หน้าแรก ที่เที่ยว ภาคกลาง ที่เที่ยว อ่างทอง

ที่เที่ยว อ่างทอง

การแสดง แสง สี เสียง วัดม่วง

คราวนี้เราพาเพื่อนๆ มาร่วมชมความอลังการ ซึ่งททท. สำนักงานสุพรรณบุรี จัดการแสดงแสง สี เสียง เรื่อง “ปาฏิหาริย์ ตำนานเมืองอ่างทอง” เพื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวอ่างทอง ที่รักหวงแหนผืนแผ่นดินซึ่งผูกพันกับความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและสุขสงบร่มเย็นใต้ฟ้าพระบารมีองค์พระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ณ บริเวณหน้าองค์พระใหญ่วัดม่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทองครับ การแสดงประกอบแสง สี เสียง และสื่อผสมบอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม เกษตรกรรมที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญมาแต่โบราณ...

วัดท่าอิฐ จ.อ่างทอง

เราพาเพื่อนๆ มาไหว้พระเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาที่ วัดท่าอิฐ ซึ่งพระประธานในอุโบสถชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อเพ็ชร” พระประธานในวิหารชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อขาว” เป็นพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยอยุธยา ประมาณกว่า 200 ปีมาแล้ว ประดิษฐานอยู่ในวิหารมหาอุต เมื่อเข้าไปในวัดจะมองเห็น พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง โดดเด่นสีทองอร่าม วัดท่าอิฐ บริเวณที่ตั้งเดิมเข้าใจว่าเป็นที่ปั้นเผาอิฐนำไปก่อสร้างวัดขุนอินทประมูล นับว่าเป็นสถานที่ขนอิฐหรือท่าขนอิฐ และเมื่อได้สร้างวัดขึ้นจึงขนานนามว่าวัดท่าอิฐ พระธาตุเจดีย์ในบริเวณวัด มีความกว้าง 40 เมตร...

วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง

วัดขุนอินทประมูล ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ วัดนี้เป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย พิจารณาจากซากอิฐแนวเขตเดิมคะเนว่าเป็นวัดขนาดใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง 50 เมตร เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไปเหลือแต่องค์พระตากแดดตากฝนอยู่กลางแจ้งมานานนับร้อยๆ ปี องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน องค์พระนอนมีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็น น่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศต่างนิยมมานมัสการ นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดขุนอินทประมูลยังมีซากโบราณสถานวิหารหลวงพ่อขาว ซึ่งเหลือเพียงฐาน...

วัดไชโยวรวิหาร

เราพาเพื่อนๆ มานมัสการ องค์หลวงพ่อโต ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระวิหารที่มีความสูงใหญ่สง่างามแปลกตากว่าวิหารแห่งอื่นๆ พุทธศาสนิกชนจากที่ต่างๆ มานมัสการอย่างไม่ขาดสายติดกับด้านหน้าพระวิหาร มีพระอุโบสถ หันด้านหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมไทยอันงดงามเช่นกัน ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ ฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันวัดไชโยวรวิหารได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่จนมีความงามอย่างสมบูรณ์ยิ่ง วัดไชโยวรวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นโท อยู่บนเส้นทางสายอ่างทอง-สิงห์บุรี ห่างจากอำเภอเมืองอ่างทองประมาณ 18 กม. เดิมเป็นวัดราษฎร์โบราณสร้างมาแต่ครั้งใดไม่ปรากฏ มีความสำคัญขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)...

วัดป่าโมกวรวิหาร จ.อ่างทอง

เราพาเพื่อนๆ มายัง วัดป่าโมกวรวิหาร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่งดงามมากองค์หนึ่งของประเทศไทย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น มีความยาวจากพระเมาลีถึงปลายพระบาท ประมาณ 22.58 เมตร ก่ออิฐถือปูนปิดทอง ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างและผู้สร้าง องค์พระนี้สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยสุโขทัยมีประวัติความเป็นมาน่าอัศจรรย์ เล่าขานมาว่า ได้ลอยน้ำมาจมอยู่หน้าวัดราษฎรบวงสรวงแล้วชักลากขึ้นมาไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้นอกจากพระพุทธไสยาสน์แล้วยังมี วิหารพระพุทธไสยาสน์ เป็นพุทธศิลป์สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย วิหารก่ออิฐถือปูนเครื่องบนไม้หลังคา ฐานอ่อนโค้งสำเภา นอกจากนี้ภายในวัดยังมีมณฑปพระพุทธบาท ๔ รอย หอไตร และศาลเจ้าแม่ช่อมะขาม...

วัดม่วง จ.อ่างทอง

เราพาเพื่อนๆ มายังแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดอ่างทอง นั่นคือ หลวงพ่อใหญ่ ที่วัดม่วง พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ใครมาถึงอ่างทองแล้วต้องแวะมากราบสักการะแน่นอน สำหรับความเป็นมาของวัดม่วงนั้น สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งในสมัยนั้นเมืองวิเศษชัยชาญเคยเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาเสียกรุง วัดวาอาราม และพระพุทธรูปจำนวนมาก็ถูกเผาจนเหลือแต่ซากปรักหักพัง ซึ่งวัดม่วงก็ถูกปล่อยให้รกร้างแต่นั้นมา จนเมื่อปี พ.ศ.2534 หลวงพ่อเกษมฯ ได้วางศิลาฤกษ์เพื่อก่อสร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีหน้าตักกว้าง 63 เมตร สูง 95 เมตร โดยให้พระนามอย่างเป็นทางการว่า...

วัดสังกระต่าย จ.อ่างทอง

เราพาเพื่อนๆ มายังโบสถ์ร้างโบราณที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานและซึมซับธรรมชาติที่สวยงาม จนกลายเป็นโบสถ์ที่ถูกโอบล้อมด้วยรากต้นโพธิ์ทั้ง 4 ด้าน เป็นกำแพงผนังห้องธรรมชาติที่แข็งแกร่งและน่าอัศจรรย์ หลังมีเสียงร่ำลือถึงความสวยงามของโบสถ์แห่งนี้ กรมศิลปากรเตรียมขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งใหม่อีกด้วย โดยมุ่งเน้นให้คงสภาพเป็นโบราณสถานที่มีศิลปกรรมที่สวยงามตามธรรมชาติเอาไว้ จากการบอกเล่าต่อกันมา วัดสังกระต่าย เดิมชื่อว่า "วัดสามกระต่าย" แต่ได้มีการเรียกชื่อผิดเพี้ยนกันมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นวัดสังกระต่าย สร้างตั้งแต่สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาประมาณ 400-500 ปีมาแล้ว สมัยนั้นมี พระภิกษุสงฆ์มาจำพรรษาอยู่นาน โดยมีสภาพเป็นวัดบริเวณด้านซ้ายเป็นสระน้ำขนาดใหญ่...