ทริปสนุกในยุค New Normal แบบนี้ ขอพาทุกคนมาสัมผัสกับเสน่ห์ริมฝั่งโขง ของจังหวัดบึงกาฬ กับ 20 จุดเช็คอิน ฟินแบบ New Normal ที่จัดเต็มมาให้หายคิดถึงกันไปเลย เที่ยวอีสานวิถีใหม่ในบรรยากาศเมืองริมโขงแบบคูลๆ ม่วนไปกับธรรมชาติ ภูเขาลำเนาไพร คาเฟ่สุดน่ารัก วิถีชีวิตริมโขง ชุมชนเรียบง่ายของชาวภูไท อาหารอร่อยสไตล์ Local พร้อมแลนด์มาร์คถ่ายรูปเก๋ๆ
ทริปนี้เช่ารถขับสะดวกสบาย บินลงสนามบินอุดรธานี ก็มีสาขา Avis Rent A Car (Thailand) ที่สนามบินเลยค่ะ ทำให้การมาเที่ยวอีสานไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีบริการรถเช่า Avis เช่ารถขับเที่ยวได้ทั่วทั้งบึงกาฬ หรือจะขับไปจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานก็ได้ เพราะ Avis มีถึง 29 สาขาที่ให้บริการทั่วประเทศไทยเลยค่ะ และขั้นตอนก็ง่ายแสนง่ายตามมาดูกันเลยค่ะ




ง่ายมากอย่างที่บอกเลยใช่ไหมล่ะคะ หากเพื่อนๆ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อตามช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยจ้า
สำรองรถเช่าล่วงหน้าได้ที่ : www.AvisThailand.com
เฟสบุ้ค : https://www.facebook.com/avisthai/
โทร : 02 251 1131
เมื่อรถพร้อมแล้ว เราก็ไปลุยกับจุดเช็คอินทั้ง 20 ที่ของเรากันเลยจ้า



1.วัดภูทอก

สูงและเสียว!! พิชิตกันมาหรือยังคะ วัดภูทอก หรือ วัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่ท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาติ คำว่า “ภูทอก” ในภาษาอีสาน แปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว ส่วนที่นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้างบันไดเวียนไปมารอบๆ แบบ 360 องศา มีทั้งหมด 7 ชั้น วิวสวยมากเลยค่ะ


2.หาดทรายขาว

หาดทรายขาวริมโขง เดินเล่นสุดชิลกับความมหัศจรรย์ริมโขง บนเนินทรายขนาดใหญ่มองดูคล้ายทะเลทรายเลยก็ว่าได้ล่ะค่ะ ที่นี่เป็นหาดทรายที่เกิดจากการพัดพาของตะกอนทรายในช่วงน้ำหลาก ที่สำคัญสถานที่แห่งนี้จะโผล่มาให้เห็นในช่วงหน้าหนาวถึงหน้าร้อนเท่านั้น เราสามารถเดินลงไปถ่ายรูปรับลมเย็นๆ พร้อมมองวิวที่เรียบง่ายสงบของฝั่งลาวได้ด้วยค่ะ


3.วัดอาฮงศิลาวาส

บรรยากาศภายในวัดสงบร่มรื่น อยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งจะมีโขดหินเรียงรายอยู่ในแม่น้ำยื่นจากฝั่งออกไปเรียกว่า “แก่งอาฮง” หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุด กระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก ไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ สังเกตได้จากซากใบไม้ลอยมาติดบริเวณนี้ จะหมุนวนอยู่ในน้ำแล้วจึงค่อยไหลต่อไ


4.วัดโพธาราม

เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจังหวัดบึงกาฬ และใน สปป.ลาว ภายในวัดมีพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อพระใหญ่ปรางมารวิชัย เดิมเป็นพระพุทธรูปทองสำริดที่มีความงดงาม ต่อมามีการพอกปูนฉาบไว้ สันนิษฐานว่าเป็นการอำพรางจากตอนสงคราม ผู้คนส่วนใหญ่ที่มาขอพรก็มักจะได้สมหวังดังใจ การกราบไหว้พระในอุโบสถ เข้าได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น ส่วนสุภาพสตรีกราบได้แต่เพียงด้านนอก นอกจากนั้นยังมีเรือกำปั่นโบราณภายในวัด


5.บึงโขงหลง

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬ มีลักษณะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นก โดยมีจุดเด่น คือ มีหอชมนก และระเบียงชมวิว โดยเฉพาะในยามเย็นซึ่งพระอาทิตย์ใกล้ตกดินมีบรรยากาศที่งดงามมาก บึงโขงหลง เป็นบึงที่มีน้ำตลอด ทำให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี



6.ผ้าขาวม้าดารานาคี-บ้านสะง้อ

มาบึงกาฬครั้งนี้ ไม่ควรพลาดแวะ กลุ่มทอผ้าฝ้ายพื้นเมืองบ้านสะง้อ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 2 บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมือง โดยคุณป้าสมพร แสงกองมี ออกมาต้อนรับอย่างดี พร้อมเล่าถึงที่มาของผ้าขาวม้าดารานาคีให้ฟัง ปัจจุบันได้ยกระดับและพัฒนาเป็นผ้าขาวม้าหมักโคลนธรรมชาติที่รู้จักในนาม “ผ้าขาวม้าดารานาคี” พร้อมมีสินค้าเป็นของฝาก ของที่ระลึกจากลายผ้าขาวม้าด้วย




7.ชุมชนบ้านถ้ำเจริญ

เป็นชุมชนที่มีเอกลักษณ์ และมีความน่ารักอบอุ่นของการต้อนรับจากชาวบ้าน เมื่อได้มาเยือนที่ชุมชนแห่งนี้แล้ว จะได้สัมผัสกับเสน่ห์การท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายในชุมชน ประเพณี อาหารการกินแบบคนท้องถิ่น เช่น ส้มตำ แกงหน่อไม้ ต้มไก่ ต้มปลา ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีขนมที่เป็นของดีของหมู่บ้าน อย่าง ขนมดอกจอก กล้วยฉาบ ปั้นขลิบ และข้าวโหล่งมะอุ๊บ โดยชาวบ้านถ้ำเจริญได้รวมตัวกันตั้งกลุ่มเพื่อฝึกอาชีพด้านต่างๆ ทั้งงานจักสาน ทำขนม ตะกร้าพลาสติก ทอผ้า ฯลฯ รวมทั้งการดัดแปลงวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ และยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ สะอาด สบาย ราคาท่านละ 350 บาท/ต่อคืน ถ้าได้มาชุมชนนี้แล้ว ต้องอยากกลับมาอีก เพราะทุกคนน่ารัก ใจดี เดินไปไหนก็ยิ้มแย้มทักทาย เรียกให้กินน้ำตลอดทางจนจุกเลยล่ะค่ะ ฮ่า









8.วัดถ้ำศรีชมภู

มีบรรยากาศธรรมชาติ สีเขียวของต้นไม้ข้างทาง มาชมหินที่มีรูปร่างคล้าย “เกล็ดพญานาค” ซึ่งจุดที่เป็นไฮไลท์ของวัด บริเวณลานพระเวส ที่มีหินขนาดใหญ่จะมีลวดลายคล้ายเกล็ดพญานาค ซึ่งเป็นลักษณะที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ




9.วัดป่าถ้ำเจริญ

เป็นวัดที่มีความสวยงามของภาพวาดบนหิน ขนาดใหญ่ กลายเป็นถ้ำที่น่าอัศจรรย์ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางมารวิชัย และปางลีลา 2 องค์ ภายในยังสามารถ เดินลัดเลาะเพื่อชมความงดงามของรากไม้ที่ปกคลุมหินไว้ ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ


10.ตลาดไทย-ลาว

หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า “ตลาดลาว” เป็นตลาดนัดตอนเช้าริมแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบึงกาฬ ชมวิถีคนท้องถิ่นริมแม่น้ำโขง มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยและชาวลาว นำสินค้าพื้นเมือง อาหารท้องถิ่นมาวางขายให้นักท่องเที่ยว ระยะทางตลาดก็ยาวประมาณ 500 เมตร ตั้งอยู่บนถนนริมบึงใหญ่ เปิดวันอังคารและวันศุกร์ ตั้งแต่เช้าตรู่ 6.00-12.00 น. ยามเช้าเราก็มาเดินกันได้แล้วค่ะ ที่นี่มีของกิน ของใช้มากมาย พืช ผัก กบ เขียด และปลาในแม่น้ำโขง รวมทั้งของป่า ของหายากจากฝั่งลาวแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งนอกจากอาหารการกินแล้ว ก็จะมีเสื้อผ้า ของใช้ เลือกชอปปิงกันเพลินๆ



11.ถนนคนเดินริมโขง

เป็นอีกแหล่งชอปปิงที่สร้างสีสันได้ไม่น้อยเลยทีเดียวในยามค่ำคืน ตั้งอยู่บนถนนข้าวเม่า ริมแม่น้ำโขง หน้าเทศบาลตำบลบึงกาฬ แถมบรรยากาศก็ดี๊ดี เดินไม่ร้อนเย็นสบาย ของกินเรียงรายแบบเยอะมาก ของใช้ ของฝาก ก็เยอะแบบชนิดที่เรียกว่าไม่ยอมน้อยหน้ากันเลย



12.หาดคำสมบูรณ์

มาพักผ่อน และลงเล่นน้ำคลายร้อนที่ หาดคำสมบูรณ์ บ้านคำสมบูรณ์ อ.บึงโขงหลง ที่นี่เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ และมีวิวสวย บริเวณหาดคำสมบูรณ์ เต็มไปด้วยร้านอาหารริมน้ำจำนวนมาก เป็นแนวอาหารอีสานท้องถิ่น นั่งกินชิลๆ ริมหาด มีกระท่อมไม้ยกพื้นเก๋ๆ ด้วยล่ะค่ะ


13.บรรยากาศริมโขง

ลานสาธารณะบนถนนเลียบชายโขง สามารถมาเดินเที่ยวชมธรรมชาติริมแม่น้ำโขง สัมผัสบรรยากาศสุดชิล ในยามเช้าจะมีพระอาทิตย์ขึ้นเป็นวิวที่หลายคนนิยมมาถ่ายรูปกัน จะเห็นชาวบึงกาฬมาเดิน มาวิ่ง ออกกำลังกาย ตักบาตร และช่วงเย็นจะมีผู้คนมาปั่นจักรยานเล่น พร้อมชิมของอร่อยๆ ได้ทั้งร้านอาหารริมโขง หรือมานั่งชมวิวแม่น้ำโขงที่กั้นระหว่างไทย-ลาว กับวิวสวยๆ แสงยามเย็น ปูเสื่อทานอาหารสตรีทฟู้ดส์นั่งริมโขง ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบค่ะ





14.พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

ที่นี่มีความชิคๆ คูลๆ กับภาพวาดกราฟฟิตี้บนผนังบ้าน วัด ร้านค้า ที่เห็นตั้งแต่เดินลงรถ สวยงาม และดูเป็นชุมชนน่ารักมากๆ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวศิลปะร่วมสมัยในบึงกาฬ แต่ขณะเดียวกันก็มีความเก่าแก่ที่น่าค้นหาด้วย เพราะเรือนไม้อีสานเก่าแก่ อายุกว่า 60 ปี ของคุณสุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดังของเมืองไทย ที่ถูกนำมารีโนเวทใหม่ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนเก๋ๆ และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบยั่งยืนจัดแสดงและตกแต่งด้วยผ้าซิ่นไหมของบรรพบุรุษ ที่คนอีสานสมัยก่อนมักจะนุ่งผ้าซิ่นไหม นุ่งโสร่ง สวมใส่เสื้อสีขาวเข้าวัดกัน เข้าไปชมด้านในบ้านได้ค่ะ ค่าบำรุงสถานที่คนละ 50 บาท
ที่อยู่ : หมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.





15.รู้สึกดีคาเฟ่

Roo-Seuk-Dee cafe&studio ร้านกาแฟคาเฟ่น่ารักๆ ของชาวบึงกาฬ บอกเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นร้านเก๋ๆ ชิลๆ น่ารัก และสะอาดมาก นั่งสบาย มี WiFi มีเมนูให้เลือกเยอะดี ขนมทำเองอร่อย เช่น บราวนี่ชาเขียว หอมชาเขียวเข้มๆ ตั้งแต่คำแรกที่กัด บราวนี่ชีสเค้กหน้าไหม้ สตรอเบอร์รี่เค้ก และมีเครื่องดื่มเลือกระดับความหวานได้หลายเมนู ซึ่ง new signature คือ ชาเขียวพีชมะนาว ที่หอมยั่วมาก และมีอีกหลายเมนูหอมอร่อยน่าลอง
ที่อยู่ : เยื้อง ธ.กสิกรไทย / ตรงข้ามแว่นท็อปเจริญ วงเวียนหอนาฬิกา อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ
https://www.facebook.com/rooseukdeecafe/





16.ครัวปอแก้ว

ร้านตั้งอยู่เรียบถนนติดริมโขง ภายในเป็นห้องแอร์เย็นสบาย อาหารอร่อยรสชาติจัดจ้าน มีเมนูแนะนำคือ ปลาแม่น้ำโขง ที่เราสามารถเลือกได้เลยว่าจะให้ทางร้านนำไปทำเมนูอะไร เช่น ต้มยำปลาแม่น้ำโขง ลาบปลา ทอดกระเทียม หรืออยากจะแซ่บกับเมนูส้มตำแบบฉบับคนบึงกาฬก็สั่งได้ รสชาติอร่อยนัวมากเลย ขอบอก!!
ที่อยู่ : 323/1 วิศิษฐ์ ตำบล วิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ
โทร : 085 643 0631



17.บ้านตา-ถิ่น เกสเฮ้าส์

ห้องพักสไตล์ฮิบๆ กิ๊บเก๋ ด้วยบรรยากาศดี ติดวิวริมแม่น้ำโขง ด้านหน้าที่พักทั้งซ้ายและขวามีร้านอาหารเพียบ เดินออกจากห้องพักก็ถึงถนนคนเดินบึงกาฬเลย การตกแต่งห้องพักน่ารักผสมผสานด้วยไม้ทาสีสดใส เหมาะแก่การมาพักผ่อนและถ่ายรูป ที่นี่มีสองชั้น ด้านล่างเป็นคาเฟ่ มีชา กาแฟ เมนูสมูตตี้มากมาย สั่งมาดื่มพร้อมนั่งชมวิวแม่น้ำโขง มองเห็นภูเขายาวทอดตัวในฝั่งลาว มีจักรยานให้ปั่นไปริมโขงฟรี ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 500-2,000 บาท
ที่อยู่ : ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ
โทร : 095 665 8635





18.ซันไชน์ แกรนด์ 77

ที่พักใหม่ในเมืองบึงกาฬ ในสไตล์ลอฟท์ปูนเปลือยเก๋ๆ เมื่อล้มตัวลงนอนบนหมอนก็จะได้กลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ห้องพักใหม่ กว้าง สะอาดมาก บรรยากาศสงบ ไม่พลุกพล่าน มีจักรยานให้ปั่นไปริมโขงฟรี พร้อมที่จอดรถสะดวกสบาย มีห้องพัก 8 ห้อง ราคา 500 บาท และห้องใหญ่แบบครอบครัว 1 ห้อง ราคา 650 บาท พร้อมมุมระเบียงชมวิวส่วนตัว มีกั้นโซนระหว่างที่นอนกับห้องแต่งตัว และห้องน้ำ น่ามาพักผ่อนมาก และยังมีที่พักอีกหนึ่งสาขาในเครือเดียวกันกับ ซันไชน์ แกรนด์ 77 ตั้งอยู่ติดริมโขง มองเห็นวิวสวยๆ ราคาถูก น่าพักอีกแห่งด้วยค่ะ นั่นคือ โขงซันไชน์
ที่อยู่ : ถนน บึงกาฬ-พันลำ ตำบล วิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ
โทร : 096 632 4752



19.ไร่ผลจันทร์

วิวสวยแสนเพลิน สถานที่ถ่ายรูปเช็คอินแห่งใหม่ ณ ไร่ผลจันทร์ บ้านสะง้อ ซึ่งเป็นที่พักเปิดใหม่ที่บ้านสะง้อ ต.หอคำ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ไร่ผลจันทร์อยู่ติดริมแม่น้ำโขง ทำให้วิวและบรรยากาศสวยงามมาก ยิ่งวันที่แดดดีๆ มองเห็นท้องฟ้าสดใส ภูเขาชัดเจน จุดเด่นของที่นี่ก็คือ มองเห็นบรรยากาศริมแม่น้ำโขง เห็นวิถีชีวิตเรือชาวบ้านที่มาหาปลา เห็นวิวภูเขาที่อยู่ฝั่ง สปป.ลาว ซ้อนกันไปมาหลายชั้นสวยงาม มานั่งชมวิวชิลๆ สั่งอาหารทานได้ พร้อมถ่ายรูปกับมุมเก๋ๆ กันค่ะ
ที่อยู่ : บ้านสะง้อ ตำบล หอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ
โทร : 062 697 8978





20.ร้าน 168บ้านข้าวเปียก

หน้าร้านสะดุดตากับป้ายใหญ่สีสันจัดจ้านของร้าน 168บ้านข้าวเปียก ที่มีเมนูอาหารเช้าขึ้นชื่อของชาวบึงกาฬ คือ ข้าวเปียก ที่มีเส้นเหนียวนุ่ม รสชาติน้ำซุปเข้มข้น ใส่กระดูกหมู หมูยอหอมๆ เป็นร้านอาหารเช้าในตัวเมืองบึงกาฬ ที่มีลูกค้าทั้งขาประจำ ขาจร แวะเวียนมาไม่ขาดสาย เมนูก็มีทั้ง ต้มเส้น เกาเหลา ไข่กระทะ ขนมปังปิ้ง ข้าวต้ม เครื่องดื่มร้อนเย็นต่างๆ ราคาไม่แพง แถมรสชาติดีทีเดียว
ที่อยู่ : อำเภอเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ
โทร : 092 394 9116



บอกเลยว่าที่เห็นนี่ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งนะคะ ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายรอให้เพื่อนๆ ได้ไปสัมผัสกันอยู่ หากใครคิดถึงบึงกาฬอยู่ล่ะก็ ถ้าได้มาม่วนสักทริป รับรองจะติดใจค่ะ ^^






















