หน้าแรก We สตอรี่ 20 จุดเช็คอิน ฟินแบบ New Normal จังหวัดบึงกาฬ

20 จุดเช็คอิน ฟินแบบ New Normal จังหวัดบึงกาฬ

ทริปสนุกในยุค New Normal แบบนี้ ขอพาทุกคนมาสัมผัสกับเสน่ห์ริมฝั่งโขง ของจังหวัดบึงกาฬ กับ 20 จุดเช็คอิน ฟินแบบ New Normal ที่จัดเต็มมาให้หายคิดถึงกันไปเลย เที่ยวอีสานวิถีใหม่ในบรรยากาศเมืองริมโขงแบบคูลๆ ม่วนไปกับธรรมชาติ ภูเขาลำเนาไพร คาเฟ่สุดน่ารัก วิถีชีวิตริมโขง ชุมชนเรียบง่ายของชาวภูไท อาหารอร่อยสไตล์ Local พร้อมแลนด์มาร์คถ่ายรูปเก๋ๆ

ทริปนี้เช่ารถขับสะดวกสบาย บินลงสนามบินอุดรธานี ก็มีสาขา Avis Rent A Car (Thailand) ที่สนามบินเลยค่ะ ทำให้การมาเที่ยวอีสานไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีบริการรถเช่า Avis เช่ารถขับเที่ยวได้ทั่วทั้งบึงกาฬ หรือจะขับไปจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานก็ได้ เพราะ Avis มีถึง 29 สาขาที่ให้บริการทั่วประเทศไทยเลยค่ะ และขั้นตอนก็ง่ายแสนง่ายตามมาดูกันเลยค่ะ

เคาน์เตอร์เอวิสเซ็นเอกสารเพื่อไปรับรถ
พนักงานจะแจ้งรายละเอียดต่างๆ ให้เราทราบก่อนการรับรถค่ะ
จากนั้นรับกุญแจรถ แล้วออกเดินทางไปท่องเที่ยวกันเลย

ง่ายมากอย่างที่บอกเลยใช่ไหมล่ะคะ หากเพื่อนๆ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อตามช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยจ้า

สำรองรถเช่าล่วงหน้าได้ที่ : www.AvisThailand.com
เฟสบุ้ค : https://www.facebook.com/avisthai/
โทร : 02 251 1131

เมื่อรถพร้อมแล้ว เราก็ไปลุยกับจุดเช็คอินทั้ง 20 ที่ของเรากันเลยจ้า

วิวสวยให้ 3 ส. ไปเลยค่ะ สูง เสียว สั่น ฮ่าๆ
ใครชอบถ่ายภาพแนวๆ ห้ามพลาดกราฟฟิตี้สีสันสดใสนี้นะคะ
ใครชอบถ่ายภาพแนวๆ ห้ามพลาดกราฟฟิตี้สีสันสดใสนี้นะคะ


1.วัดภูทอก

สูงและเสียว!! พิชิตกันมาหรือยังคะ วัดภูทอก หรือ วัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่ท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาติ คำว่า “ภูทอก” ในภาษาอีสาน แปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว ส่วนที่นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้างบันไดเวียนไปมารอบๆ แบบ 360 องศา มีทั้งหมด 7 ชั้น วิวสวยมากเลยค่ะ

วิวนี้อย่ามองลงไปพี่ขอร้องเลย เพราะมันสูงจริงๆ อิอิ
ถ่ายรูปเสร็จแล้ว อย่าลืมเดินเข้าไปกราบพระในนี้กันนะคะ


2.หาดทรายขาว

หาดทรายขาวริมโขง เดินเล่นสุดชิลกับความมหัศจรรย์ริมโขง บนเนินทรายขนาดใหญ่มองดูคล้ายทะเลทรายเลยก็ว่าได้ล่ะค่ะ ที่นี่เป็นหาดทรายที่เกิดจากการพัดพาของตะกอนทรายในช่วงน้ำหลาก ที่สำคัญสถานที่แห่งนี้จะโผล่มาให้เห็นในช่วงหน้าหนาวถึงหน้าร้อนเท่านั้น เราสามารถเดินลงไปถ่ายรูปรับลมเย็นๆ พร้อมมองวิวที่เรียบง่ายสงบของฝั่งลาวได้ด้วยค่ะ

เป็นหาดทรายที่กว้างมาก เดินหมุนตัวก็แล้ว วิ่งก็แล้ว ก็ยังไม่ทั่วเลย แต่วิวสวยมากค่ะ
มีลมพัดเย็นๆ หน้าหาดทรายตลอด ชิลจริงๆ ช่วงเย็นจะดีกว่าหน่อยนึง เพราะแดดร่มไม่ร้อนเหมือนช่วงบ่าย


3.วัดอาฮงศิลาวาส

บรรยากาศภายในวัดสงบร่มรื่น อยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งจะมีโขดหินเรียงรายอยู่ในแม่น้ำยื่นจากฝั่งออกไปเรียกว่า “แก่งอาฮง” หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุด กระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก ไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ สังเกตได้จากซากใบไม้ลอยมาติดบริเวณนี้ จะหมุนวนอยู่ในน้ำแล้วจึงค่อยไหลต่อไ

อยากเห็นสะดือแม่น้ำโขงจุดที่ลึกที่สุดก็ต้องมาวัดนี้นะคะ
ทางเดินริมน้ำรอบวัด ปูกระเบื้องเป็นลายสวยงามอย่างกับลายผ้าขาวม้าเลยล่ะ


4.วัดโพธาราม

เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจังหวัดบึงกาฬ และใน สปป.ลาว ภายในวัดมีพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อพระใหญ่ปรางมารวิชัย เดิมเป็นพระพุทธรูปทองสำริดที่มีความงดงาม ต่อมามีการพอกปูนฉาบไว้ สันนิษฐานว่าเป็นการอำพรางจากตอนสงคราม ผู้คนส่วนใหญ่ที่มาขอพรก็มักจะได้สมหวังดังใจ การกราบไหว้พระในอุโบสถ เข้าได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น ส่วนสุภาพสตรีกราบได้แต่เพียงด้านนอก นอกจากนั้นยังมีเรือกำปั่นโบราณภายในวัด

ด้านในจิตรกรรมฝาผนัง งดงามยิ่งนัก
บั้งไฟจิ๋วแก้บน สำหรับนักเสี่ยงโชค หรือจะทำบุญซื้อจุดถวายหลวงพ่อก็ได้ค่ะ

5.บึงโขงหลง

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬ มีลักษณะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นก โดยมีจุดเด่น คือ มีหอชมนก และระเบียงชมวิว โดยเฉพาะในยามเย็นซึ่งพระอาทิตย์ใกล้ตกดินมีบรรยากาศที่งดงามมาก บึงโขงหลง เป็นบึงที่มีน้ำตลอด ทำให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

ขึ้นไปชมวิวด้านบน
หลงรักบึงโขงหลงเข้าแล้ว
วิวนี้ดูชิลสบายๆ กับสะพานทอดยาวลงไปในแม่น้ำ

6.ผ้าขาวม้าดารานาคี-บ้านสะง้อ

มาบึงกาฬครั้งนี้ ไม่ควรพลาดแวะ กลุ่มทอผ้าฝ้ายพื้นเมืองบ้านสะง้อ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 2 บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมือง โดยคุณป้าสมพร แสงกองมี ออกมาต้อนรับอย่างดี พร้อมเล่าถึงที่มาของผ้าขาวม้าดารานาคีให้ฟัง ปัจจุบันได้ยกระดับและพัฒนาเป็นผ้าขาวม้าหมักโคลนธรรมชาติที่รู้จักในนาม “ผ้าขาวม้าดารานาคี” พร้อมมีสินค้าเป็นของฝาก ของที่ระลึกจากลายผ้าขาวม้าด้วย

คือสวยทุกอย่างเลยอ่ะ เลือกไม่ถูกว่าจะเอาชิ้นไหน รักพี่เสียดายน้อง ผ้านิ่มสบายมากๆ
แอบมาดมผ้าทอ เพราะเดินไปเดินมา ได้กลิ่นหอมๆ คุณแม่กระซิบว่าก่อนจะนำไปตัดเย็บ ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มก่อนตาก มันจะหอมอ่อนๆ เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่
กว่าที่จะมัดด้ายต่อกัน เห็นแล้วว่ามันยากลำบากมาก กว่าจะทอเป็นผืนอีก ถ้าใครได้เห็นกับตาจะไม่กล้าต่อราคาผ้าของแม่ๆ เป็นแน่ ทำยากจริงๆ
ผ้าหมักโคลนของดีบึงกาฬเลยทีเดียว

7.ชุมชนบ้านถ้ำเจริญ

เป็นชุมชนที่มีเอกลักษณ์ และมีความน่ารักอบอุ่นของการต้อนรับจากชาวบ้าน เมื่อได้มาเยือนที่ชุมชนแห่งนี้แล้ว จะได้สัมผัสกับเสน่ห์การท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายในชุมชน ประเพณี อาหารการกินแบบคนท้องถิ่น เช่น ส้มตำ แกงหน่อไม้ ต้มไก่ ต้มปลา ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีขนมที่เป็นของดีของหมู่บ้าน อย่าง ขนมดอกจอก กล้วยฉาบ ปั้นขลิบ และข้าวโหล่งมะอุ๊บ โดยชาวบ้านถ้ำเจริญได้รวมตัวกันตั้งกลุ่มเพื่อฝึกอาชีพด้านต่างๆ ทั้งงานจักสาน ทำขนม ตะกร้าพลาสติก ทอผ้า ฯลฯ รวมทั้งการดัดแปลงวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ และยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ สะอาด สบาย ราคาท่านละ 350 บาท/ต่อคืน ถ้าได้มาชุมชนนี้แล้ว ต้องอยากกลับมาอีก เพราะทุกคนน่ารัก ใจดี เดินไปไหนก็ยิ้มแย้มทักทาย เรียกให้กินน้ำตลอดทางจนจุกเลยล่ะค่ะ ฮ่า

กรุงเทพฯ มีแต่มอเตอร์ไซด์ส่งอาหารเต็มหมู่บ้าน แต่มาบึงกาฬ มีแก็งค์นี้ล่ะค่ะ ปั่นเต็มหมู่บ้านเลย น่ารักจุงเบย
กลุ่มผ้าทอมืออีสาน งดงามอีหลีเด้อ
วิถีชีวิตที่ได้เห็น ทำให้เราเกิดการเรียนรู้บางอย่างที่เราไม่เคยได้สัมผัส
ซื้อผ้าซิ่นคราวหน้า อย่าต่อราคาแม่ๆ กันนะ เพราะกว่าจะได้มาแต่ละผืน มันยากเย็นแท้น้อ
และสำหรับแขกผู้มาเยือนชุมชนบ้านถ้ำเจริญ จะมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ และการฟ้อนรำของสาวภูไทสวยๆ ให้ชมด้วย ที่หมู่บ้านยังมีวัดสำคัญประจำหมู่บ้านอยู่ถึง 2 วัด ได้แก่ วัดถ้ำศรีชมภู และ วัดป่าถ้ำเจริญ
บอกแล้วว่าคนที่นี่ใจดี น่ารัก เป็นกันเอง อยากชวนให้มาเที่ยวกันนะคะ
และมีการฟ้อนรำของสาวภูไท ทั้งเพลงเร็ว เพลงช้า จัดมาพี่เขาฟ้อนได้หมด สวยงามแบบมืออาชีพจริงๆ
ไม่ใช่แค่รำสวยนะ ชุดสาวภูไทก็สวยมากเช่นกัน
รำไป ยิ้มไป น่ารักกกก

8.วัดถ้ำศรีชมภู

มีบรรยากาศธรรมชาติ สีเขียวของต้นไม้ข้างทาง มาชมหินที่มีรูปร่างคล้าย “เกล็ดพญานาค” ซึ่งจุดที่เป็นไฮไลท์ของวัด บริเวณลานพระเวส ที่มีหินขนาดใหญ่จะมีลวดลายคล้ายเกล็ดพญานาค ซึ่งเป็นลักษณะที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ

ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จดี แต่ก็เห็นเลยว่าเป็นเต่าตัวใหญ่มากที่ยืนบังแดดให้ศาลาแห่งนี้ ถ้าสร้างเสร็จแล้วคงจะงดงามมากๆ
ภายในวัดยังมีจุดต่างๆ ให้สักการะบูชาด้วย ได้แก่ รอยพระพุทธบาท
พระพุทธเจ้าสามพระองค์
ลานน้ำตกสวยๆ ที่ชาวบ้านสร้างขึ้นโดยตั้งอยู่บนหินก้อนใหญ่

9.วัดป่าถ้ำเจริญ

เป็นวัดที่มีความสวยงามของภาพวาดบนหิน ขนาดใหญ่ กลายเป็นถ้ำที่น่าอัศจรรย์ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางมารวิชัย และปางลีลา 2 องค์ ภายในยังสามารถ เดินลัดเลาะเพื่อชมความงดงามของรากไม้ที่ปกคลุมหินไว้ ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

มุมนี้ที่แผ่นหินมีภาพวาดพญานาคด้วย
สิ่งมหัศจรรย์ของรากไม้ที่แทรกตัวขึ้นมาท่ามกลางหินก้อนใหญ่ กลายเป็นความสวยงามของธรรมชาติ

10.ตลาดไทย-ลาว

หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า “ตลาดลาว” เป็นตลาดนัดตอนเช้าริมแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบึงกาฬ ชมวิถีคนท้องถิ่นริมแม่น้ำโขง มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยและชาวลาว นำสินค้าพื้นเมือง อาหารท้องถิ่นมาวางขายให้นักท่องเที่ยว ระยะทางตลาดก็ยาวประมาณ 500 เมตร ตั้งอยู่บนถนนริมบึงใหญ่ เปิดวันอังคารและวันศุกร์ ตั้งแต่เช้าตรู่ 6.00-12.00 น. ยามเช้าเราก็มาเดินกันได้แล้วค่ะ ที่นี่มีของกิน ของใช้มากมาย พืช ผัก กบ เขียด และปลาในแม่น้ำโขง รวมทั้งของป่า ของหายากจากฝั่งลาวแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งนอกจากอาหารการกินแล้ว ก็จะมีเสื้อผ้า ของใช้ เลือกชอปปิงกันเพลินๆ

คุณยายมานั่งขายของกันตั้งแต่เช้า เป็นพืชผักที่มาจาก สวนนาไร่ของตนเอง
ปลาน้ำโขงสดๆ ก็มีขายนะคะ
หวายมั้ยล่ะ ลอกออกแล้วไปต้มจิ้มน้ำพริกได้

11.ถนนคนเดินริมโขง

เป็นอีกแหล่งชอปปิงที่สร้างสีสันได้ไม่น้อยเลยทีเดียวในยามค่ำคืน ตั้งอยู่บนถนนข้าวเม่า ริมแม่น้ำโขง หน้าเทศบาลตำบลบึงกาฬ แถมบรรยากาศก็ดี๊ดี เดินไม่ร้อนเย็นสบาย ของกินเรียงรายแบบเยอะมาก ของใช้ ของฝาก ก็เยอะแบบชนิดที่เรียกว่าไม่ยอมน้อยหน้ากันเลย

หมึกอ้วนเชียว น้ำลายไหลเลยแม่เอ้ย
ข้าวจี่ร้อนๆ รองท้องสักหน่อยก่อนดีกว่า
หมาล่าลิ้นชามั้ยล่ะ เผ็ดสะใจแม่จริงๆ

12.หาดคำสมบูรณ์

มาพักผ่อน และลงเล่นน้ำคลายร้อนที่ หาดคำสมบูรณ์ บ้านคำสมบูรณ์ อ.บึงโขงหลง ที่นี่เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ และมีวิวสวย บริเวณหาดคำสมบูรณ์ เต็มไปด้วยร้านอาหารริมน้ำจำนวนมาก เป็นแนวอาหารอีสานท้องถิ่น นั่งกินชิลๆ ริมหาด มีกระท่อมไม้ยกพื้นเก๋ๆ ด้วยล่ะค่ะ

วิวนี้ยอมแล้วจ้า สวยมากๆ เลย
มุมชิลๆ แบบนี้ก็มานอนเปลรับลม

13.บรรยากาศริมโขง

ลานสาธารณะบนถนนเลียบชายโขง สามารถมาเดินเที่ยวชมธรรมชาติริมแม่น้ำโขง สัมผัสบรรยากาศสุดชิล ในยามเช้าจะมีพระอาทิตย์ขึ้นเป็นวิวที่หลายคนนิยมมาถ่ายรูปกัน จะเห็นชาวบึงกาฬมาเดิน มาวิ่ง ออกกำลังกาย ตักบาตร และช่วงเย็นจะมีผู้คนมาปั่นจักรยานเล่น พร้อมชิมของอร่อยๆ ได้ทั้งร้านอาหารริมโขง หรือมานั่งชมวิวแม่น้ำโขงที่กั้นระหว่างไทย-ลาว กับวิวสวยๆ แสงยามเย็น ปูเสื่อทานอาหารสตรีทฟู้ดส์นั่งริมโขง ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบค่ะ

ช่วงเย็นแสงจะสวยงามจากวิวภูเขากับลำน้ำโขง
ที่พักหลายที่ก็มักจะมีจักรยานไว้ให้มาปั่นเล่นชมวิวริมโขงด้วย
ปูเสื่อแล้วสั่งส้มตำมากินริมโขงตอนเย็นดีกว่า จะได้เข้าถึงบึงกาฬแบบเต็มรูปแบบ
ส่วนยามเช้าก็มาชมพระอาทิตย์ขึ้น วันแรกฝนตก วันที่สองเมฆบัง เลยตื่นตี 5 มาสองวัน เธอให้ฉันเจอเธอแค่เนี้ยเองเหรอ งอนพระอาทิตย์ได้เปล่า555
ตักบาตรยามเช้า อีกหนึ่งกิจกรรมริมโขง

14.พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

ที่นี่มีความชิคๆ คูลๆ กับภาพวาดกราฟฟิตี้บนผนังบ้าน วัด ร้านค้า ที่เห็นตั้งแต่เดินลงรถ สวยงาม และดูเป็นชุมชนน่ารักมากๆ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวศิลปะร่วมสมัยในบึงกาฬ แต่ขณะเดียวกันก็มีความเก่าแก่ที่น่าค้นหาด้วย เพราะเรือนไม้อีสานเก่าแก่ อายุกว่า 60 ปี ของคุณสุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดังของเมืองไทย ที่ถูกนำมารีโนเวทใหม่ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนเก๋ๆ และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบยั่งยืนจัดแสดงและตกแต่งด้วยผ้าซิ่นไหมของบรรพบุรุษ ที่คนอีสานสมัยก่อนมักจะนุ่งผ้าซิ่นไหม นุ่งโสร่ง สวมใส่เสื้อสีขาวเข้าวัดกัน เข้าไปชมด้านในบ้านได้ค่ะ ค่าบำรุงสถานที่คนละ 50 บาท

ที่อยู่ : หมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

ใครชอบมุมไหนไม่รู้ แต่ถ้าใครยังไม่มีคู่ มาถ่ายกับมุมนี้นะ โบราณว่าเจองูรัดจะเจอเนื้อคู่ ฮ่าๆ
มุมนี้สวยแบบอาร์ตๆ จับนี่ผสมโน่น แต่ลงตัวเลยทีเดียว
บ้านหลังนี้น่าค้นหา เพราะมีที่มาน่าสนใจ มาแล้วขึ้นไปชมนะคะ
บ้านใครน้อน่ารักจัง
บ้านเกือบทุกหลังต้องมีมุมพญานาคสีสันต่างๆ สวยงามมุ้งมิ้ง

15.รู้สึกดีคาเฟ่

Roo-Seuk-Dee cafe&studio ร้านกาแฟคาเฟ่น่ารักๆ ของชาวบึงกาฬ บอกเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นร้านเก๋ๆ ชิลๆ น่ารัก และสะอาดมาก นั่งสบาย มี WiFi มีเมนูให้เลือกเยอะดี ขนมทำเองอร่อย เช่น บราวนี่ชาเขียว หอมชาเขียวเข้มๆ ตั้งแต่คำแรกที่กัด บราวนี่ชีสเค้กหน้าไหม้ สตรอเบอร์รี่เค้ก และมีเครื่องดื่มเลือกระดับความหวานได้หลายเมนู ซึ่ง new signature คือ ชาเขียวพีชมะนาว ที่หอมยั่วมาก และมีอีกหลายเมนูหอมอร่อยน่าลอง

ที่อยู่ : เยื้อง ธ.กสิกรไทย / ตรงข้ามแว่นท็อปเจริญ วงเวียนหอนาฬิกา อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ
https://www.facebook.com/rooseukdeecafe/

มุมด้านในถ่ายรูปเก๋ๆ ได้ทุกมุมเลย จัดตกแต่งร้านลงตัวน่ารักมากๆ
ชาเขียวพีชมะนาว หอมยั่วๆ จ้า
มัทฉะหน้านุ่ม เพราะด้านบนฟองละมุนนุ่มหอมมากจ้าแม่
วันที่ไปถ่ายเค้กเหลือเท่านี้จริงๆ อร่อยขายดี จนเราเกือบอดกิน
ที่สั่งเพราะปอปคอร์นตู้มระเบิดล้นปากแก้ว หนึบคาราเมล หอมหวานนม

16.ครัวปอแก้ว

ร้านตั้งอยู่เรียบถนนติดริมโขง ภายในเป็นห้องแอร์เย็นสบาย อาหารอร่อยรสชาติจัดจ้าน มีเมนูแนะนำคือ ปลาแม่น้ำโขง ที่เราสามารถเลือกได้เลยว่าจะให้ทางร้านนำไปทำเมนูอะไร เช่น ต้มยำปลาแม่น้ำโขง ลาบปลา ทอดกระเทียม หรืออยากจะแซ่บกับเมนูส้มตำแบบฉบับคนบึงกาฬก็สั่งได้ รสชาติอร่อยนัวมากเลย ขอบอก!!

ที่อยู่ : 323/1 วิศิษฐ์ ตำบล วิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ
โทร : 085 643 0631

พี่เชฟหิ้วปลาน้ำโขงออกมาให้เราถ่ายรูปด้วย ใจดีสุดๆ
ต้มยำปลาน้ำโขง กินเป็นกับข้าวก็ดี หรือจะกินเป็นกับแกล้มก็ได้
โอ้ย อันนี้แซ่บจริง ส้มตำปูปลาร้าบึงกาฬ

17.บ้านตา-ถิ่น เกสเฮ้าส์

ห้องพักสไตล์ฮิบๆ กิ๊บเก๋ ด้วยบรรยากาศดี ติดวิวริมแม่น้ำโขง ด้านหน้าที่พักทั้งซ้ายและขวามีร้านอาหารเพียบ เดินออกจากห้องพักก็ถึงถนนคนเดินบึงกาฬเลย การตกแต่งห้องพักน่ารักผสมผสานด้วยไม้ทาสีสดใส เหมาะแก่การมาพักผ่อนและถ่ายรูป ที่นี่มีสองชั้น ด้านล่างเป็นคาเฟ่ มีชา กาแฟ เมนูสมูตตี้มากมาย สั่งมาดื่มพร้อมนั่งชมวิวแม่น้ำโขง มองเห็นภูเขายาวทอดตัวในฝั่งลาว มีจักรยานให้ปั่นไปริมโขงฟรี ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 500-2,000 บาท

ที่อยู่ : ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ
โทร : 095 665 8635

ด้านในฮิปเตอร์มาก
ห้องพักสะอาด น้ำฝักบัวแรงสะใจ นอนหลับสบายสุดๆ
ชั้น 2 โถงทางเดินก็ยังมาถ่ายรูปได้ บอกแล้วว่าฮิปเตอร์ต้องมา
ห้องพักใหญ่ ที่มีประตูคอนเน็คเชื่อมหากัน สำหรับ 4 ท่าน จะเพื่อนหรือครอบครัวก็เหมาะกับห้องนี้
วุ้นนุ่มนิ่ม วุ้นกุหลาบหวานหอมชื่นใจไว้คอยต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาพัก คนทำก็คือพี่นุ่ม น่ารักและเป็นกันเอง

18.ซันไชน์ แกรนด์ 77

ที่พักใหม่ในเมืองบึงกาฬ ในสไตล์ลอฟท์ปูนเปลือยเก๋ๆ เมื่อล้มตัวลงนอนบนหมอนก็จะได้กลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ห้องพักใหม่ กว้าง สะอาดมาก บรรยากาศสงบ ไม่พลุกพล่าน มีจักรยานให้ปั่นไปริมโขงฟรี พร้อมที่จอดรถสะดวกสบาย มีห้องพัก 8 ห้อง ราคา 500 บาท และห้องใหญ่แบบครอบครัว 1 ห้อง ราคา 650 บาท พร้อมมุมระเบียงชมวิวส่วนตัว มีกั้นโซนระหว่างที่นอนกับห้องแต่งตัว และห้องน้ำ น่ามาพักผ่อนมาก และยังมีที่พักอีกหนึ่งสาขาในเครือเดียวกันกับ ซันไชน์ แกรนด์ 77 ตั้งอยู่ติดริมโขง มองเห็นวิวสวยๆ ราคาถูก น่าพักอีกแห่งด้วยค่ะ นั่นคือ โขงซันไชน์

ที่อยู่ : ถนน บึงกาฬ-พันลำ ตำบล วิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ
โทร : 096 632 4752

มุมจากด้านนอกเข้าไปยังห้องพัก คือสวยน่านอนสุดๆ
ด้านล่างก็มีโต๊ะไม้ให้นั่งชิลๆ กับกลุ่มเพื่อน ทานขนมกรุบกริบบนพื้นหญ้าสีเขียว รอบข้างโอบล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียวสุดร่มรื่น
และยังมีที่พักอีกหนึ่งสาขาในเครือเดียวกันกับ ซันไชน์ แกรนด์ 77 ตั้งอยู่ติดริมโขง มองเห็นวิวสวยๆ ราคาถูกน่ามาพักเช่นกัน นั่นคือ โขงซันไชน์ ค่ะ

19.ไร่ผลจันทร์

วิวสวยแสนเพลิน สถานที่ถ่ายรูปเช็คอินแห่งใหม่ ณ ไร่ผลจันทร์ บ้านสะง้อ ซึ่งเป็นที่พักเปิดใหม่ที่บ้านสะง้อ ต.หอคำ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ไร่ผลจันทร์อยู่ติดริมแม่น้ำโขง ทำให้วิวและบรรยากาศสวยงามมาก ยิ่งวันที่แดดดีๆ มองเห็นท้องฟ้าสดใส ภูเขาชัดเจน จุดเด่นของที่นี่ก็คือ มองเห็นบรรยากาศริมแม่น้ำโขง เห็นวิถีชีวิตเรือชาวบ้านที่มาหาปลา เห็นวิวภูเขาที่อยู่ฝั่ง สปป.ลาว ซ้อนกันไปมาหลายชั้นสวยงาม มานั่งชมวิวชิลๆ สั่งอาหารทานได้ พร้อมถ่ายรูปกับมุมเก๋ๆ กันค่ะ

ที่อยู่ : บ้านสะง้อ ตำบล หอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ
โทร : 062 697 8978

รังนกว่าสวยแล้ว แต่วิวสวยกว่าอีก อิอิ
มุมสุดฮิตที่ทุกคนต้องมี คือมุมนี้ วิวของเรา ภูเขาเป็นของฝั่งลาว
โต๊ะทานอาหารมุมนี้ กิ๊บเก๋ด้วยผ้าม่านลายลูกไม้ ที่รัดเข้ามุมโต๊ะตกแต่งได้สวยงาม
อีกมุมที่ไม่น้อยหน้ามุมไหนๆ ในร้าน ก็คือมุมโต๊ะนั่งห้อยขา พักสายตาชมวิวริมแม่น้ำโขงตรงหน้า
สั่งอาหารมาทานได้นะคะ ชมวิวไปด้วย ทานข้าวไปด้วย ชีวิตดี๊ดีไปเลยค่ะ

20.ร้าน 168บ้านข้าวเปียก

หน้าร้านสะดุดตากับป้ายใหญ่สีสันจัดจ้านของร้าน 168บ้านข้าวเปียก ที่มีเมนูอาหารเช้าขึ้นชื่อของชาวบึงกาฬ คือ ข้าวเปียก ที่มีเส้นเหนียวนุ่ม รสชาติน้ำซุปเข้มข้น ใส่กระดูกหมู หมูยอหอมๆ เป็นร้านอาหารเช้าในตัวเมืองบึงกาฬ ที่มีลูกค้าทั้งขาประจำ ขาจร แวะเวียนมาไม่ขาดสาย เมนูก็มีทั้ง ต้มเส้น เกาเหลา ไข่กระทะ ขนมปังปิ้ง ข้าวต้ม เครื่องดื่มร้อนเย็นต่างๆ ราคาไม่แพง แถมรสชาติดีทีเดียว

ที่อยู่ : อำเภอเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ
โทร : 092 394 9116

เมนูข้าวเปียก อาหารง่ายๆ ยามเช้าของชาวบึงกาฬ ใส่กระดูกหมู หอมน้ำซุปเข้มข้น ที่ทางร้านให้มาแบบไม่หวง ซดร้อนๆ กันเพลินเลยล่ะ
ทานต่อด้วยเมนูไข่กระทะ อร่อยไม่แพ้ข้าวเปียกเลยทีเดียว
และอีกหลายเมนูให้เลือก เครื่องดื่มร้อน เย็น ก็มีเช่นกัน แถมมีที่จอดรถสะดวกสบายด้วย

บอกเลยว่าที่เห็นนี่ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งนะคะ ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายรอให้เพื่อนๆ ได้ไปสัมผัสกันอยู่ หากใครคิดถึงบึงกาฬอยู่ล่ะก็ ถ้าได้มาม่วนสักทริป รับรองจะติดใจค่ะ ^^

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Must Read

ที่เช็คอินแห่งใหม่ ณ ไร่ผลจันทร์ ติดริมแม่น้ำโขง จ.บึงกาฬ

วิวของเรา ภูเขาของฝั่งลาว ไร่ผลจันทร์ วิวสวยแสนเพลิน สถานที่ถ่ายรูปเช็คอินแห่งใหม่ ไร่ผลจันทร์ เป็นที่พักเปิดใหม่ที่บ้านสะง้อ ต.หอคำ อ.เมือง จ.บึงกาฬ อยู่ติดริมแม่น้ำโขง ทำให้วิวและบรรยากาศสวยงามมาก ยิ่งวันที่แดดดีๆ จะมองเห็นท้องฟ้าสดใส ภูเขาชัดเจน จุดเด่นของที่นี่ก็คือ มองเห็นบรรยากาศริมแม่น้ำโขง...

#เสน่ห์เมืองแป้ “พระธาตุอินทร์แขวน”

เหมือนมีพลังดึงดูดใจให้ไปค้นหา "พระธาตุอินทร์แขวน" ณ พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์ ต.สวนเขื่อน อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ องค์จำลองจาก #พระธาตุไจทก์ทีโย หรือพระธาตุอินทร์แขวนในพม่า รูปทรงของพระธาตุมีลักษณะคล้ายหินก้อนใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาสูง สีทอง...

#พระเจ้าต๋นหลวงกลางนา ไหว้พระกลางทุ่งชมบรรยากาศ

มาแอ่ว จ.แพร่ #ไหว้พระเจ้าต๋นหลวงกลางนา เหลืองทองสง่า วัดนาคูหา "วัดนาคูหา" สักการะพระเจ้าต๋นหลวง พระพุทธรูปองค์เดียวแห่งประเทศไทยที่ถือลูกสมอ และเป็นที่เคารพบูชาของชาวชุมชน

บ่อน้ำผุด ปากช่อง น้ำใสปิ๊ง เที่ยวได้ทั้งปี

เปิดให้เข้าแล้ว บ่อน้ำผุด น้ำใสปิ๊ง ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้สีเขียวทั่วบริเวณ บ่อน้ำผุด ปากช่อง ที่นี่เป็นตาน้ำที่มีน้ำไหลตลอดปี ตั้งอยู่ในตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง มีน้ำผุดออกมาโดยธรรมชาติ น้ำที่นี่จะใสปิ๊งมาก ยิ่งเป็นช่วงหน้าฝนจะมีน้ำเยอะกว่าปกติ น้ำในบ่อจะลดหลั่นกันไปเป็นชั้น...

#บิลลิเคน (Billikan) “เทพแห่งโชคลาภ” ของชาวญี่ปุ่น

#เทพแห่งโชคลาภ โดยคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าถ้าร้านค้าไหนที่มีรูปปั้นนี้ประดับไว้ในร้านจะค้าขายดีนั่นเองค่ะ ย่านชินเซไก (Shinsekai) เป็นอีกย่านสุดฮิตในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่เคยไปเที่ยวในย่านนี้คงคุ้นตากับหุ่นคล้ายลิงสีทอง นั่งยิ้มตามหน้าร้านค้า...