เที่ยวญี่ปุ่นสุดดี๊ด๊า Nagoya Gifu Mie #2

  • Share
  • share facebook
  • share google plus
view 2,837

ป๊อกๆ ก๊อกๆ เรามาตามฟินกันต่อกับการเที่ยวญี่ปุ่นสุดดี๊ด๊า Nagoya Gifu Mie ตอนที่ 2 หลังจากตอนที่ 1 พาไปชมความชิค ความคูล กันมาแล้ว ตอนที่ 2 นี้ สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวเข้ามา เดี๋ยวพาไปเที่ยวกันต่อเลยจร้าาา…


ปราสาทกิฟุ ที่แรกของวันที่บรรยากาศว้าวๆ สบายตาไปกับวิวสวยๆ จากการนั่งกระเช้าขึ้นไปจุดชมวิวเมืองกิฟุ ซึ่งที่ชั้นบนสุดมีจุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพสุดอลังของพื้นที่ปราสาท รวมถึงแม่น้ำนะงะระกับทิวเขาที่สวยงาม รอบๆ เป็นสวนไม้ร่มรื่นโดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีวิวที่นี่จะงดงามสุดๆ ไปเลยค่ะ







ชมบรรยากาศเมืองเก่าคาวาระ มาแล้วยั้งใจไว้ไม่อยู่ ใครที่รู้ตัวว่าเป็นสายฮิปเตอร์แล้วล่ะก็ ต้องมาเช็คอินที่นี่กันนะคะ เพราะมีความฮิปหน่อยๆ กับบรรยากาศของตึกรามบ้านช่องที่เป็นอาคารไม้สไตล์ญี่ปุ่น มีร้านอาหาร ออนเซนมือ แม้กระทั่งร้านกาแฟเองก็น่ารัก ถ่ายรูปเกร๋ๆ ได้หลายมุม มาจิบชา กาแฟ ทานคุกกี้ เลือกมุมถ่ายภาพไปกับแสงสวยๆ ตัดกับเงาอาคารไม้สีน้ำตาล โอ้ย! มันฮิปเว่อร์จริงๆ เลยค่ะ






สนามแข่งรถ ซุซุกะ เซอร์กิต (Suzuka Circuit) มามันส์กันต่อที่นี่ หลังจากอิ่มตาอิ่มใจกันไปแล้วกับบรรยากาศเดินชมเมืองเก่าคาวาระ ก็พามาสนุกกันต่อที่สนามแข่งรถนานาชาติซุซุกะ หรือ ซุซุกะเซอร์กิต ซึ่งเป็นสนามแข่งรถที่เก่าแก่ และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่เมืองซุซุกะ จังหวัดมิเอะ บรรยากาศก็จะถูกอกถูกใจสำหรับใครที่ชอบขับรถแข่งนะคะ เพราะที่นี่เราสามารถสนุกสนานไปกับการชมรถแข่ง และยังสามารถขับรถแข่งจริงๆ ได้ด้วย ถัดจากสนามแข่งรถ มีสวนสนุก Motopia ซึ่งเป็นชื่นชอบของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีรถให้เด็กๆ สามารถขับขี่เล่นได้ และมีชิงช้าสวรรค์ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทั้งหมดของสนามแข่ง ว่าแล้วเราก็ไปบรื้นๆ โชว์กันหน่อยดีกว่าค่ะ





Hinotani Onsen Misugi Resort ที่พักคืนนี้ค่ะ หลังจากสนุกกันมาทั้งวันแล้ว เราก็ได้เวลาพักผ่อนกัน บางห้องมีวิวภูเขาด้วยนะ ที่นี่มีห้องอาหาร โรงเบียร์ และร้านเบเกอร์รี่ มีบริการรถรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟ Sakakibara-Onsenguchi Station ให้บริการอาหารแบบ Kaiseki หลายคอร์สของญี่ปุ่น หรือจะเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารค่ำ อาหารเช้า ที่สำคัญยังสามารถเล่นปิงปองและร้องคาราโอเกะ ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วย เช่น งานฝีมือจากไม้ การทำขนมปังหรือพิซซ่า สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ อันน่าประทับใจให้เราเพิ่มขึ้น








และมีโชว์ทำขนมโมจิแบบน่ารักๆ ให้นักท่องเที่ยวชม ช่วงอาหารเย็นด้วยค่ะ



ตื่นเช้ามาด้วยความสดชื่น เราก็มาเดินทางกันต่อ มุ่งสู่ ศาลเจ้าอิเสะ (สะพานอุจิ) ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีสายฝนโปรยปราย แต่ก็ไม่ทำให้ความสวยงามของศาลเจ้าแห่งนี้ลดลงไปเลยค่ะ..

ศาลเจ้าอิเสะ แห่งนี้ จะมี 2 ส่วน คือ ศาลเจ้าชั้นใน ที่เรียกว่า Naiku และศาลเจ้าชั้นนอก ที่เรียกว่า (Geku)




ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของเทพโทโยอุเคะโนะโอคามิ ซึ่งถือเป็นเทพที่คอยปกปักรักษา อุตสาหกรรม ทั้งเครื่องนุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัย จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนตลอดปีด้วยค่ะ



ข้ามสะพานอุจิท่ามกลางเงียบสงบจริงๆค่ะ



แม่น้ำอิซซุกาวะ




สัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์และร่มรื่นมากๆ



ขากลับก็อดไม่ได้ ที่จะต้องเก็บภาพในมุมแลนด์มาร์ค ริมสะพานอุจิ ที่ยังคงมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ช่วยให้บรรยากาศดูสวยงามมากขึ้นไปอีกค่ะ




หลังจากที่อิ่มบุญกันไปแล้ว ก็มาเอาใจขาช้อปขาชิมกันบ้าง ที่ถนนโอคาเงะโยโกะโจ (Okage-yokocho Street)



แค่เห็นก็หวนนึกถึงเมืองเก่าในสมัยเอโดะเลยล่ะค่ะ เพราะถนนแห่งนี้เริ่มสร้างในสมัยเอโดะจริงๆซึ่งตลอดสองข้างทาง จะได้สัมผัสกับร้านค้าโบราณของเมืองอิเซะและร้านอาหารท้องถิ่นที่มีให้เลือกมากมาย หลากหลายเมนู รวมถึงของว่าง ทั้งโมจิ ซอฟท์ครีม




ของขึ้นชื่อที่แนะนำ ถือว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่คือ และขนม akafuku ที่หมายถึง “ความสุขสีแดง” เป็นเมนูที่ประกอบด้วยโมจิหวานที่ทำจากข้าวกับถั่วแดงบด



ร้านขายของที่ระลึกตั้งอยู่เรียงรายสลับกับร้านอาหารและขนม


หลังจากเดินช้อปเดินชิมกันอย่างสบายใจแล้ว มาออกกำลังกันเล็กน้อย เพื่อหาแลนด์มาร์คสวยๆ ในการถ่ายรูป นั่นคือ จุดชุมวิว Ise-Shma National Park (อุทยานแห่งชาติอิเซะชิมะ)



ใช้เวลาด้วยการเดินขึ้นเนินเขาประมาณ 15 นาที ก็ถึงแล้วค่ะ ถ้าฟ้าเปิดกว่านี้ จะเห็นได้กว้างมากๆ เลยค่ะ



จุดชมวิวนี้ จะสามารถมองเห็นอ่าวอะโกะ (Ago Bay) จากมุมสูงได้ และจะดีแค่ไหน ถ้าได้นั่งพักสบายๆ แช่ออนเซ็นเท้าไปด้วย ชมวิวไปด้วย คงต้องมาอีกครั้งแล้วล่ะ



หิวแล้วค่ะ… มาถึงมิเอะ ถ้าไม่ทานอาหารทะเล ก็ต้องเสียดายมากแน่ๆ ไม่รอช้า ไปลิ้มลองกันที่กระท่อมของอามะซัง (Amasankoya) ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Osatsu



กิจกรรมแรกก่อนเลย แปลงร่างเป็นอามะซังกันค่ะ



ได้รับการต้อนรับแบบอบอุ่นมากๆ มีธงชาติไทยมารอต้อนรับพวกเราด้วย

หลังจากนั้นอามะซัง จะนำอาหารทะเล ที่มีการจัดวางแบบน่าทาน ไม่ว่าจะเป็น หอยอาซาริ หรือ กุ้งลอบสเตอร์ มาย่างให้เราทานกันแบบสดๆ




มันก็ออกจะฟินหน่อยๆ ค่ะ ^^


แวะเติมพลังกันเรียบร้อย ก็มาชมของสวยๆ งามๆ ที่ตั้งอยู่บนเกาะไข่มุกมิกิโมโต้ (Mikimoto Pearl Island) ที่นี่มีชื่อเสียงด้านการผลิตไข่มุกคุณภาพสูง ซึ่งประสบความสำเร็จในการผลิตไข่มุกเลี้ยงแห่งแรกของโลก




ชม อามะ (Ama) หรือหญิงสาวนักดำน้ำ ที่กำลังแสดงการดำลงไปใต้ทะเลเพื่อที่จะเก็บหอยมุก ซึ่งมีความคุ้นเคยและมีความเชี่ยวชาญในการดำน้ำ ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่ยากจะเลียนแบบค่ะ



ที่นี่ยังได้รับการยอมรับเรื่องการออกแบบเครื่องประดับด้วยไข่มุก รวมถึงมงกุฎ ที่เคยออกแบบมงกุฎมิสยูนิเวิร์สมาแล้วด้วยค่ะ





ปิดท้ายโปรแกรมสำหรับวันนี้ก่อนเข้าพักโรงแรม ด้วยการเข้าชมสถาปัตยกรรมและการตกแต่งในสไตล์ยุโรปที่ หมู่บ้านสเปน Parque Espana ภายในมีอาคารสไตล์สเปนแบบดั้งเดิมมากมาย สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสเปนแบบเต็มๆได้ที่นี่เลยค่ะ




นอกจากนี้ยังมีขบวนพาเหรดตัวละครของสวนสนุกและการแสดงาฟลามิงโก้ (ระบำแบบดั้งเดิมของชาวสเปน)




เหมือนเดินเข้าไปในหมู่บ้านสเปนจริงๆ เลยค่ะ บรรยากาศมันใช่มากๆ




เดินกันจนเริ่มมืดแล้วก็เตรียมตัวกลับโรงแรม ทิ้งท้ายด้วยวิวนี้ค่ะ



เข้าสู่วันสุดท้าย เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมมุ่งสู่ความฝันในวัยเด็กของใครหลายๆ คนกับการเป็นนินจาที่ หมู่บ้านนินจาอิงะ (Iga Ninja Museum)




ที่นี่มีการจัดแสดงที่น่าสนใจหลายอย่างรวมถึงการแสดงทักษะและการฝึกฝนของนินจา  ภายในประกอบด้วยบ้านพักอาศัยไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ กับจุดต่างๆในการซ่อนและหลบหนี ภายในบ้านพัก ที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและมีความสร้างสรรค์มากทีเดียว



มาต่อกันที่ห้องแสดงนิทรรศการสำหรับจัดแสดงอาวุธ และวัตถุสิ่งของต่างๆที่เกี่ยวกับการเป็นนินจา รวมถึงงานเขียนโบราณ ซึ่งเป็นของจริงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน อีกทั้งยังมีการแสดงโชว์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ รวมถึงหากใครอยากลองเป็นนินจาดูสักครั้งก็มีชุดนินจาให้เช่าและขายอีกด้วย



มาถึง Highlight ที่น่าสนใจมาก คือเข้าชมการแสดงโชว์จากนินจาอิงะ ที่รู้สึกลุ้นและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก การแสดงต้องอาศัยความชำนาญ เชี่ยวชาญ จากการฝึกฝนมากทีเดียวค่ะ




ไหนๆ ก็มาชมการแสดงจากนินจา อินจนไม่รู้จะยังไง ก็ต้องไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารนินจา Fujiissui ที่นอกจากรสชาติดีแล้ว การตกแต่งก็เหมือนกับอยู่ในบ้านนินจาจริงๆเลยค่ะ




โปรแกรมต่อไปนี้ขาดไม่ได้ ย้ำค่ะ ว่าขาดไม่ได้ คือการ Shopping ค่าาา ที่นี่เลย… Mitsui Outlet Jazz Dream ถือเป็น Outlet ขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่ใช้เวลาทั้งวันก็คงไม่พอ เพราะมีร้านค้ากว่า 300 ร้าน รอให้เราเพลิดเพลิน อีกทั้งยังอยู่ติดกับสวนสนุก สระว่ายน้ำและรีสอร์ทอีกด้วย



เดินฟินไปค่ะ Mitsui Outlet Jazz Dream



โซนสวนสนุกและรีสอร์ท ที่อยู่ใกล้กัน


อากาศหนาวๆแบบนี้ เพิ่มความโรแมนติกไปอีก ด้วยการเที่ยวชมทุ่งดอกไม้สวยงามและการตกแต่งไฟในธีมฤดูหนาว ที่ นะบะนะ โนะ ซาโตะ (Nabana No Sato)  ซึ่งมาในธีม Nabana no sato Winter Illumination




ได้กุมมือเดินชมไฟในอากาศหนาว คงบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ค่ะ




ทุ่งดอกไม้ของที่นี่ ก็มีชื่อเสียงมากเป็นอันดับต้นๆ เลยค่ะ เพราะที่นี่มีดอกไม้นานาพันธุ์หมุนเวียนมาให้ชมตามฤดูกาล เรียกว่าสวยทุกฤดู มาเที่ยวได้ทั้งปีเลยทีเดียว




เป็นยังไงกันบ้างคะ กับทริป เที่ยวญี่ปุ่นสุดดี๊ด๊า Nagoya Gifu Mie ที่เต็มอิ่ม ครบทุกรสชาติ ฟินทุกอารม การเดินทางก็ง่ายสะดวกสบาย เพียงลองใช้บริการรถเช่าจากโตโยต้า ที่มีให้บริการหลากหลายสาขา ง่ายๆ สะดวกสบาย อยากจะซอกแซกมุมไหน ก็ไปได้ดั่งใจเลยล่ะค่ะ



ถ้าเพื่อนๆ พร้อมเมื่อไหร่ แพ็คกระเป๋าแล้วตามรอยเราไปกันได้เลยจ้า… บ๊ายบาย


TAG -
ความคิดเห็น