาที

เว็บไซต์ : http://thai.ibarakiguide.jp/db-kanko/fukuroda_falls.html

พิกัด : https://goo.gl/maps/BL4jiFNvFBMwdiQk8

สวนแอปเปิ้ลคุโรตะ (Kuroda)

(จะเลือกต้นไหนดีเนี่ย อยากกินให้หมดๆ)
(ลูกดกมากคร่าาาาา)
(ใหญ่มากๆ แดงสด และหวานหอม)

ความสุขที่แท้จริง ต้องเป็นการลิ้มลองของขึ้นชื่อ ซึ่งที่ อิบารากิ ก็มีกิจกรรมเก็บแอปเปิ้ล ที่บางต้นมีอายุเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เราสามารถเริ่มเก็บได้ตั้งแต่กันยายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนค่ะ 
ที่นี่ นอกจากจะเลือกเด็ดทานกันสดๆ แล้ว ถ้าเกิดติดอกติดใจขึ้นมา ก็สามารถซื้อกลับไปฝากเพื่อนๆ ได้อีกด้วยล่ะ

(แวะชิมพายแอปเปิ้ลซักหน่อย)
(อร่อยแล้วต้องซื้อกลับค่ะ)

สวนแอปเปิลคุโรดะ (ชื่อญี่ปุ่น คุโรดะ ริงโงะ เอง)

ที่อยู่ : 4445 Konamase, Daigo, Kuji District, Ibaraki Prefecture 319-3512ค่าเข้าสวนผู้ใหญ่ 400 เยน เด็ก 300 เยน

ซื้อกลับบ้าน : เริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 600 เยน (ยังไม่รวมภาษี)

โทรติดต่อ : 0295-76-0327 (ติดต่อคุณรินดา สื่อสารภาษาไทยได้)

การเดินทาง : นั่งรถไฟจากสถานีมิโตะ สายซุยกุน ไปลงที่สถานีฟุคุโรดะ จากนั้นต่อด้วยแท็กซี่ ประมาณ 15 นาทีเบอร์โทร : 0295-76-0327 (ติดต่อคุณรินดา สื่อสารภาษาไทยได้)

พระพุทธรูปอุชิคุบุทสึ (Ushiku Daibutsu)

เที่ยวอิบารากิ ในแบบครบทุกรส ทั้งวิวสวย ธรรมชาติงดงาม ผลไม้สดอร่อย และที่ขาดไม่ได้คือการไหว้พระ เพื่อเป็นศิริมงคล ซึ่งพระพุทธรูปอุชิคุไดบุทสึ (Ushiku Daibutsu) ได้รับการบันทึกจากกินเนสบุ๊คว่า เป็นรูปปั้นพระพุทธรูปปางยืน ที่หล่อจากทองสัมฤทธิ์ที่สูงที่สุดในโลก เมื่อปี 1995 ด้วยความสูงถึง 120 เมตร (ส่วนของรูปปั้นสูง 100 เมตร ส่วนฐานสูง 20 เมตร) และถือเป็นพระพุทธรูปปางยืน ที่มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย พระพุทธรูปปางยืนนี้ สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก เมื่อได้เข้าไปสัมผัสใกล้ๆ ก็รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ขึ้นมาเลยล่ะค่ะ

(จากมุมนี้รู้สึกว่าอลังการมากเลยค่ะ)

นอกจากการสักการะองค์จากด้านนอกแล้ว เราสามารถเดินเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศภายในองค์พระพุทธรูป มีกิจกรรมและสิ่งน่าสนใจมากมายเลย เช่น นิทรรศการจัดแสดงการสร้างพระพุทธรูปไดบุทสึ การนั่งเขียนบทสวดมนต์ มีส่วนจัดแสดงหัวนิ้วโป้งจำลองของพระพุทธรูปไดบุทสึ มีจุดชมวิวที่บริเวณพระอุระขององค์พระ มีความสูงจากพื้น 85 เมตร หากโชคดี อากาศโปร่ง เราจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย และเมื่อได้ขึ้นไปบริเวณชั้น 4 จะพบกับร้านของฝาก เช่น พวงกุญแจหรือคริสตัลพระไดบุทสึ ธูปหอมพระไดบุทสึ แอบกระซิบบอกเลยว่า ของฝากเหล่านี้ จะสามารถหาซื้อได้จากที่นี่เท่านั้นค่ะ

หากเดินลงมาบริเวณรอบๆ องค์พระ จะมีสวน ที่มีสัตว์ขนาดเล็ก สามารถเล่นกับกระรอกและกระต่ายได้ รวมถึงสวนดอกไม้ ที่กว้างถึง 20,000 ตารางเมตร บริเวณทางเข้าวัด ก็จะพบกับร้านขายของฝาก อาหาร ที่สามารถนั่งรับประทานอาหารได้ เรียกได้ว่า นอกเหนือจากการมาสักการะพระพุทธรูปอุชิคุไดบุทสึ ก็ยังมีกิจกรรมให้ผ่อนคลายสบายใจกันอีก ดีงามเนาะ

ที่อยู่ : 2083 Kuno-cho Ushiku-shi Ibaraki

การเดินทาง : ถึง Ushiku จากสถานี Ueno เดินทางโดยรถไฟ JR สาย Tokiwa ประมาณ 1 ชั่วโมง

การเดินทางจากสถานีรถไฟ JR Ushiku ถึงพระพุทธรูปอุชิคุไดบุทสึ

โดยรถบัสของการรถไฟคันโต ไปอุชิคุไดบุทสึ (Ushiku Daibutsu)・อุชิคุโจวเอ็น (Ushiku Jyoen)

นอกจากนี้ยังสามา วันหยุด เปิดบริการทุกวันโดยไม่มีวันหยุด รถขึ้นรถได้ที่ อะมิพรีเมียมเอาท์เล็ท (Ami Premium Outlet) และลงรถที่ อุชิคุไดบุทสึ

วันหยุด เปิดบริการทุกวันโดยไม่มีวันหยุด

เดือนที่เปิดทำการ: เดือนมีนาคม – กันยายน

เวลาทำการ วันธรรมดา 9.30-17.00 น.

วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 9.30-17.30 น.

(เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ เปิดทำการ 9.30-16.30 น.)

ราคา : เข้าชมภายในองค์พระพุทธรูปไดบุทสึ (ส่วนลดแบบเป็นเซ็ท)

ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป) 800 เยน , เด็ก (4ขวบ – นักเรียนอนุบาล) 400 เยน

เข้าสวน + สวนสัตว์เล็กกระรอกและกระต่าย

ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป) 500 เยน , เด็ก (4ขวบ – นักเรียนอนุบาล) 300 เยน *เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ เข้าฟรี

ปั่นจักรยานที่ Kasumigaura City (Ring ring road)

คุณพระ!! ที่อิบารากิ กิจกรรมหลากหลายล้นเหลือจริงๆ ค่ะ และการปั่นจักรยานเที่ยวในอากาศดีๆ แบบนี้ เป็นอะไรที่ฟินมากๆ Kasumigaura Ring Ring Road คือ คอร์สปั่นจักรยานของจังหวัดอิบารากิ มีระยะทางรวมทั้งหมด 180 กิโลเมตร… ค่ะ!! ตกใจเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นก็รู้ว่า เราสามารถเลือกเส้นทางที่ปั่นได้แบบสนุกๆ ไม่ต้องปั่นจนน่องปูดหรือสลบกันไปก่อน

(แวะเช่าจักรยานกันก่อน)
(ทางสะดวก ปั่นง่าย ปลอดภัย)
(วิวสวย บรรยากาศ สุโค่ยมั่กๆ)

การปั่นจักรยานที่ Kasumigaura City ถือว่ามีชื่อเสียงสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเหมือนกันนะ เพราะเส้นทางของ Kasumigaura Ring Ring Road เต็มไปด้วยวิวสองข้างทางที่สวยงาม เช่น ภูเขาทสึคุบะ ที่จะเห็นหิมะปกคลุมในช่วงฤดูหนาว, วิวทะเลสาบ Kasumigaura (ที่ได้รับการเลือกให้เป็น Suigo-Tsukuba Quasi-National Park) , แวะสักการะศาลเจ้าคาชิมะ และ ไฮไลท์ที่สำคัญ คงเป็นการปั่นในเส้นทางรถไฟสายเก่า ซึ่งในฤดูใบไม้ผลิ จะเห็นต้นซากุระเรียงรายตลอดสองข้างทาง ถ้านึกภาพตามก็ฟินแล้วเนอะ และในช่วงฤดูของการปลูกข้าว ก็จะเห็นทุ่งนาข้าวสีเขียวหรือสีทอง รู้สึกโรแมนติกไปอีกนะคะ หรือถ้าหิว ก็สามารถแวะทานอาหารที่จะมีร้านเปิดให้บริการอยู่ตามจุดอีกด้วยค่ะ

(ปั่นไปเรื่อยๆ เริ่มอยากกินขนม แวะเลยจ้า)

ข้อมูลการเช่าจักรยาน

เวลาให้บริการ : 09:00 – 16:00 น.

ราคา : Hybrid และ Small-wheel 1,500 เยน

จักรยานสำหรับเด็ก (130cm. up) 500 เยน

Road Bike 2,000 เยน

E-Bike 3,500 เยน

ขั้นตอนการจอง : จองล่วงหน้า 3 วัน ผ่านทางโทรศัพท์หรืออีเมล์

ติดต่อรับจักรยานในสาขาที่ทำการจองไว้ คืนจักรยานที่สาขาใดก็ได้ (ทั้งหมด 10 จุด)

ข้อมูลติดต่อ : Tel +81-29-822-2437 (09:00 – 17:00 น.)

Email : rental-bicycle@ibaraki-cycletourism.com

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการเช่าจักรยาน : https://english.ibarakiguide.jp/wp-content/uploads/2018/05/rental-bike.pdf

Mt.Tsukuba Calbe Car (ภูเขาทสึคุบะ)

มาถึงจุดไฮไลท์สำคัญที่จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้ เพราะเป้าหมายสำคัญของการเที่ยวฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ก็ต้องมาชมสีสันที่หลากหลายของแบบตื่นตาตื่นใจ เราจึงขอแนะนำที่นี่ค่ะ ภูเขาทสึคุบะซัง (Mt.Tsukuba) มีความสูง 877 เมตร ที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้นานาพันธุ์มากกว่า 1 พันชนิด ซึ่งถือว่าเป็นขุมทรัพย์แห่งการการวิจัยพันธุ์ไม้ และจุดเด่นที่หลายๆ คนอยากจะมาให้ได้ คือ การเดินภูเขาเพื่อชมธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี เอาใจสายเดินป่า แอดเวนเจอร์ไปอีก แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ หากพาเจ้าตัวเล็ก หรือคุณลุงคุณป้ามาด้วย ก็สามารถนั่งเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปที่จุดชมวิวได้ง่ายๆ เลย

(ทางไป Cable Car จะเห็นเสาหินตั้งเด่นอยู่)

ศาลเจ้าทสึคุบะ

ก่อนที่จะถึงจุดชมวิว แวะสักการะศาลเจ้าทสึคุบะ ที่ตั้งอยู่ข้างสถานีเคเบิ้ลคาร์ ตรงกลางภูเขา โดยมีเทพเจ้าอิซานากิ และ เทพเจ้าอิซานามิ เทพเจ้าคู่สามีภรรยาที่เป็นเทพเจ้าประจำศาล ก็ถือได้ว่าเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงและมีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศญี่ปุ่น หากใครที่เป็นโสด หรืออยากให้ชีวิตรักยืนยาว ก็ต้องมาสักการะที่ศาลเจ้าแห่งนี้ล่ะค่ะ (ใครจะสละโลด ต้องมานะ)

(ที่นี่แหละ ที่เราจะสมหวังเรื่องความรัก)

จากนั้นก็เดินทางต่อเพื่อไปยังยอดเขา นั่งเคเบิ้ลคาร์จากสถานีมิยาวาคิ (สูง 305 เมตร) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าทสึคุบะ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงแล้วค่ะ รวดเร็วทันใจมากๆ

(เตรียมขึ้นไปจุดชมวิว)

ราคา Cable Car

ผู้ใหญ่ เที่ยวเดียว 580 เยน ไปกลับ 1,050 เยน , เด็กเล็ก เที่ยวเดียว 290 เยน ไปกลับ 530 เยน

ทสึคุบะซัง โรปเวย์ หากต้องการขึ้นโรปเวย์ ให้ไปที่จุดเชื่อมระหว่างสถานีสึสิจิกะโอคะ และ สถานีเนียวไทซัง ยาว 1296 เมตร สูง 298 เมตร  ใช้เวลาประมาณ 6 นาทีเพื่อไปยังสถานีเนียวไทซัง

ราคา Rope Way

ผู้ใหญ่ เที่ยวเดียว 620 เยน ไปกลับ 1,100 เยน , เด็กเล็ก เที่ยวเดียว 310 เยน ไปกลับ 550 เยน

(ทางเดินเป็นบันไดหิน)
(วิวระหว่างทาง)

การเดินทาง

รถยนต์ : ประมาณ 40 นาที จากทางด่วน Tsuchiura Kita IC เพื่อไปยังทสึคุบะ ・ นิฮาริ ทางด่วนโจบัน หรือ ถนนสายทสึคุบะซังโคเอนนาไง (Purple Line) หรือ ผ่านถนนหลวงหมายเลข 125

รถไฟ : นั่งทสึคุบะซัง ชัทเทิลบัส จาก Tsukuba Express Tsukuba Station เพื่อลงที่ทางเข้าศาลเจ้าทสึคุบะ (จุดขึ้นเคเบิ้ลคาร์) หรือ ลงที่สึสึจิกะโอคะ (จุดขึ้นโรปเวย์)

(มิชชั่น คอมพลี้ท สวยฟินมากกกกก)

ข้อมูลเพิ่มเติม https://thai.ibarakiguide.jp/2016/06/08/climbing-mt-tsukuba

7 พิกัด นี้เป็นแค่เพียงน้ำจิ้ม สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจอยากมาเที่ยวจังหวัดอิบารากิ แอดมินต้องบอกเลยว่า ยังมีที่เที่ยวอีกหลายแห่งมากๆ ที่ไม่ควรพลาด และแหล่งช้อปปิ้ง อย่าง Ami Premium Outlets ที่เห็นร้านค้าและราคาก็ซี๊ดปาก อยากรูดปรึ๊ดๆ ขึ้นมาทันที ยิ่งใกล้กับโตเกียว เดินทางก็ง่าย สะดวก ประหยัดทั้งเวลา ประหยัดทั้งค่าใช้จ่าย ทริปต่อไป ต้องปักหมุดกันไว้แล้วล่ะค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Must Read

“หาดทุ่งวัวแล่น” เที่ยวเพลินๆ เดินชิลๆ

ไปท่องเที่ยวดินแดนแห่งสายลมและแสงแดด ปลายทางของนักเดินทางที่หลงใหลในการโต้คลื่น ท่ามกลางท้องทะเลที่สวยงามสุดโรแมนติก นั่นก็คือ "จังหวัดชุมพร" ประตูสู่ภาคใต้ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน มาลองหยุดทำความรู้จักชุมพรสักนิด แล้วจะรู้ว่าที่นี่ไม่ธรรมดาเลยค่ะ “หาดทุ่งวัวแล่น” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอำเภอนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลสะพลี ห่างจากตัวจังหวัดชุมพรไปนิดหน่อยค่ะ เป็นชายหาดที่มีเม็ดทรายสีขาวนวลละเอียด...

น้ำตกกะเปาะ จ.ชุมพร วนอุทยานน้ำตกกลางป่า

ร้อนๆ แบบนี้ จะมีที่ไหนดีเท่ากับการแช่น้ำ วันนี้พาลงใต้กันสักหน่อย ไปแช่น้ำตกกลางป่า ที่นี่ “วนอุทยานน้ำตกกะเปาะ” วนอุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 7,010 ไร่ มีบรรยากาศเป็นสวนป่าร่มรื่น ในบริเวณนี้มีน้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำไหลตลอดปี เหมาะแก่การพักผ่อน ใครที่ผ่านไปผ่านมา หรือกำลังจะหาที่ท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว ก็ไม่ควรพลาดนะคะ

สวนนายดำ จ.ชุมพร สวนเกษตรระหว่างทางเที่ยวเมืองใต้

ใครที่ผ่านไปเที่ยวภาคใต้คงต้องรู้จัก “สวนนายดำ” อย่างแน่นอน สวนเกษตรที่เกิดจากความเพียรพยายาม การทำมาหากินของนายดำ สวนนายดำ จ.ชุมพร หลังจากที่เป็นเพียงสวนผลไม้ ที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกแล้ว ณ ปัจจุบัน สวนนายดำแห่งนี้ได้รับการบอกกล่าว และมีคนเข้ามาเยี่ยมเยือนกันอย่างมาก จนทำให้ได้มีการพัฒนาการสวนผลไม้...

ชมรมรักษ์เรือใบโบราณละแม จ.ชุมพร

คราวนี้ถึงเวลามาเที่ยวกันต่อที่จังหวัดชุมพรกันบ้างนะคะ บางทีเห็นเรือแล้วก็อยากมีเรือเก๋ๆแบบนี้บ้างจัง ไปชมมาแล้วก็ประทับใจ กับเรือใบโบราณ กำเนิดขึ้นสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพาหนะที่สำคัญของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง เพื่อการสัญจรทางทะเล และประกอบอาชีพด้านการประมง โดยการนำผืนผ้าดิบมาดัดแปลงเป็นใบเรือ เพื่อรับกับกระแสลม ประกอบกับการใช้หางเสือให้สามารถแล่นเรือไปในทิศทางที่ต้องการได้ แต่ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ...

หลาดใต้เคี่ยม จ.ชุมพร

ละลายทรัพย์กับ ตลาดใต้เคี่ยม หรือหลาดใต้เคี่ยม ตั้งอยู่ อำเภอละแม จังหวัดชุมพร ตลาดแห่งนี้อยู่ท่ามกลางสวนต้นเคี่ยมอันร่มรื่นกว่า 7 ไร่ โดยมีการตกแต่งซุ้มร้านค้าด้วยวัสดุธรรมชาติ แม่ค้าพ่อขายก็เป็นกันเองค่ะ สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่ชาวบ้านในพื้นที่นำมาขาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทางการเกษตร สมุนไพร อาหารทะเลสดๆ ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ...