เที่ยวญี่ปุ่นสุดดี๊ด๊า Nagoya Gifu Mie #1

  • Share
  • share facebook
  • share google plus
view 6,034

วันนี้พามาเที่ยวญี่ปุ่นกันแบบสนุกๆ มีหลายอย่างที่เพื่อนๆ อาจจะยังไม่เคยลองไปสัมผัส ตามมาชมด้วยกันในรีวิวนี้เลยค่ะ ฟิ้วๆๆๆ…



ฤดูหนาวย่างก้าวเข้ามาเยือน ญี่ปุ่นก็จะมีการจัดแสดงไฟสวยๆ ตามสถานที่ต่างๆ ที่นี่สนามบินชูบุเซ็นแทรร์ (Chubu Centrair International Airport) ก็มีไฟสวยๆ ให้ชมเช่นเดียวกัน จากกรุงเทพฯ มีเที่ยวบินมาสนามบินชูบุเซ็นแทรร์ นาโกย่าทุกวันค่ะ ที่นี่มีอาคารเดียวแต่ครบครันทุกอย่าง เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร รถไฟ รถเช่า แท็กซี่ รถบัส ซึ่งรถบัสจากสนามบินสามารถไปที่โรงแรม Toyoko Inn Chubu หรือ comfort hotel ได้โดยนั่งรถเวียนหน้าสนามบินได้เลย หรือสามารถไปช้อปปิ้งที่อิออนมอลล์ได้ง่ายโดยนั่งรถเวียนได้เช่นกัน ช่วงหน้าหนาวนี้ทางสนามบินก็จะประดับไฟไว้ด้านนอกอาคารชั้นบนสุด หรือที่จุดชมเครื่องบิน เรียกได้ว่าเดินถ่ายรูปกันเพลินเลยทีเดียว หากจะหาข้อมูลท่องเที่ยวที่นี่มีข้อมูลครบมากที่เคาท์เตอร์ Tourist Information & Service ที่ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า แถมข้างๆ มีร้านซิมโทรศัพท์ และ pocket wifi ให้บริการอีกด้วย






การเดินทางก็สะดวกสบาย  อีกทั้งที่ตั้งของเมืองนาโกย่ายังอยู่ใกล้กับเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น ทาคายาม่า (Takayama), ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) และยังเดินทางไปโตเกียว (Tokyo) ในภูมิภาคคันโต (Kanto) และจังหวัดโอซาก้า (Osaka) ในภูมิภาคคันไซ (Kansai) ได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟชินคันเซ็น และคืนนี้เราพักกันที่สนามบินชูบุเซ็นแทรร์ใน Toyoko Inn Chubu Internation Airport เช้าวันรุ่งขึ้นเราไปเช่ารถในสนามบินที่ศูนย์รถเช่าโตโยต้ากัน เปิดเวลา 7.30 - 22.00 น. ค่ะ




จากนั้นเรามาเดินเล่นชมเมืองโทโคนาเมะกันค่ะ โทโคนาเมะ เมืองแห่งเครื่องปั้นดินเผา เป็นเมืองเก่าแก่เล็กๆ สามารถเดินเที่ยวได้ไม่ไกลจากสนามบิน สามารถนั่งรถไฟจากสนามบินมาลงที่สถานีโทโคนาเมะได้เลย หรือจะนั่งแท็กซี่มาก็ได้แค่ 10 นาทีเท่านั้น ที่นี่จะดังในเรื่องเครื่องเซรามิกมาก เดินไปทางไหนก็จะเห็นเครื่องเซรามิกอยู่ตลอดทาง คือทุกอย่างเป็นเซรามิกหมด เดินชมเล่นหากเหนื่อยก็มีจุดพักสามารถพักและจิบชา กาแฟ คลายหนาวได้ด้วย ตรอกที่โทโคนาเมะ หนึ่งในหกเมืองแห่งเครื่องปั้นดินเผาที่มีมาแต่โบราณ ทั้งเตาเผาโบราณ ปล่องไฟอิฐแดง และเดินเล่นที่โดคังซากะที่โด่งดัง เพื่อชมเครื่องปั้นดินเผาของท่อและโอ่งที่เรียงตัวตั้งเป็นกำแพงตลอดทางเดิน มีแมวกวักยักษ์ทักทายเราด้วย มันว้าวดีนะ สวยไปอีกแบบ





โดยชาจะมีสองแบบคือ ชาเขียว และชาญี่ปุ่น ชาเขียวจะเป็นแบบเข้มข้น ชาญี่ปุ่นจะเป็นแบบน้ำชาทั่วไป ความน่ารักของจุดนี้คือ เราจะต้องเลือกกาน้ำชาและถ้วยชาเอง ชอบแบบไหนก็เลือกเลยจ๊ะ




แล้วเรามาเดินช้อปปิ้ง หาอะไรกินกันต่อที่ อิออนมอลล์ โทโคนาเมะ แหล่งช้อปปิ้งหาได้ทั่วไปในญี่ปุ่น และอิออนมอลล์นี้เพิ่งเปิดใหม่ใกล้ท่าอากาศยานเซ็นแทรร์ นอกจาก 180 ร้านค้าปลีกเฉพาะอย่างแล้ว ห้างขนาดใหญ่นี้ยังเป็นศูนย์กลางสนามโกคาร์ท, น้ำพุร้อน และพื้นที่สำหรับทำบาร์บีคิว ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ บางร้านค้ายังช้อปปิ้งปลอดภาษี มีรถรับส่งฟรีจากสนามบินเซ็นแทรร์ด้วย ส่วนตัวมาสคอทของเมืองนี้คือแมวกวักนั่นเอง จึงไม่แปลกที่จะเห็นเจ้าตัวนี้อยู่ทุกที่ มียันในห้างอิออนมอลล์ แมวที่นี่ใหญ่มากกกก ก.ไก่ล้านตัว




อิ่มท้องแล้วเรามาเข้าสวนผลไม้ ฟาร์มทานากะ กันดีกว่า วันนี้พามาเก็บส้มกัน รสชาติส้มของที่นี่จะออกรสเปรี้ยวอมหวาน แต่ข้อดีคือ ได้ความเย็นเหมือนส้มอยู่ในตู้เย็นทานแล้วรู้สึกสดชื่นมากเลยค่ะ



ต่อด้วยการทดลองทำขนมเซมเบ หรือ เอบิเซมเบอิโนะซาโตะ ชมกรรมวิธีการทา ชิมขนม ทดลองทา ซึ่งขนมมีความยาว 30 ซ.ม. ค่าทำขนม 300 เยน ทำเสร็จเขาจะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกลงในปฎิธินอันเล็กให้ สนุกดีเหมือนกันนะคะ เพิ่งได้เคยลองทำครั้งแรกเพราะปกติกินอย่างเดียวตลอดเลย อิอิ



ส่วนคืนนี้เรามาเช็คอินกันที่โรงแรม sancoinn nagoya nishiki ค่ะ ที่นี่เป็นบิซิเนสโฮเทล ราคาไม่แรง แต่ครบครันทุกอย่าง แถมมีออนเซนอยู่ชั้นบนสุดด้วย เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน sakae เพียง 5 นาทีแถมอยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้งอย่างดองกี้ด้วย และสามารถชมเมืองยามค่ำคืนได้ย่างชิลๆ ช่วงนี้มีไฟไลท์อัพประดับที่ nagoya tv station และ oasis สวยๆ ค่ะ




จากนั้นหาของกินกันต่อออกจากโรงแรมมาเลี้ยวขวาไปนิดหน่อย สะดุดกับร้านเซไค โนะ ยามะจัง (Yamachan)  เขาว่าดังเรื่องไก่ และมีสาขาเยอะมากเราเลยลองชิม ไก่นุ่มกรอบ หอมพริกไทยมาก แถมเมนูร้านนี้มีภาษาไทยด้วยนะ ทำให้สั่งได้ง่ายมาก ส่วนเมนูอื่นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน เป็นร้านไก่ทอดรสชาติอร่อยค่ะ อารมณ์คล้ายๆ ไก่ร้านบอนชอนเลยล่ะ



อิ่มแล้วออกเดินชมเมืองนาโกย่ากันต่อ บรรยากาศยามค่ำคืนวันนี้สวยงามน่าถ่ายรูปมาก Nagoya Tv Tower และ Oasis ตระการตาเต็มไปด้วยแสงไฟหลากสี ทำให้ย่านนี้คึกคักมากๆ ค่ะ







คืนนี้นอนหลับฝันดีค่ะ.... เช้ามาพาไปเที่ยวกันต่อที่ วัดนิตไตจิ (nittaiji temple) มาชมลายมือฝีพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เป็นเสมือนจารึกประวัติศาสตร์บอกเล่าความสัมพันธ์ ไทย-ญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงเสด็จมาเยือนที่นี่ พระองค์เขียนคำว่า พระพุทธศากยมุนี อยู่ด้านในของโบสถ์ หอระฆังก็ภาษาไทยติดอยู่พร้อมพระปรมาภิไท ภปร. นอกจากนี้บริเวณทางเข้ายังมีรูปปั้นของรัชกาลที่ 5 อยู่ด้วย วัดนี้ไม่มีนิกายทุกคนที่ญี่ปุ่นสามารถเข้ามาทำบุญได้ทุกคน พระพุทธรูปในวัดนี้ก็นำมาจากประเทศไทยค่ะ







มาต่อกันที่ถนนเอ็นโดจิ ชมบรรยากาศย่านที่มีเกสเฮาส์ และทานอาหารกลางวัน





แวะชมเมืองกุโจฮะจิมัง (Gujo Hachiman) บรรยากาศชิลๆ สบายๆ เป็นเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำในจังหวัดกิฟุ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของสายน้ำบริสุทธิ์ วิวเพลินตาเพลินใจมาก และทดลองทำอาหารจำลองสนุกๆ กัน วันนี้ทำกุ้งเทมปุระ เหมือนหรือว่าไม่เหมือนมาลองดูกันค่ะ






และคืนนี้เรามานอนกันที่ Washington Hotel Plaza Gifu แล้วมาติดตามกันต่อในตอนที่ 2 นะคะ ทริปของเรายังไม่จบ เรายังจะพาเที่ยวกันต่อเหมือนเดิมค่ะ บ๊าย บาย


Welove ตันจัง




TAG -
ความคิดเห็น