เที่ยวง่ายๆ ใกล้กรุงกับบรรยากาศเมืองแห่งสายน้ำ “สมุทรสงครามและสมุทรสาคร” 2 จังหวัดที่บรรยากาศดี มีทั้งคาเฟ่ให้นั่งชิล หรือจะมาผ่อนคลายดื่มด่ำกับธรรมชาติ แต่ที่พลาดไม่ได้คืออาหารซีฟู้ดที่สดอร่อย ไม่ว่าวันไหนๆ ก็มาเที่ยวเมืองแห่งสายน้ำ 2 วัน 1 คืนแบบมีความสุขได้ค่ะ

-Day1-

วันแรกเราจะพาไปกันที่จุดชมวิวสะพานแดง หรือจุดชมวิวโลมา อยู่ตรงบริเวณศาลเจ้าพ่อมัจฉานุ ซึ่งสะพานแดงสีสันสดใสอยู่ติดริมทะเล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมาก ในช่วงเย็นๆ ก็มาเดินเล่นกินลมชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือจะหามุมถ่ายรูปเก๋ๆ ก็ได้ เพราะอยู่ติดริมทะเลทำให้ได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์และบรรยากาศชิลๆ ได้อย่างเต็มที่ ใกล้กันยังแวะไปสักการะศาลเจ้าพ่อมัจฉานุ ที่เป็นที่นับถือของชาวประมงและชาวจังหวัดสมุทรสาครได้ด้วยค่ะ

ที่อยู่: ไทย ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

พอตกเที่ยง เราก็ไปกินอาหารกลางวันกันที่ครัวลุงญา ต้องบอกเลยว่าที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสดของอาหารทะเล รับรองว่าถ้าใครได้มากินก็ต้องติดใจ น้ำจิ้มรสเด็ด อาหารหลากหลายเมนู ทั้งอาหารทะเล อาหารเมนูอื่นๆ และของหวาน บรรยากาศดี อยู่ติดริมน้ำ และสามารถเลือกโซนนั่งเองได้เลย ร้านโปร่งโล่งสบาย ที่สำคัญอาหารออกไม่ช้า มีพนักงานร้านคอยให้บริการตลอด

ที่อยู่: เลขที่ 73 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัด สมุทรสาคร
โทร: 086-313-5613

หลังจากอิ่มท้องแล้วเราก็มาผ่อนคลายกันสักหน่อย ซึ่งที่ศูนย์แห่งความเป็นเลิศในการดูแลผู้สูงอายุ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา เป็นการนวดผ่อนคลายกับมืออาชีพเลย ถึงแม้เราจะไม่ใช่ผู้สูงอายุก็มาได้เลยค่ะ เพราะที่นี่มีบริการหลากหลายรูปแบบ เช่น นวดแผนไทย นวดผ่อนคลายแบบสปา หรือจะเป็นการนวดรักษาออฟฟิศซินโดรม

โดยมีศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานให้การบริการแบบผสมผสาน ทั้งการแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนจีน ภายใต้การดูแลจากทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ ความสามารถ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ศาสตร์แห่งการแพทย์ทางเลือก รวมถึงการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาพัฒนาการบริการของศูนย์อยู่เสมอ ระหว่างการแพทย์แผนไทยดั้งเดิมและวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ โดยมีการศึกษาวิจัยควบคู่และพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยและมีประสิทธิผลในการรักษา

ที่อยู่: 111/1 หมู่ 7 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม
โทร: 0-3476-6477
Website: http://eec.skm.ssru.ac.th/
เมื่อนวดเสร็จเราก็เข้าพักที่โรงแรม ณ ทรีธารา มีการตกแต่งในสไตล์บูติค บริเวณรอบๆ มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นสบายตา น่านอน ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยมากๆ ในส่วนของห้องพักมีจำนวนทั้งหมด 60 ห้อง แบ่งออกเป็นห้องพัก 8 แบบ ตามความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาพัก มีทั้งแบบเตียงคู่ เตียงเดี่ยว ห้อง POOL VILLA ริมน้ำพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว และห้องพักทุกห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องอาหาร และยังเดินมาชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำแม่กลองที่ด้านในติดริมน้ำของโรงแรมได้อีกด้วย

ที่อยู่: 53 หมู่ 7 ตำบลบางยี่รงค์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม
โทร: 034-751-335
Facebook: https://www.facebook.com/Natreetara/

-Day2-

ตื่นมารับบรรยากาศยามเช้าที่โรงแรม ณ ทรีธารา ซึ่งที่นี่มีกิจกรรมตักบาตรริมน้ำยามเช้าให้กับนักท่องเที่ยวด้วย โดยจะมีพระสงฆ์พายเรือมารับบาตรด้วยตัวเองจากด้านหน้าท่าน้ำของโรงแรมเลย เราจะได้เห็นวิถีชีวิตริมสายน้ำในยามเช้า เป็นภาพที่เราไม่ได้เห็นบ่อยๆ เมื่ออยู่ที่กรุงเทพแน่นอน

ในเช้าวันที่สองนี้เราจะพาทุกคนไปที่ Somdul Agroforestry Cafe หรือ Somdul Agroforestry Home กันค่ะ เข้ามาด้านในสิ่งแรกที่เจอระหว่างทางเดินเลยก็คือ ต้นไม้นานาชนิด เขียวร่มรื่นตลอดแนวทางเดินไปโซนคาเฟ่ ที่นี่เป็นวนเกษตรริมสายน้ำแม่กลองของคนรุ่นใหม่ มีคาเฟ่ตั้งกลางสวน ภายใต้คอนเซปต์ ‘Farm Table’ คือ กินในสิ่งที่ปลูกและปลูกในสิ่งที่กิน เน้นความสมดุลของสามสิ่ง ได้แก่ ธรรมชาติ สุขภาพ และการพึ่งพาตัวเอง

อีกทั้งยังเป็นคาเฟ่ในวนเกษตรสมดุลที่เปิดตัวเครื่องดื่มประเภท Coffee และ Non-Coffee ใช้เมล็ดกาแฟในระบบ Shade-Grown จากแหล่งปลูกในไทยและต่างประเทศ นำมาจับคู่กับผลผลิตในท้องถิ่นและจากจังหวัดใกล้เคียง เกิดเป็นซิกเนเจอร์ดริงก์แก้วใหม่ที่อยากให้คอกาแฟมาลองกัน และรอบนอกคาเฟ่แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกผักพื้นบ้าน ผักกินใบ รวมถึงต้นกาแฟหลายสายพันธุ์ และต้นโกโก้ ภายใต้จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ทำให้เกิดความสมดุล

ภายในร้านยังมีวิวสวยๆ ของแมกไม้สีเขียว และมีสายน้ำที่สามารถนั่งชิลจิบชากาแฟ ทานเบเกอร์รี่อร่อยๆ โดยเมนูของที่ร้านมีให้เลือกมากมาย ทั้งกาแฟ เครื่องดื่ม ขนมเค้ก ไอศกรีม และอาหารจานเดียว ส่วนใครที่รักและชอบน้องหมา ที่ร้านก็มีน้องหมาแสนน่ารัก ขี้เล่น ชื่อบานอฟฟี่ คอยต้อนรับลูกค้าด้วยค่ะ

ที่อยู่: 9 หมู่ที่ 2 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม
โทร: 098-362-9894
Facebook: https://www.facebook.com/somdulhome/

จากนั้นเราไปต่อกันที่สวนมะนาวโห่ลุงศิริ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่แบบเกษตรอินทรีย์บนพื้นที่กว่า 40 ไร่ ซึ่งที่นี่ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลมะม่วงหาวมะนาวโห่ ภายใต้แบรนด์ “สิริสมปอง” อีกทั้งยังจำหน่ายผลสดและต้นพันธุ์มะม่วงหาวมะนาวโห่ โดยสินค้าแปรรูปจากมะม่วงหาวมะนาวโห่ของสวนมะนาวโห่ลุงศิริ มีความหลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกซื้อและเลือกชิมกว่า 30 รายการ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่พร้อมดื่ม แยมมะนาวโห่ น้ำพริกมะนาวโห่ ไซเดอร์มะม่วงหาวมะนาวโห่ ชาผลมะนาวโห่ มะนาวโห่กวน เยลลี่มะนาวโห่ มะนาวโห่สามรส และมะนาวโห่ลอยแก้ว รวมไปถึงไอศกรีมรสชาติต่างๆ

ในบริเวณพื้นที่สวนมะม่วงหาวมะนาวโห่ที่จัดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมนั้น ก็จะมีแผ่นป้ายความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับมะม่วงหาวมะนาวโห่ให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้กันอีกด้วย นอกจากกิจกรรมเที่ยวชมสวนแล้วในบริเวณรอบสวนยังมีมุมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพสวยๆ อีกด้วย

ที่อยู่: 29 หมู่ 2 ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม
โทร: 080-566-5124

หลังจากเที่ยวชมมะม่วงหาวมะนาวโห่กันหนำใจแล้ว เราก็มากินอาหารกลางวันที่ร้านไสว เป็นร้านอาหารทะเลเก่าแก่กว่า 40 ปี หน้าร้านเป็นตึกแถว แบ่งเป็น 3 ชั้น ห้องแอร์ชั้น 2 และชั้น 3 มีโต๊ะนั่งทานอาหารและรับลมเย็นสบายๆ ด้านล่าง ส่วนรสชาติอาหารอร่อยขึ้นชื่อทั้งกับคนในพื้นที่และคนกรุงเทพ โดยเมนูเด่นของร้านนี้ก็หนีไม่พ้น ต้มยำปลาทูสดต้มมะดัน ที่ได้รสเปรี้ยวของมะดันมานำรสเค็มและเผ็ดได้อย่างกลมกลืน รสชาติแซ่บ ได้ความสดของปลาทูแม่กลองแบบเต็มๆ ส่วนทีเด็ดเลยก็คือ ปู ที่มีหลากหลายเมนูให้เลือก โดยเฉพาะเนื้อปูสด เนื้อหวานฉ่ำมาก น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดจริงจนต้องขอเติมเพิ่มตลอด

ที่อยู่: 50 22 แม่กลอง ตำบลแม่กลอง เมืองสมุทรสงคราม
โทร : 081-942-4237

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here