Hokkaido Summer รวม 5 แลนด์มาร์คฮอกไกโดที่คิดถึง

ปกแต่ง 3

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดแบบนี้ ทุกคนที่ชื่นชอบการไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นก็คงจะคิดถึงประเทศญี่ปุ่นมากๆ เลยนะคะ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 5 แลนด์มาร์คที่จังหวัดฮอกไกโดในหน้าร้อน เพื่อให้ทุกคนได้พอหายคิดถึงกันบ้าง และเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวหลังจากโควิด-19 หมดไปค่ะ!! ไปรับชมกันเลยยย

1.โทมิตะฟาร์ม (Farm Tomita)

ตั้งอยู่ในเมืองฟูราโน่ (Furano) จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) เรียกได้ว่าเป็นฟาร์มที่ดังเรื่องที่มีทุ่งดอกไม้ที่สวยงามจนเลื่องชื่อมากๆ ค่ะ ซึ่งที่ฟาร์มแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น “จุดชมดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดของเมือง” เนื่องจากมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามจากฉากหลังที่เป็นภูเขาโทกะชิ (Tokachi mountain) 

นอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องการปลูกลาเวนเดอร์แล้ว ที่นี่ยังมีการปลูกดอกไม้อีกหลากหลายสายพันธุ์นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมกัน เป็นทุ่งดอกไม้ 7 สี หรือ ทุ่งอิโรโดริ (Irodori Field) ที่มีทั้งสีม่วง สีขาว สีแดง สีส้ม สีชมพู เรียงรายกันอย่างสวยงาม และที่พลาดไม่ได้เลย ต้องอย่าพลาดมาชิม ซอฟท์ครีมลาเวนเดอร์ ที่หอมหวาน อร่อยเหมาะกับหน้าร้อนมากๆ เลยค่ะ

วิธีการเดินทาง

  • รถไฟ JR Furano Line และ Furano-Biei Norokko trains ลงที่ Lavender Batake Station (เฉพาะเดือนมิถุนายน-ตุลาคม)
  • รถไฟ JR Furano Line ลงที่สถานี Nakafurano
  • รถบัสชมวิว Twinkel Bus Furano “Lavender Course” เดินทางจาก Asahikawa ถึง Furano

ค่าเข้าชม : ฟรี 

เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

2.ชิคิไซ โนะ โอกะ (Shikisai no Oka)

สวนชิกิไซโนะโอกะ หรือมีอีกชื่อที่เป็นทางการว่า  “Panoramic Flower Gardens Shikisai-no-oka” ตั้งอยู่ภายในเมืองคามิกาวะ (Kamikawa) จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) ถูกยกให้เป็นสวนสรรค์ของคนรักดอกไม้นานาสายพันธุ์ โดยจะมีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์หมุนเวียนพากันมาอวดโฉมมากกว่า 30 ชนิด ทั้งดอกทิวลิป ลาเวนเดอร์ ดอกทานตะวัน และอื่นๆ อีกมากมาย 

ปกติแล้วจะเริ่มชมดอกไม้ได้ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนเมษายนไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม ใครที่ไปก็สามารถหาจุดถ่ายรูปคู่กับดอกไม้สวยๆ อย่างเพลิดเพลินได้หลายจุดเลยค่ะ หลังจากถ่ายรูปกันจนพอใจแล้วเราก็มีที่นั่งพักพร้อมกับรับประทานของอร่อยๆ ที่ร้านขายอาหารท้องถิ่นต่างๆ ทั้งไอศกรีมนมฮอกไดโดรสนุ่มละมุน หรือถ้าอยากลองผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นแนะนำให้ลองข้าวโพดขาวที่ทั้งหวานหอมอร่อยแบบไม่ต้องต้มก็สามารถกินได้เลยค่ะ

วิธีการเดินทาง

  • นั่งรถไฟสาย JR Furano Line ลงที่สถานี Bibaushi แล้วสามารถนั่งแท็กซี่จากหน้าสถานีใช้เวลาประมาณ 10 นาที

ค่าเข้าชม : สามารถบริจาค 200 เยนต่อคนหรือเข้าชมฟรี

เวลาเปิด-ปิด : – เดือนเมษายน – ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 9:00 – 17:00 น.

–  เดือนมิถุนายน – กันยายน ตั้งแต่เวลา 8:30 – 18:00 น.

– เดือนพฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 9:00 – 16:30 น.

– เดือนธันวาคม –กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 16:00 น.

                                                                 

3. น้ำตกชิโรฮิเงะ (Shirohige Waterfall)

ตั้งอยู่ที่เมืองบิเอะ (Biei)จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) มีระดับความสูงประมาณ 30 เมตร เป็นน้ำตกที่มีความสูงไม่มาก สวยงามชวนหลงใหล ในช่วงฤดูร้อนจะได้บรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยป่าสีเขียวชอุ่ม ช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะเห็นใบไม้สีแดง และถ้ามาในช่วงหน้าหนาว น้ำตกแห่งนี้ก็จะปกคลุมไปด้วยหิมะน้ำก็จะกลายเป็นน้ำแข็ง

3.น้ำตกชิโรฮิเงะ 3

ที่นี่เป็นน้ำตกสีฟ้าค่อนข้างจะแปลกตาจากน้ำตกทั่วไป เนื่องจากน้ำจะมีสีฟ้า คล้ายกับสีของน้ำในสระว่ายน้ำ เพราะในแถบนี้จะมีแร่ธาตุอลูมิเนียมอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้น้ำในลำธารของที่นี่กลายเป็นน้ำสีฟ้า และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ต้องปักหมุดเอาไว้ ว่าต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งค่ะ

วิธีการเดินทาง

  • รถยนต์ : จากตัวเมืองบิเอะขับตามถนนหมายเลข 966 ระยะทาง 17 กิโลเมตร จะถึงสระอะโออิเคะก่อนจากนั้นขับต่อไปอีก 3 กิโลเมตรจะถึง Shirogane Onsen Hotel จากลานจอดรถเดินต่ออีก 5-10 นาที
  • รถบัสประจำทาง : จากสถานีรถไฟ JR Biei นั่งรถบัสสาย Biei-Shirogane Onsen ไปลงที่ Shirogane Onsen ราคา 600 เยน ใช้เวลา 30 นาที (บัสออก 5 เที่ยวต่อวัน)

ค่าเข้าชม : ฟรี / จอดรถฟรี

เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

4.บ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond)

แทบไม่น่าเชื่อว่า นี่คือบ่อน้ำที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของฮอกไกโด ตั้งอยู่เมืองบิเอะ (Biei) บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ สามารถมาชมได้ตลอดปี ถ่ายรูปเพลินอีกแล้ว บ่อนํ้าแห่งนี้เป็นแอ่งนํ้าขนาดใหญ่ เกิดขึ้นมาจากการกั้นเขื่อน เพื่อป้องกันไม่ให้โคลนภูเขาไฟ Tokachi ที่ปะทุไหลนั้นเข้ามาสู่เมือง

4.บ่อน้ำสีฟ้า 4

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันยังไม่สามารถทราบได้อย่างแน่ชัดว่าบ่อน้ำสีฟ้าแห่งนี้เกิดขึ้นมาจากอะไรและตรวจสอบพบแร่ธาตุอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ในน้ำ ซึ่งอาจจะมีส่วนทำให้น้ำเป็นสีฟ้า และบ่อน้ำแห่งนี้จะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล เช่น ถ้าเป็นฤดูหนาวก็จะเป็นสีเขียวค่ะ

วิธีการเดินทาง

  • นั่งรถบัส Dohoku Bus Biei – Shirogane จากสถานี Biei มาลงที่ป้าย Blue Pond Entrance ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แล้วเดินต่อมายังบ่อน้ำอีกประมาณ 7-8 นาที

ค่าเข้าชม : ฟรี 

เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

5.คลองโอตารุ (Otaru Canal)

ตั้งอยู่ที่เมืองโอตารุ (Otaru) จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) เป็นย่านที่มีตึกโกดังแบบโบราณแต่สุดแสนจะคลาสสิคเรียงรายกันเป็นทิวแถว ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณธ์ ที่มีร้านค้าต่างๆ และร้านอาหารมากมายให้เลือกซื้อ ทำให้เมืองนี้มีบรรยากาศที่สวยงามและมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เลือกหลายมุมทีเดียวเชียว

และยิ่งไปกว่านั้นถ้ามาเที่ยวที่นี่ในตอนเย็นๆ ไปจนถึงค่ำๆ ก็จะได้รับความรู้สึกไปอีกแบบอีกอารมณ์ บรรยากาศเหมาะแก่การมาเดินเล่นชิวๆ จะมีการเปิดโคมไฟก๊าซโบราณก็ทำให้บรรยากาศมีความน่ารักและโรแมนติกขึ้น และยังเป็นที่จัดเทศกาลแสงไฟริมคลองโอตารุ (Otaru Snow Light Path Festival) ในฤดูหนาวอีกด้วย

วิธีการเดินทาง

  • จากสถานีซัปโปโร (Sapporo Station) ขึ้นรถไฟสายฮาโกดาเตะ (JR Hakodate Line) ไปลงที่สถานีโอตารุ (Otaru Station) ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ภายในเมืองมีรถบัสให้บริการ แต่สามารถเดินได้เพราะอยู่ห่างจากสถานีเพียง 500 เมตรเท่านั้น

ค่าเข้าชม : ฟรี

เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here