หลายสถานที่ท่องเที่ยวช่วงหน้าฝนที่กำลังจะย่างก้าวเข้าสู่หน้าหนาว บรรยากาศเย็นสบาย สดชื่นไปด้วยสีเขียว ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยสายหมอกบางๆ หรือจะเป็นต้นข้าวที่เขียวขจีเต็มท้องทุ่งนา ดอกไม้ ใบหญ้าที่พร้อมบานสะพรั่งเมื่อได้ความชุ่มฉ่ำของสายฝน วันนี้เรารวม 10 ที่เที่ยวหน้าฝน ต้องห้ามพลาด!! มาไว้ให้แล้ว เที่ยววันธรรมดาน่าสนุกกว่าเยอะ เพราะว่าคนน้อย ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น มีมุมถ่ายรูปโล่งๆ ไม่ติดคน เตรียมเก็บกระเป๋าแล้วออกไปเที่ยวกันนะ

1.บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่

สวัสดีท้องทุ่งนาแสนสวยที่บ้านป่าบงเปียง ความงามของนาขั้นบันได ต้นข้าวโพด และวิถีชีวิต ณ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของภูเขาและป่าไม้ ยามเช้ามีทะเลหมอกและแสงอุ่นๆ ในช่วงเดือนกันยายน–ปลายตุลาคม นาข้าวที่บ้านป่าบงเปียงจะเป็นสีเขียว แต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน นาข้าวจะเป็นสีทองงดงามเต็มท้องทุ่งนา
ที่ตั้ง : ป่าบงเปียง ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

2.ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

ดินแดนแห่งขุนเขาและสายหมอกที่สวยงาม “ภูทับเบิก” เพชรบูรณ์ ดินแดนทะเลหมอก ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางไม่นาน เพื่อนๆ ก็จะได้หลุดเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของทะเลหมอก อากาศที่แสนบริสุทธิ์ ภูเขา หมอกหนา วิวสวยๆ มาสัมผัสอากาศเย็นสบายด้วยกัน
ที่ตั้ง : อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

3.ภูลังกา จังหวัดพะเยา

ยืนกางแขนท่ามกลางธรรมชาติที่สดชื่น ภูลังกา จังหวัดพะเยา บรรยากาศที่เป็นใจยามเช้า เหมาะกับการพาคนรักหรือครอบครัวมาพักผ่อนมากค่ะ วิวทะเลหมอกและภูเขาน้อยใหญ่หลายลูกมองสุดตา คงเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ เลย ใครที่เคยไปแล้ว ก็อย่าลืมกลับไปเที่ยวอีกนะคะ ส่วนใครที่ยังไม่เคยไป ต้องลองเปิดใจไปสัมผัสกันดูค่ะ
ที่ตั้ง : อำเภอปง จังหวัดพะเยา

4.เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา จังหวัดเชียงใหม่ หากพูดถึงเส้นทางศึกษาธรรมชาติในประเทศไทย ซึ่งมีหลายพื้นที่มากๆ หลายพื้นที่มีความมหัศจรรย์และความสวยก็จะแตกต่างกันไป แต่เส้นทางศึกษาธรรมชาติ “อ่างกา” ตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์ สุดทางของดอยอินทนนท์จะมีลานจอดรถ มองไปทางขวามือจะเห็นทางเข้าเล็กๆ มีป้ายบอก เดินตามเส้นทางเข้าไปเป็นเส้นทางวงกลม ภายในจะมีพื้นพันธุ์ต้นไม้นานาชนิด แต่ที่เรียกได้ว่าแปลก สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นหรือไม่รู้จัก นั่นคือเป็นพืชจำพวกมอสที่เกาะสะพานที่เราเดินเป็นสีเขียวตลอดเส้นทางค่ะ นอกจากพืชจำพวกมอสแล้วยังมีข้าวตอกฤาษี, กุหลาบพันธุ์ปี, อุโมงค์ต้นไม้ และอีกมากมายที่ให้เพื่อนๆ ได้ศึกษา ช่วงที่สวยงามคือหน้าฝนและหน้าหนาว เพราะอากาศจะเย็นสบายมาก มีหมอกปกคลุมอยู่ตลอดเส้นทาง
ที่ตั้ง : ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

5.อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ มาแล้วได้ทั้งหมอก ทั้งดอกหงอนนาค เมื่อขึ้นมาแล้วก็จะได้สัมผัสกับความสวยงามของป่าสนสามใบ และหากมาในช่วงสิงหาคม-กันยายน ก็จะได้สัมผัสกับทุ่งดอกไม้ โดยเฉพาะทุ่งดอกหงานนาคสีม่วงพาสเทลละลานตา รวมทั้งสายหมอกยามเช้า ที่นี่คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางสายป่าต่างปักหมุดมาท้าทายตัวเองเพื่อขึ้นถึง “ลานสนสามใบ” ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,633 เมตร โดยอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวครอบคลุมพื้นที่ถึง 2 จังหวัด คือพิษณุโลกและอุตรดิตถ์ และคาบเกี่ยวพื้นที่ 2 ประเทศ คือไทยและสปป.ลาว แต่ทางขึ้นภูจุดเริ่มต้นอยู่ที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ในเขตของป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ซึ่งก่อนขึ้นจะพบกับน้ำตกภูสอยดาวชั้นที่ 1 อยู่บริเวณที่ทำการฯ ตรงทางขึ้นภูสอยดาวนี่เองเป็นน้ำตกสูง 5 ชั้นที่มีน้ำไหลตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน น้ำจะไหลแรงสวยงามกว่าช่วงอื่นๆ
ที่ตั้ง : ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์
เวลาเปิด-ปิด : เดือนกรกฎาคม-มกราคม

6.น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก

น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย และที่นี่ก็เป็นน้ำตกในฝันของนักเดินทางด้วย น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติอุ้มผาง เส้นทางที่จะเข้าไปในน้ำตกได้ เราจะต้องล่องเรือ 3 ชั่วโมง จากนั้นต้องเดินเท้าอีก 1.5 กิโลเมตร เดินเท้าเสร็จต่อรถโฟวิวของอุทยานฯ (เท่านั้น) อีกเกือบ 3 กิโลเมตร บอกเลย…แค่นี้จิ๊บๆ เพื่อแลกกับความสวยของน้ำตกทีลอซู คุ้มมาก ต้องไปพิชิตกันให้ได้สักครั้งนึงนะคะ
ที่ตั้ง : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

7.วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จังหวัดเพชรบูรณ์

ดินแดนแห่งธรรม ณ เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ความงามของมหาวิหาร พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ ที่ประดิษฐานเด่นชัดท่ามกลางขุนเขา วิจิตรตระการตามากๆ หากใครอยากหาที่สงบ ศึกษาธรรมะ ที่วัดมีหลักสูตรปฎิบัติธรรมด้วย ส่วนบรรยากาศภูเขารอบๆ ถูกโอบล้อมไปด้วยสายหมอกสีขาวงดงาม อากาศเย็นสบาย
ที่ตั้ง : บ้านทางแดง ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

8.ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

มาสัมผัสสายหมอกและชมพระอาทิตย์ขึ้นที่วนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาวฟ้าทอง มีพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ จุดเด่นของภูชี้ฟ้าก็คงจะเป็นลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลม เป็นแนวยาวที่ชี้ไปบนฟ้าทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า “ภูชี้ฟ้า” โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะขึ้นไปชมควรเป็นช้วงเช้าเพราะจะได้เห็นทะเลหมอกสวยๆ พร้อมพระอาทิตย์ดวงโต ที่คอยออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวในเช้าวันใหม่
ที่ตั้ง : ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

9.เขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับบรรดายอดเขาหินปูนที่โผล่พ้นน้ำจำนวนมาก สร้างสรรค์วิวสวยงามจากธรรมชาติ จนได้รับฉายาว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” เขื่อนเชี่ยวหลานในช่วงฤดูฝน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศเย็นๆ และหมอกงามๆ ได้อย่างสดชื่น ภายในเขื่อนเชี่ยวหลานก็จะมีที่พักที่เป็นแพหลายที่ สามารถเลือกมาพักผ่อนสบายๆ กันได้กับครอบครัว
ที่ตั้ง : ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

10.ทุ่งดอกกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ

ดอกไม้สีชมพูสดใส “ทุ่งดอกกระเจียว” จังหวัดชัยภูมิ มีอยู่ด้วยกัน 2 แห่งคือ อุทยานแห่งชาติไทรทองและอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ที่หลายคนอยากไปชมและถ่ายรูปเซลฟี่ด้วย ท่ามกลางหมอกสีขาวที่จะมาเยือนทุ่งดอกกระเจียวในช่วงหน้าฝน ทำให้อากาศที่นี่เย็นสบาย นั่งชมหมอกไปเพลินๆ ชมดอกกระเจียวบานๆ สีชมพูเต็มหุบเขา ตอนเช้ายังมีหมอกบางๆ ให้เราเดินงงๆ อยู่ในดงหมอกอีกด้วย
ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติไทรทอง ถนนโยธาธิการ ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ

เพื่อนๆ สามารถดูข้อมูลวันธรรมดาน่าเที่ยวได้ที่เว็บไซต์ : www.weekdayspecialthailand.com
หรือแฟนเพจ: https://www.facebook.com/weekdayspecialthailand/

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here