10 พิกัด กินไปเที่ยวไปในถิ่นเมืองรอง มรดกแห่งชาติ 'ปราจีนบุรี'

10 พิกัด กินไปเที่ยวไปในถิ่นเมืองรอง มรดกแห่งชาติ 'ปราจีนบุรี'  


ขึ้นชื่อว่า “ปราจีนบุรี” แล้ว คงหนีไม่พ้นกับจังหวัดที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวสดใส สายคนรักป่ารักธรรมชาติคงไม่พลาดเมื่อจะต้องมีโอกาสผ่านมาจังหวัดนี้ แต่เดี๋ยวๆ วันนี้น้องอยากจะมาเปิดมิติที่สาม ใครจะรู้ว่าในจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก จะมีสถานที่ท่องเที่ยวและพิกัดอาหารมากมายขนาดนี้ ตามทัวร์กินไปเที่ยวไปกับพวกเราชาว welovetogo กันเลยดีกว่าค่ะ ^^


1 #  “บ้านเก่าเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร”

มาถึงเมืองปราจีนบุรีที่ปัจจุบันถูกจัดให้เป็น 1 ใน 4 เมืองสมุนไพรของประเทศไทยแล้ว แอดฯนี่แทบไม่อยากให้พลาดแหล่งนัดพบสำหรับสาวกสมุนไพรกับหนึ่งในร้านอาหารของมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร “บ้านเก่าเล่าเรื่อง”


 


เมื่อถึงทางเข้า ก็จะเจอกับบรรยากาศร่มรื่นเข้าจู่โจม โอโห้ ! เขียวชะอุ่ม แล้วไหนจะบ้านทรงสวยงามนั่นอีก ไม่รอช้าเดินตามกันเข้าไปเลยค่ะ ^^



ภายในตัวร้าน ก็ตกแต่งน่ารักสไตล์สมุนไพร จากของตกแต่งตามผนัง มีทั้งอาหารคาวหวาน ที่สำคัญทำมาจากสมุนไพรไทยที่มีคุณประโยชน์ด้วย



ว่ากันด้วยเรื่องของอาหาร …

ไม่ว่าจะเป็นสารพัด เมนูอาหาร เช่น ยำถั่วพู  กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย ผัดมะระใส่ไข่แต่งรสผักกาดดอง ไข่เจียวสมุนไพร กุ้งผัดยี่หร่า ต้มยำปลากะพงน้ำใส กระเพราทะเล เห็นแล้วน่าทานไปเสียหมดเลยเจ้าค่ะ ^^








เมนูอาหารของที่นี่ถ้าสังเกตดีๆ จะมีส่วนของสมุนไพรไทย ที่สำคัญราคาอาหารไม่เกินจานละ 100 บาท ดีต่อกายดีต่อใจแบบนี้ ควรค่าแก่การอยู่ในกระเพาะของเรามากที่สุดเลยค่ะ ^^


2 # สวนทุเรียนลุงสำเภา

มาปราจีนบุรีทั้งที แวะมาทักทายเซย์ฮัลโหลกับเหล่าทุเรียนกันที่ “สวนทุเรียนลุงสำเภา” โดยเฉพาะที่นี่มี ทุเรียนนมสด‼ ห๊ะ...สุดแปลก‼ เลี้ยงด้วยนมสดหอมหวานมัน บอกแล้วที่ไหนก็ไม่มีอีกแล้วจ้า



แทบยกนิ้วมือกดไลค์แทบไม่ทัน! รับประกันความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร สวนลุงสำเภา ปราจีนบุรี มีทุเรียนนมสด ขายโลละ 120 บาทเท่านั้นนะ แต่ต้องจองก่อนล่วงหน้ากับป้าแอ๋ว แล้วมารับที่สวนเองค่ะ บ้านนี้เค้าทำงานกันเองแบบครอบครัวค่ะ ยาวนานกันมาเกือบ 56 ปี



เห็นกันแบบนี้ ทุเรียน...ที่นี่ ถูกเลี้ยงดูอย่างพิถีพิถัน ก็ถึงขั้นเลี้ยงด้วยนมสดอะคุณผู้ชม สมแล้วชื่อทุเรียนนมสด มีทั้งทุเรียนชะนี โลละ 120 บาท หมอนทองโลละ 150 บาท




ใครอยากลองทุเรียนนมสดโทรจองล่วงหน้าไว้เลย เพราะไม่ได้มีวางจำหน่ายที่ไหน

ปักหมุดไว้รัวๆ ที่สวนลุงสำเภา ต.ไม้เค็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี / สวนเปิดทุกวัน เวลา 6.00-18.00 น. โทร. 089-603-6726 (ป้าแอ๋ว) ใครกลัวหลงจิ้มตามพิกัดเลยค่ะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/zypRsgqUVCA2



3 # ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

เดินเล่นชื่นชมกับสถาปัตยกรรมแบบบาโรกและได้รับการลงทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในปี 2533 อย่าง “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ที่เต็มไปด้วยประวัติอันยาวนาน รายล้อมด้วยสไตล์การตกแต่งที่งดงามไม่แพ้ใคร



สถานที่แห่งนี้เกิดจากความตั้งใจของ เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) เจ้าของตึกที่อยากทำให้สถานที่รับรองเจ้าฟ้าเจ้ากษัตริย์เมื่อเวลาเสด็จประภาสไปยังปราจีนบุรี โดยปัจจุบันบริเวณล่าง เป็นพื้นที่จัดแสดงประวัติของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร



ส่วนปีกล่างซ้ายมือกลายเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทย มีตู้เก็บสมุนไพร ครกบดยา รางบดยา หินฝนยา รวมไปถึงตำรายาไทยที่มีหลากหลายสูตร รวมไปถึงยาดมสารพัดที่เป็นที่นิยม ต้องมีใครสักคนติดยาดมแน่นอน




สารพัดหยูกยาและเครื่องหอม ยาดมสมุนไพรหรือแม้แต่ตำรับนวดแผนไทย ก็ยิ่งเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าที่นี่ เหมาะต่อการเป็นศูนย์กลางแห่งยาสมุนไพรจริงๆ





4 # คนจริงใจเค้ามีหน้าเดียวแต่มาที่นี่ต้องทาน “ร้านข้าวสามหน้า”

แค่ฟังชื่อเมนูนี่แทบสะอึกกับ รายการอาหารที่ฟังแล้วทะแม่งๆ อย่างเมนูสุดฮิต “ข้าวสามหน้า” ในร้านของป้าทองใบ ข้าว 3 หน้า ที่เปิดมานานกว่า 50 ปี บรรยากาศภายในร้านต้องบอกว่าดู Oldy มาก เก่าแก่มีเรื่องราวอยู่ในทุกๆ ส่วนของร้าน ใครมาปราจีนบุรีแล้วไม่ได้แวะร้านนี้ ขอบอกว่าพลาดแล้วละจ๊ะ ว่าแต่จะมีเมนูอะไรเด็ดๆ ตามเข้ามาดูกันเลย



เมนูอาหารหลักจานพระเอกของที่นี่ก็จะประกอบด้วย ข้าวสามหน้า และบะหมี่เกี๊ยวน้ำไส้ตู้มๆ แถมท้ายด้วยโอเลี้ยง ชามะนาว เห็นมั้ยคะ ถึงรายการอาหารจะไม่เยอะ แต่คุณภาพของแต่ละเมนูนี่สุดๆ น้องขอยกนิ้วโป้งกดไลค์รัวๆ เลยค่ะ



และนี่คือ ข้าวสามหน้าในตำนาน อันประกอบไปด้วยไก่ย่างหอมกรุ่นติดหนังมาด้วย ผสมกับหมูกรอบและหมูแดง ราดด้วยน้ำซอสเฉพาะหวานออกเค็ม ให้ความรู้สึกที่ลงตัวมากๆ เห็นแบบนี้อดใจไม่ไหวอยากสั่งเพิ่มเลยค่ะ หรือถ้าใครอยากจะทานแค่ 2 หน้า 1 หน้า ก็ไม่ว่ากันนะจ๊ะ



อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ “เกี๊ยวน้ำไส้ตูม ตู้มมม” ไส้อร่อยสไตล์คนจีน เรียกว่าอุ่นเครื่องรองท้องได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ



5 # ละมุนลิ้น หอมมัน กับร้านข้าวเหนียวมูนแม่สายหยุด

ถ้าใครมาถึงตัวเมืองปราจีนบุรีทั้งที แต่อยากของหวานมาฟาดปาก แนะนำเลยค่ะ ต้องมาที่ร้าน “ข้าวเหนียวมูนแม่สายหยุด” ถ้าใครมาสายแม่จะหยุดทำทันที … #ผิด อย่าถือสามุขของน้อง ว่ากันต่อเรื่องความเป็นข้าวเหนียวมูนของร้านนี้ จากปากทางเข้าตลาดสดเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ก็รีบตรงรี่เข้ามาไม่ไกลเลยค่ะ เดินเข้ามาจากปากซอยประมาณ 50 เมตรเอง



สังเกตป้ายร้านทางซ้ายมือ กับมะม่วงสีเหลืองกองโต นี่แหละค่ะ ร้านที่มีชื่อเสียงและขายมายาวนานกว่า 30 ปี  เปิดทุกวัน 6.00-17.00 น. โทร.091-8694532



อย่างเรื่องวัตถุดิบก็ขาดไม่ได้ มีความสดใหม่ น่ารับประทานกันสุดๆ สนนราคาข้าวเหนียวมูน กิโลละ 120 บาท ถ้าเป็นชุดข้าวเหนียวมะม่วง 60 บาท ทั้งมะม่วงอกร่องและน้ำดอกไม้



ส่วนทุเรียน ใช้หมอนทองแต่บางครั้งก็เปลี่ยนเป็นชะนี แล้วแต่ละวันว่าช่วงไหนสุกก่อน ข้าวเหนียวทุเรียนชุดละ 50 บาทเองจ๊ะ



สำหรับชื่อเสียงของข้าวเหนียวมูนเจ้านี้ขอบอกว่า มันดีย์ค่ะท่านผู้ชม ความเด็ดดวงก็คงหนีไม่พ้นเรื่องข้าวเหนียวที่หอมมัน สำหรับใครที่อยากมาท้าพิสูจน์ที่นี่ เค้าก็มีราคาเริ่มต้นกันที่กล่องละ 30 บาท หรือจะอัพไซต์ก็ไม่ว่ากัน โดยเพื่อนๆ สามารถทานประกบคู่กับสารพัดของเคียงทุกประเภท ไม่ว่าจะมะม่วง ทุเรียน หน้ากุ้ง สังขยา


 


6 # ร้านคาเฟ่ เดอย่า  (De'Ya Cafe)

หากใครก็ตามที่ได้เห็นบ้าน 2 ชั้น สไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย เพียงเดินเข้ามาไม่เท่าไหร่ก็สัมผัสได้ถึงความเรียบง่าย สงบอย่างบอกไม่ถูก อีกอย่างที่ทำให้รู้สึกแปลกประหลาดไม่แพ้กันก็คือ ชื่อร้านแห่งนี้ที่มีนามว่า “เดอย่า” คือ มาจากคำว่าเดอะย่า



ร้านมี 2 ชั้น เปิดทุกวัน 9.00-21.00 น. ไม่มีวันหยุดแบบนี้ ใครๆ ก็แวะมาเติมพลังของหวานกันแบบไม่ยั้งเลยค่ะ



ที่มาเรื่องมันมีอยู่ว่า “คุณย่า” มีหลานห้าคน ซึ่งทำธุรกิจรถ ชอบทานกาแฟเลยมาทำร้านกาแฟ ส่วนในด้านการตกแต่งภายในก็ได้คนพี่เป็นสถาปัตย์มาช่วยออกแบบร้านนี้ หลานอีกคนก็ไปเรียนทำขนม จึงทำให้ขนมที่ทำจากร้านนี้ เป็นขนมสดใหม่ทำเองหมด จนกระทั่งเปิดมาจนเพิ่งจะครบปีเมื่อเร็วๆ นี้เอง




ส่วนเรื่องของขนมหวานนั้นเด็ดดวงและดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพมาก....

โดยในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา จะมีเมนูบิงซูมะยงชิด ซึ่งจะมีเฉพาะฤดูนี้ ด้วยความที่คุณแม่ชอบคิดเมนูต่างๆ ด้วยไม่แปลกใจเลยค่ะ จะมีเมนูน่ารักๆ ออกมาวางขายจำหน่ายตลอดแน่นอน ตัวอย่างก็เช่น วาฟเฟิลฟรุตตี้เป็นตัวที่ขายดีที่สุด ไม่ดีจริงไม่ขายนะจ๊ะ เทสกันมาแล้วเรียบร้อย



เมนู เดอ ย่า ฮันนี่วาฟ



หรือ จะมาชิมเจ้า Murasaki Crape ซึ่งเป็นเมนู Signature ของร้าน De'Ya เลยละคะ หวานหอมมันม่วงกันให้สุดเลยย


 


เมนูเอาใจคนรักข้าวเหนียว อย่าง ลอนตาลกะทิสดทานคู่กับข้าวเหนียวนุ่มๆ



ส่วนเมนูเครื่องดื่ม ไม่แพ้ใครและเป็นขวัญใจในช่วงซีซั่นนี้ ก็หนีไม่พ้นมะยงชิด แพสชั่น สมูทตี้ ที่สำคัญมีเฉพาะช่วงซีซั่นนี้เท่านั้น ไปนอกฤดูไม่มีแล้วนะเออ



หรือจะเปิดปาร์ตี้ทานรวมกันแบบนี้ เป็นเซ็ทแบบนี้เอาใจคอคนรักขนมหวานกันไปเต็มๆ !!!

(เรียงกันดังนี้จากซ้ายไปขวา : ลอนตาลกะทิสด > ชามะนาว >มัจฉะลาเต้ เฟรบเป้ >ไอซ์ มุราซากิ อิมโมะ เอสเพรสโซ่ (กาแฟที่มีก้นม่วงๆ) > มะยงชิด แพสชั่น สมูทตี้ และบิงซูมะยงชิด !!)


ส่วนอาหารคาว รอบนี้ขอยกให้ราดหน้ากุ้งเลยจ๊ะ กุ้งเป็นตัวๆ เสริ์ฟมาแบบไม่เกรงใจใคร ครบอรรถรสมากค่ะ



7 # เยี่ยมชมความงามจากท้องทะเล “วัดรัตนเนตตาราม”


“เรียงร้อยเป็นรูปร่างออกมาจากเปลือกหอยที่ถูกทิ้ง” คำจำกัดความแบบนี้ไม่ใช่ที่ไหนไกล แต่เป็นวัดรัตนเนตตาราม ในเขตอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่อการเข้ามาสักการะ




ตั้งแต่เริ่มเข้ามาสู่ภายในบริเวณวัด เพียงแค่เดินก้าวเข้ามาในส่วนของตัวภายในพระอุโบสถก็จะพบกับเปลือกหอยจำนวนมาก ที่ถูกนำมาปรับใช้ แบบนี้สิคะ เรียกว่างานศิลปะผสมผสานกับความศรัทธาด้วยหัวใจที่มีต่อพระพุทธศาสนา


 




เรื่องราวเกิดมาจากตอนที่ พระอธิการสิริลักษณ์  ธีรวังโส เจ้าอาวาส ท่านได้เดินบิณฑบาตไปพบเปลือกหอยที่ถูกทิ้งขว้างเป็นจำนวนมาก และมีความทนทานไม่ผุพัง จึงได้เกิดเป็นความคิดที่จะนำมาประดับตกแต่งหอพระ นำมาเรียงร้อยเป็นดอกไม้เล็กใหญ่ โดยถูกสร้างมาจากผลงานของเจ้าอาวาส พระสงฆ์และเณรทั้งหลายเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา





ถ้าใครได้ผ่านมาแล้ว อย่าพลาดโอกาสเข้ามาเยี่ยมชม “วัดรัตนเนตตาราม” เชียวละคะ แล้วจะหาว่าแอดฯ ไม่เตือนนะคะ ^^


8 # ขึ้นมายืนบนจุดสูงสุดบน “อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา”

มาถึงปราจีนบุรีทั้งที อยากเชิญชวนเพื่อนๆ มาดูหัวใจของน้ำแห่งเมืองปราจีนบุรี เชื่อมั้ยคะ? ว่าที่นี่สามารถจุน้ำได้ถึง 295 ล้าน ลบ.ม ภายใต้พื้นที่กว่า 11 ไร่ !!!



ก่อนหน้านี้ มีทั้งปัญหาเรื่องชลประทาน ไม่ว่าจะมีน้ำท่วมบ้าง ขาดแคลนน้ำจืดบ้าง มาจนกระทั่งวันนี้สถานที่แห่งนี้ได้นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า  และเป็นอ่างเก็บน้ำในพระราชดำริแห่งสุดท้ายของในหลวง ร.9


 



ตลอดทางยาวเกือบ 4 กิโลเมตร ที่นำเพื่อนๆ เข้ามาสู่ใจกลางของอ่างเก็บน้ำ ทั้งทางซ้ายหรือขวา ก็เห็นวิวทิวทัศน์ของป่าไม้ล้วนๆ จะเรียกว่าที่นี่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาก็ว่าได้ มาที่นี่ที่เดียว รับรองว่าคุ้ม เพราะได้ชมทั้งวิวของอ่างเก็บน้ำ อุทยานแห่งชาติทับลานและปรางสีดา พร้อมๆ กัน



และสิ่งที่ MUST TO DO ก็คือ การขึ้นมายืนถ่ายรูปกับจุดเช็คอิน !! อย่างที่บอกค่ะ ที่นี่ถูกโอบล้อมด้วยอุทยานแห่งชาติทับลาน และปรางสีดา ทั้งวิวของอ่างเก็บน้ำ ท้องฟ้าสีสดใสทำให้ที่นี่เหมาะสำหรับการมาภาพแลนด์มาร์คมากๆ พลาดไม่ได้แล้ววววว



9 # เติมความแซ่บแบบสุขภาพบนเรือนน้ำกลางแม่น้ำ “สวนอาหารบ้านเนินน้ำ”


เหนื่อยกายเหนื่อยใจ แต่ท้องก็ร้องแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ตามกันมาที่ “สวนอาหารบ้านเนินน้ำ” สวนอาหารที่การันตีความอร่อย กุ้งตัวโตๆ อาหารยำเน้นๆ จะเลือกนั่งริมฝั่งหรือจะเลือกร้านค้าที่ตั้งอยู่กลางน้ำ โอ้แม่เจ้า! รู้สึกชุ่มฉ่ำไปอีก



บรรยากาศภายในก็ชวนให้รู้สึกโปร่งโล่งสบาย มีทั้งแบบห้องแอร์และด้านนอก เพื่อรับลมธรรมชาติก็ได้



ในส่วนของรายการอาหารนั้น …

สารพัดรายการอาหาร อย่างต้มแซ่บหมู ยำวุ้นเส้นทะเล โดยเฉพาะรายการเด็ดอย่างอาหารทะเล กุ้งเอย ปลาเอย ไม่ควรพลาด สด อร่อย หอมหวานกันมากๆ ที่สำคัญ ไม่ใส่ผงชูรส ด้วยนะเออ









ไม่ว่าใครที่ได้มาที่นี่ รับรองว่าไม่ผิดหวังและยังได้รับบริการที่ดีเยี่ยม รสชาติอาหารก็แจ่มสะแด่วมากอีกด้วย รู้งี้พลาดไม่ได้แล้วหนาา <3


10 # โรงแรม Serenity Hotel SPA onsen Kabinburi


ไหนใครบอกว่า...บ่อออนเซ็นจะมีแค่ในประเทศญีปุ่น มานอนแช่ออนเซ็นให้บรรยากาศมันซึมซับกันที่ “โรงแรม “Serenity Hotel SPA onsen Kabinburi” แอบกระซิบบอกเพื่อนๆ ทุกคนว่า อยากมาแช่ออนเซ็นถ้าไม่พักค้างคืน ก็วอล์คอินไปใช้ได้เลย หรือใครจะเลือกผ่อนคลาด้วยการนวดแผนไทยหรือนวดน้ำมันอโรมาก็ได้



ในส่วนของตัวห้องพักจะมีทั้งหลายแบบ Standard room, Deluxe room และ Executive room ให้เลือกสรร เรทราคาจะลดหลั่นกันไป

สามารถสอบถามราคาได้ โทร 063-2163668, 037-625444, 037-625445



ในส่วนของออนเซ็นนั้น ...


ไปรับเสื้อผ้ายูคาตะพร้อมแล้วก็...ใส่ชุดแล้วลุยกันเลยค่ะ แถมไม่ต้องกลัวโป๊ๆ เพราะมีทั้งเกาะอกและกางเกงขาสั้นไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



ก่อนอื่น เป็นตามธรรมเนียมควรจะชำระล้างร่างกายก่อนลงบ่อรวมกับท่านอื่นๆ เป็นมารยาทขั้นพื้นฐานที่สืบต่อกันตามแบบของประเทศญี่ปุ่น



ส่วนของบ่อออนเซ็นจะมี 2 รูปแบบ

แบบที่ 1 จะเป็นบ่อหินจำลองกึ่งโอเพนแอร์ สามารถมองสวนไผ่ไปพลางๆ ตา สร้างความผ่อนคลายให้แก่ผู้มาพักผ่อนได้ จะเดินทอดน่องตีเนียนว่าอยู่ญี่ปุ่นก็ไม่มีใครรู้นะคะ ^^





และแบบที่ 2 คือ บ่อออนเซ็นไม้ เหมาะสำหรับใครทีชอบแช่ออนเซ็นแบบจัดๆ เช่น อุณหภูมิตั้งแต่ 38-42 องศาเซลเซียส จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตในตัว



ค่าบริการใช้บ่อออนเซ็น
วันธรรมดา ราคาผู้ใหญ่ 250 บาท และเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี หรือผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป 180 บาท

วันเสาร์-อาทิตย์ ราคาผู้ใหญ่ 300 บาท และเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี หรือผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป 180 บาท


10 พิกัด กินไปเที่ยวไป น่าสนใจใช่มั้ยคะ ใครยังไม่เคยมาเที่ยวปราจีนบุรีแล้วล่ะก็ รีบตามมาเช็คอินกับ 10 พิกัดนี้กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่าาาา...บ๊ายบาย




TAG: ปราจีนบุรี,เที่ยวปราจีน

ความคิดเห็น

Copyright © 2015 Welovetogo.com All rights reserved.

Top