เที่ยวละไมในชิมันโตะ-จังหวัดโคจิ ชมทุ่งชาเขียว

สัมผัสสายน้ำบริสุทธิ์ที่สุดสายหนึ่งในญี่ปุ่น และชิมปลาไหลแสนอร่อย

ทำเส้นสด ขนมจีน

โคจิ (Kochi) เป็นหนึ่งใน 4 จังหวัดที่อยู่ในภูมิภาคชิโกกุ (Shikoku) ซึ่งนับว่าเป็นภูมิภาคที่เราอาจจะไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่ แต่ความน่าค้นหาของภูมิภาคนี้มีมากมายนัก วันนี้เลยจะขอพาไปเที่ยวที่จังหวัดโคจิและเมืองชิมันโตะ (Shimanto) กันค่ะ

1 3

การเดินทางไปที่จังหวัดโคจิสามารถใช้สายการบินภายในประเทศได้จากทั้งโตเกียวหรือโอซาก้าค่ะ นอกจากนี้ก็ยังเดินทางโดยรถไฟได้ง่ายๆ ด้วยการนั่งชินกันเซ็นไปลงที่โอกายามะและเปลี่ยนเป็นรถไฟด่วนไปที่จังหวัดโคจิได้เลย

2 2

เมื่อมาถึงจังหวัดโคจิ พวกเราสามารถเดินทางในจังหวัดได้ง่ายๆ ด้วยการเช่ารถขับ ญี่ปุ่นใช้พวงมาลัยข้างเดียวกันกับบ้านเรา ถนนที่โคจิจะขับยากนิดหน่อยเฉพาะตอนที่ต้องขึ้นเขา แต่คนคนรักการขับรถน่าจะชอบความท้าทายนี้นะคะ

ออกจากสนามบินปุ๊บเราก็บึ่งรถไปกันที่ตลาดก่อนเลย ที่นี่คือตลาดเก่าแก่มีชื่อว่า “Kure Taishomachi” เปิดมานาน 100 ปีนิดๆ แล้วค่ะ มีขายทั้งอาหารทะเลสดๆ ส่งตรงจากชาวประมงและผลไม้ หากจะเดินทางมา ขอแนะนำให้เช็ควันและเวลาเปิดปิดตลาดกันก่อนนะคะ 

ดูข้อมูลของตลาดได้ที่ https://visitkochijapan.com/th/see-and-do/10034

3 2

จากนั้นเราออกเดินทางต่อไปร้านที่มีกิจกรรมให้ลูกค้าได้ทำ เมนูปลาคัตสึโอะเผาไฟ (Katsuo no Tataki) มีชื่อร้านว่า “Kuroshio Kobo” ค่ะ

เมนูปลาคัตสึโอะเผาไฟนี้เป็นอาหารขึ้นชื่อของโคจิ มีลักษณะพิเศษคือเผาให้หนังปลาและภายนอกสุกแต่ว่าเนื้อข้างในยังดิบอยู่ ซึ่งไม่มีกลิ่นคาวใดๆ เลย 

4 3

การเผาปลาคัตสึโอะเป็นกิจกรรมที่สนุกและตื่นเต้นมากค่ะ ทำเสร็จแล้วก็มานั่งกินลมชมวิวแบบนี้ ร้านของเขาก็บรรยากาศดีสุดๆ ถ้าใครไม่อยากย่างปลาเองก็สั่งเมนูเล็กๆ มานั่งชมวิวทะเลสวยๆ ไปด้วยก็ได้เช่นกันนะคะ

ดูข้อมูลของร้าน “Kuroshio Kobo” ได้ที่ https://visitkochijapan.com/th/taste-of-kochi/10254

5 3

กินข้าวเสร็จแล้วก็ไปต่อที่ของหวานแสนอร่อย นั่นก็คือการไปทานเมนูสารพัดสตรอว์เบอร์รี่ที่ร้าน “Kazekoubou” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับร้านที่เราไปทำปลาคัตสึโอะเมื่อกี้เลย โคจิมีสตรอว์เบอร์รี่ที่อร่อยมากๆ และคาเฟ่ที่นี่ทุกเมนูประกอบไปด้วยสตรอว์เบอร์รี่กันเลยทีเดียว นอกจากสารพัดเมนูจากสตรอว์เบอร์รี่แล้ว อีกหนึ่งจุดขายของร้านก็คือบรรยากาศสวยๆ ที่มองออกไปเห็นทะเลและภูเขาที่อยู่ข้างกันค่ะ 

ดูข้อมูลของร้าน “Kazekoubou” ได้ที่ https://visitkochijapan.com/th/taste-of-kochi/10253

เมนูสตรอว์เบอร์รี่มาแล้ว วันนี้สั่งมาเยอะเลยทีเดียว!

6 2

งานนี้สายหวานเตรียมตัวออกกำลังกายตอนเย็นไว้เลยค่ะ เพราะทุกอย่างน่ากินจนอดไม่ได้จริงๆ

8 1

เมื่อท้องอิ่มทั้งของคาวหวานแล้ว เราก็ออกเดินทางไปยังเมืองชิมันโตะกันเลย


ชิมันโตะมีที่พักหลากหลาย เราเลือกพักที่ “Yuzan Shimanto Seiran no Sato” เพราะว่าเขามีรถตุ๊กตุ๊กให้ผู้เข้าพักได้เช่าขับเที่ยวด้วยนะคะ เราจะได้ออกไปชมวิวไร่ชาสวยๆ แม่น้ำใสๆ และสะพานจมน้ำได้ที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “chinkabashi” รับรองว่ามาที่นี่จะได้รูปสวยๆ ที่แตกต่างไปจากที่อื่นแน่นอน

ก่อนอื่นก็นำกระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรมกันเลย พนักงานชมว่าวันนี้มีแต่สาวสวยก็เลยแถมคนขับรถตุ๊กตุ๊กให้ด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องเป็นคนขับเองนะคะ เขาบอกว่าขับไม่ยากแต่วันนี้โชคดีได้ทางโรงแรมบริการให้เป็นพิเศษ เราจะออกไปเที่ยวรอบๆ สัก 2 ชั่วโมงเพื่อชมไร่ชาเขียวและชมสะพานกันค่ะ รีบเก็บกระเป๋าใส่ในห้องแล้วออกเดินทางกันเลย

โรงแรม Yuzan Shimanto Seiran no Sato

เว็บไซต์ : https://ys-seiran.com

แผนที่ :  https://goo.gl/maps/6V6CTtjamAWuhDtPA


จากโรงแรมใช้เวลาขับตุ๊กตุ๊กประมาณ 20 นาทีก็จะเจอวิวสวยๆ แบบนี้! และเขาพาไปดูลำธารซึ่งเป็นแหล่งที่มาของน้ำที่เราดื่มกันในโรงแรมค่ะ เป็นน้ำจากธรรมชาติของโคจิที่ความใสของน้ำทำให้เรารู้สึกประทับใจไม่แพ้วิวป่าเขาเลย 

หากนักท่องเที่ยวไม่ได้นั่งตุ๊กตุ๊กก็สามารถขับรถเที่ยวเองเพื่อชมความสวยงามแบบนี้ได้เช่นกันค่ะ 

ในส่วนค่าเช่าตุ๊กตุ๊กก็ไม่แพงเลยค่ะ ราคาไม่เกิน 8,000 เยน ขับได้หลายชั่วโมงอีกด้วย แต่ควรสอบถามทางโรงแรมก่อนนะคะ เพราะต้องมีเอกสารเรื่องใบขับขี่ด้วย 

เอาล่ะ! ให้คนญี่ปุ่นขับตุ๊กตุ๊กพาคนไทยอย่างเราเที่ยวโคจิกันต่อเลย

9

มาถึงสะพานอันเป็นเอกลักษณ์ของแม่น้ำชิมันโตะแล้วล่ะค่ะ เป็นยังไงคะ? น้ำใสมั้ย? ขอแนะนำสาวสายหวานที่จะมาถ่ายรูปบนสะพานนี้ว่าควรใส่กระโปรงยาวๆ กรุยกรายมาจะดีกว่า น่าจะทำให้ได้รูปสวยหวานกว่านี้แน่นอนค่ะ

10

สะพานของเมืองชิมันโตะ มีชื่อเรียกว่า chinkabashi แปลว่า “สะพานจมน้ำได้” นั่นเอง นับเป็นสุดยอดไอเดียที่คนญี่ปุ่นคิดค้นมาเพื่อเวลาน้ำหลากค่ะ

“สะพานจมน้ำได้” จะไม่มีราวกั้น 2 ฝั่ง เพื่อไม่ให้ราวไปขวางการไหลของน้ำและท่อนซุงที่ลอยมากับน้ำ น้ำจึงไหลสะดวกขึ้น สะพานก็ชำรุดเสียหายน้อยที่สุดและซ่อมแซมง่าย ไม่ต้องใช้งบประมาณเยอะค่ะ 

เมื่อก่อนเขาก็สร้างสะพานแบบที่มีราวกั้นทั่วไปค่ะ แต่พอฝนตกหนัก ท่อนซุง เศษไม้และดินโคลนก็ไหลมาตามแม่น้ำแล้วไปติดตรงราวกั้นทำให้สะพานพังบ่อยๆ เขาจึงแก้ปัญหาด้วยการเอาราวกั้นนั้นออกไปซะเลย ได้เป็น “สะพานจมน้ำได้” แบบที่เห็นในปัจจุบันค่ะ 

ที่เมืองชิมันโตะมีสะพานแบบนี้อยู่ถึง 48 แห่ง จุดที่เรายืนอยู่นี้คือ สะพาน “Takahi Chinkabashi” ซึ่งเป็นสะพานที่อยู่ตรงต้นน้ำเลย น้ำจึงใสได้ขนาดนี้

วิวสวยมากๆ อากาศบริสุทธิ์สดชื่นสุดๆ

11

นี่คือน้ำที่ผลิตจากแม่น้ำสายนี้ คนท้องถิ่นก็ดื่มกัน รสชาติอร่อยสมกับเป็นเมืองน้ำใสจริงๆ ค่ะ

12

วิวไร่ชาสวยมากๆ ค่ะ

13
14

และนี่คือโฉมหน้าโชเฟอร์ของเรา เราเตือนเขาว่า “ระวังหมวกปลิวนะ” แต่เขาก็ยังใส่หมวกขับซิ่งได้โดยที่หมวกไม่ปลิวเลยค่ะ

คนขับยังให้ข้อมูลว่าตามลำธารในฤดูร้อน จะมีหิ่งห้อยจำนวนไม่น้อยให้ชมค่ะ แต่เราอดทนรอให้มืดไม่ไหวเพราะหน้าร้อนจะมืดช้ามาก ก็เลยต้องขอตัวกลับไปอาบน้ำและพักผ่อนเพื่อรอทำกิจกรรมสนุกๆ ในวันพรุ่งนี้

15

บรรยากาศภายในโรงแรม Yuzan Shimanto Seiran no Sato ค่ะ น่ารักมั้ยคะ? 

16

อาหารเย็นก็ดีงาม ส่วนใหญ่เป็นเต้าหู้ ผัก และอาหารเพื่อสุขภาพ สำหรับอาหารเช้าก็ดีไม่แพ้กัน บรรยากาศของลำธารที่มองเห็นจากห้อง, ตัวห้องพัก และห้องอาหารก็ดีงามไปหมดเลยค่ะ

17

เช็คเอาท์จากโรงแรมแล้วออกเดินทางกันต่อค่ะ

ต่อไปเราได้เดินทางไปนั่งเรือชมน้ำใส แม่น้ำชิมันโตะแห่งนี้มีชื่อเสียงว่าเป็นแม่น้ำแห่งสุดท้ายของญี่ปุ่นที่ยังคงความดั้งเดิม จึงมอบทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงามให้ผู้คนได้ชม

การล่องเรือยาคาตะบุเนะในแม่น้ำชิมันโตะทำให้เราได้ชมแม่น้ำอย่างใกล้ชิด ตกใจกับความใสของน้ำจริงๆ นี่มันสวิสเซอร์แลนด์แห่งภูมิภาคชิโกกุชัดๆ เรือจะลอดผ่าน สะพาน “Misato Chinkabashi” และ “Sada Chinkabashi” ซึ่งเป็นสะพานสุดท้ายด้วยค่ะ

18

จุดขึ้นเรือท่องเที่ยวคือ Yakatabune Shimanto no ao 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ >> https://visitkochijapan.com/th/activities/10153

ค่าโดยสารสำหรับผู้ใหญ่ 2,000 เยน เด็ก 1,000 เยน โดยเรือจะวิ่งวันละ 8 เที่ยว

19

สะพาน “Sada Chinkabashi” เป็นสะพานที่มีความยาวมากทึ่สุดและอยู่ใกล้ปากแม่น้ำมากที่สุด ระหว่างทาง เราได้พบกับคนพายเรือแคนูและคนตกปลา

20

รถเล็กใหญ่จึงวิ่งผ่านได้สบายๆ เลยค่ะ 

21
22

แวะลงตรงสะพานเส้นสุดท้ายที่ตั้งอยู่ปลายแม่น้ำชิมันโตะ บรรยากาศตรงนี้งดงามมาก ต้องขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อยค่ะ รูปนั่งห้อยขาแบบนี้เป็นรูปที่หลายคนชอบมาถ่ายลงโซเชียล

การเดินทางมายังสะพาน : โดยสารรถไฟด่วนสาย JR Dosan จากสถานี Kochi และลงที่สถานี Nakamura ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นนั่งแท็กซี่มายังสะพาน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

จบทริปล่องเรือกันไปแล้ว ก่อนที่จะจากเมืองชิมันโตะไป เราจะขอพาทุกคนไปทานอาหารกลางวันสุดวิเศษซึ่งเป็น ของดีประจำจังหวัดโคจิที่หาทานที่อื่นไม่ได้ นั่นก็คือ ปลาไหลที่มาจากเมืองน้ำใส “ชิมันโตะ” นั่นเองค่ะ รับรองว่าอร่อยทั้งซอสและตัวปลาไหล แม้แต่คนที่ไม่ชอบทานปลาไหล หากได้มาลองก็อาจจะเปลี่ยนใจได้เลยนะ

23

ปลาไหลที่ย่างได้กรอบ หอมต้องร้านนี้เลยนะคะ “ชิมันโตะยะ” (Shimantoya)

ด้วยความที่มีซอสเอกลักษณ์ของตัวเอง รสชาติหวานเค็มบวกกับการย่างอันพิถีพิถันของทางร้าน เราจึงรู้สึกว่าหากคิดถึงปลาไหลต้องมาทานที่นี่แหละถึงจะเรียกว่าอร่อยจริงแบบต้นตำหรับ และชุดเทมปุระรวมก็อลังการงานสร้างมากๆ ค่ะ

24

วิวของร้านดีงามมากๆ

25

ดูข้อมูลของร้าน Shimantoya ได้ที่ https://shimantoya.com/

แผนที่ร้าน: https://goo.gl/maps/Ab6MnoqS79MiC6Xb6

 

อิ่มอร่อยกันไปแล้วก็ได้เวลาบอกลาแม่น้ำชิมันโตะสวยๆ เพราะเราจะย้ายไปทางใต้เพื่อสัมผัสความงามอของท้องทะเลโคจิกันที่ TheMana Village ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Tosashimizu กันนะคะ 

โรงแรม TheMana Village

เว็บไซต์ : http://themanavillage.com/

แผนที่ :  https://goo.gl/maps/Xui3vgpmcqbwqU8t7

 

โรงแรมนี้มีอาหารอิตาเลียนอร่อยๆ ที่ไม่แพ้ร้านในอิตาลีเลย เพราะว่าเชฟอิตาเลียนแท้ๆ ลงมือรังสรรค์อาหารให้พวกเรา 

นอกจากความอร่อยทางปากแล้ว ความงดงามทางตาจากวิวทะเลแบบพาโนรามาที่มองเห็นจากห้องอาหารด้านนอกก็ดีงามมาก จัดว่าเป็นห้องอาหารที่เราชอบที่สุดในรอบปีก็ว่าได้ค่ะ อากาศดี สวยเกินจะบรรยายจริงๆ

วันนี้เราได้ทานดินเนอร์และแช่ออนเซนที่โรงแรมด้วยค่ะ เป็นการพักผ่อน 1 คืนที่แสนประทับใจ

26
Kochi Hotel

ห้องพักโมเดิร์นสไตล์นี่สวยมากๆ เลยนะ นอนชมทะเลชิลๆ

27

ที่โรงแรมมีห้องพักแบบญี่ปุ่นและห้องพักแบบตะวันตก ปัจจุบันมีห้องที่กำลังรีโนเวทอยู่ ห้องพักแบบตะวันตกอาจจะยังมีจำนวนน้อย ต้องรีบจองตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ ในส่วนของออนเซ็นก็มีทั้งแบบห้องส่วนกลางและแบบโอเพ่นแอร์วิวเทพด้วยค่ะ

28 1

อาหารเช้าของโรงแรมมีเซ็ตแบบตะวันตกและแบบญี่ปุ่นให้เลือก เช้าวันนี้เราเลือกเซ็ตตะวันตกค่ะ ความจริงมีอาหารเยอะนะคะ แต่ในรูปที่เห็นคือนำออกมานั่งทานรับลมทะเลเพียงแค่นี้เท่านั้น

29

เมื่อทานมื้อเช้าเสร็จก็ได้เวลาบอกลาโรงแรมสวยๆ กันแล้ว เราเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมและแวะไปที่แหลม Ashizuri เพื่อถ่ายรูปที่ระลึกค่ะ 

ประภาคารสีขาวที่ตั้งอยู่บนแหลมที่ยื่นออกไปทางใต้สุดของเกาะชิโกกุคือจุดถ่ายรูปยอดฮิต เราสามารถชมวิวแบบ 270 องศาได้จากจุดชมวิวค่ะ วันนี้อากาศเป็นใจได้เห็นทะเลกับท้องฟ้าสวยๆ ประทับใจมากค่ะ

30

ก่อนกลับบ้านอย่าลืมแวะซื้อของฝากกันที่ “Bussankan Sun River Shimanto” จุดขายของฝากและผลไม้ในท้องถิ่น สามารถเดินจากสถานี Nakamura ของรถไฟสาย Tosan Kuroshio ได้โดยใช้เวลาเดิน 10 นาทีค่ะ

ของที่แนะนำให้ซื้อก็จะเป็นผลิตภัณฑ์จากขิง เราลองซื้อของแปลกเป็น “ช็อกโกแลตขิง” ดูค่ะ อร่อยมากๆ เผ็ดสะใจดี

31

“นาเบะยากิราเมง” ก็เป็นของขึ้นชื่อของเมืองค่ะ เส้นเด้ง อร่อยสุด ๆ ต้องซื้อมาลองให้ได้นะคะ

Nabeyaki

ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำจากปลาคัตสึโอะก็น่าซื้อมากค่ะ โดยเฉพาะผงโรยข้าวเพิ่มความอร่อยให้มื้ออาหาร มาปิดท้ายทริปที่นี่เป็นคำตอบที่ถูกต้องจริงๆ เพราะได้ของฝากกลับไปเยอะแยะเลย

32

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับการทำความรู้จักกับจังหวัดโคจิ ได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวในแบบที่หลายๆ คนไม่เคยรู้ว่า “ที่ญี่ปุ่นก็มีแบบนี้ด้วยเหรอ?” อยากชวนให้ทุกคนมาเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ๆ ที่นี่กันนะคะ สำหรับวันนี้ขอจบการแนะนำที่เที่ยวโคจิไว้เพียงเท่านี้ก่อน แต่รับรองว่าจะได้พบกันใหม่แน่นอน อย่าลืมมาติดตามตอนต่อไปนะคะ